เที่ยวอ่างทอง-สิงห์บุรี 2 วัน 1 คืน กับ 20 สถานที่ต้องไปเช็คอิน!

ลองไปเที่ยว อ่างทอง – สิงห์บุรี กันดูไหม เดินทางสะดวกสบาย ใกล้กรุง ขับรถแป็ปเดียวก็ถึงแล้ว เที่ยวง่าย ไปกันได้ทั้งครอบครัว

วันนี้พู่กันต์เจอนี่ คัดสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอ่างทอง และ จังหวัดสิงห์บุรี สองจังหวัดน่าเที่ยวของภาคกลางมาฝาก มีทั้งที่เที่ยว ที่กิน วัดวาอารามสวยๆ คาเฟ่คูลๆ เราลิสต์มาให้ครบแล้ว ไปตามรอยกันได้เลยจ้า

อีกหนึ่งไฮไลท์ของจังหวัดอ่างทอง ที่ต้องห้ามพลาด นั่นคือ วัดขุนอินทประมูล  ที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของ “พระศรีเมืองทอง” ที่มีความยาวถึง 50 เมตร ยาวเป็นอันดับสองของประเทศไทยเลยทีเดียว

แลนด์มาร์คต้องห้ามพลาดเมืองสิงห์บุรี ที่กำลังฮิตติดลมบนอยู่ในขณะนี้ นั่นคือ ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน

ที่นี่ขายของสารพัด ทั้งของกิน ของใช้ ของฝาก และที่สำคัญ พ่อค้าแม่ค้าของที่นี่ยังแต่งกายย้อนยุค พูดภาษาโบราณกันด้วย นับเป็นเสน่ห์อีกแบบ

รับรองว่าคุณจะต้องร้องว้าว เพราะที่นี่คือ บ้านหุ่นเหล็ก สถานที่เก็บเอาเศษเหล็กที่ทิ้งขว้าง เอามาออกแบบและประดิษฐ์ประดอยจนกลายเป็นงานศิลปะ ที่สามารถส่งขายไปได้ทั่วโลก หุ่นเหล็กยักษ์ยืนตระหง่านโดดเด่น กำลังรอให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วยล่ะ

วิวสวยๆ สุดอลังการแบบนี้ ต้องถ่ายจากด้านนอกนะ รูปนี้เรถ่่ยจากร้านกาแฟริมถนนเลย แสดงให้เห็นว่า เป็นพระพุทธรูปที่องค์ใหญ่มาก

1. วัดม่วง

ไฮไลท์ของที่นี่นั่นคือการมาสักการะ “พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ” พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีความสูงถึง 95 เมตร ขนาดหน้าตักกว้าง 63.5 เมตร ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 16 ปี โดยถ้าเทียบเป็นตึก นั่นคือมีความสูงมากถึง 32 ชั้นเลยทีเดียว

เชื่อว่า ถ้ามีโอกาสได้มาสัมผัสที่ปลายพระหัตถ์พระใหญ่ (พระพุทธมหานวมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ) จะมีความเชื่อกันว่า ขอให้ท่านประทานพรให้เติบโต เจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน

ที่ตั้ง : ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง

ที่นี่มีรูปปั้นจากทุกลัทธิ ทุกความเชื่อ ทั้งไทย จีน พุทธชาดก นรกสวรรค์ ประวัติศาสตร์ชาติไทย มีให้ดูเป็นอุธาหรณ์กันเต็มไปหมด

2. ตลาดศาลเจ้าโรงทอง

ชุมชนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จังหวัดอ่างทอง ตั้งอยู่บนริมแม่น้ำน้อย ตัวตลาดยังปรากฏให้เห็น ร่องรอยอดีต บ้านเรือนที่เป็นไม้ ร้านค้าที่จัดเรียงสินค้าตามแบบเก่าๆ ทั้งผู้คนที่ยังอยู่อาศัยในพื้นที่ก็ยังมีคนเก่าคนแก่ ให้ได้หยุดสนทนาถึงความเป็นไปของตลาดในกาลเวลาที่ล่วงเลยมาแล้ว ถึงแม้ตลาดจะมีอายุนับร้อยปี แต่ทว่าชุมชนแห่งนี้ก็ยังคงสืบทอดเสน่ห์ของตลาดไว้ได้เป็นอย่างดี

ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องของหวาน ขนมไทย นานาชนิด ใครที่เป็นสายหวาน มาที่นี่รับรองว่าฟิน เพราะมีขนมไทยหลากชนิดให้คุณเลือกมากมายเลยทีเดียว โดยเฉพาะขนมเกสรลำเจียก ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของตลาดศาลเจ้าโรงทองเลยนะ

ที่ตั้ง : ซ.วัดนางใน ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง

อีกร้านหนึ่งซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่ นั่นคือ “ขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อนป้าเปีย” ที่ขายมาแล้วหลายสิบปี จนกลายเป็นตำนานไปเรียบร้อย รสชาติหวาน มัน อร่อยถูกใจแน่นอน

3. บ้านหุ่นเหล็ก

ที่นี่เกิดจากความตั้งใจของคุณไพโรจน์ ถนอมวงษ์ เมื่อปี พ.ส.2543 ซึ่งมีความคิดอยากสร้างประติมากรรมเป็นของตนเอง โดยประดิษฐ์จากเศษเหล็ก อะไหล์เก่าๆ ของเครื่องยนต์ จึงเกิดเป็นผลงานชิ้นแรก คือ รถมอเตอร์ไซด์เหล็กตั้งโชว์คันจิ๋ว โดยคุณไพโรจน์ฯ ได้พัฒนา ออกแบบ และทดลอง รวมทั้งลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันนี้ มีผลงานออกมามากมาย จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

หุ่นยนต์เท่ๆทั้งนั้นเลย ใครที่ชอบทรานฟอร์มเมอร์ส ต้องมาชมให้ได้นะ เหมือนมาก

ค่าเข้าชม
ผู้ใหญ่ 60 บาท
เด็ก 30 บาท (ความสูง 90 – 140 ซม.)
เด็กความสูงต่ำกว่า 90 ซม. เข้าชมฟรี

ที่ตั้ง : 41/2 ต.ตลาดกรวด อ.เมือง จ.อ่างทอง
โทรศัพท์ : 081 339 3345
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00–17:00 น.

ด้านในบ้านหุ่นเหล็ก ยังมีร้านกาแฟเล็กๆ ไว้ให้บริการด้วยนะคะ ส่วนน็อต กับประแจที่เห็นด้านล่างนั่น กินได้นะ เป็นช็อคโกแลต ที่ทำออกมาได้เหมือนของจริงมากๆ

4. วัดขุนอินทประมูล

วัดขุนอินทประมูล ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่แห่งทุ่งโพธิ์ทอง วัดนี้เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นในสมัย กรุงสุโขทัย พิจารณาจากซากอิฐแนวเขตเดิมคะเนว่าเป็นวัดขนาดใหญ่ มีความยาวถึง ๕๐ เมตร ซึ่งนับเป็นพระนอน หรือพระพุทธไสยาสน์ที่ยาวเป็นอันดับที่สอง รองจากพระนอนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือ พระนอนที่วัดบางพลีใหญ่กลาง จ. สมุทรปราการ

เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารแต่ถูกไฟไหม้ปรักหักพังไปเหลือแต่องค์พระตากแดดตากฝนอยู่กลางแจ้งมานานนับเป็นร้อยๆ ปี องค์พระพุทธรูปมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับพระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน องค์พระนอน มีพุทธลักษณะที่งดงาม พระพักตร์ยิ้มละไม สงบเยือกเย็น น่าเลื่อมใส

ที่ตั้ง : ต.อินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด

5. วัดป่าโมกวรวิหาร

เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่งดงามมากองค์หนึ่งของประเทศไทย องค์พระนี้สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยสุโขทัย มีประวัติความเป็นมาน่าอัศจรรย์ เล่าขานมาว่าได้ลอยน้ำมาจมอยู่หน้าวัด ราษฎรบวงสรวงแล้วชักลากขึ้นมาไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำ ในพระราชพงศาวดารกล่าวว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชก่อนจะยกทัพไปรบกับพระมหาอุปราชาได้เสด็จมาชุมนุมพลและถวายสักการะบูชาพระพุทธรูปองค์นี้

ในปีพ.ศ. 2269 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระได้เสด็จมาควบคุมการชะลอองค์พระให้พ้นจากกระแสน้ำเซาะตลิ่งพังไปไว้ที่วิหารใหม่ที่วัดตลาด ห่างจากฝั่งแม่น้ำ 168 เมตรแล้ว โปรดให้รวมทั้งสองวัดเป็นวัดเดียวกัน พระราชทานนามว่า วัดป่าโมก เพราะบริเวณนั้นมีต้นโมกมากมาย

ที่ตั้ง : ต.ป่าโมก อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง

ถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามมากๆ

6. วัดสังกระต่าย

วัดสังกระต่ายเป็นวัดร้างที่เหลือแต่โบสถ์โบราณมีอายุหลายร้อยปี ปัจจุบันไม่มีหลังคาโบสถ์แล้ว แต่ตัวโบสถ์เป็นปูนนั้นไม่พังลงมา เพราะมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ 4 ต้น ใช้รากยึดตัวโบสถ์จนแน่น โดยเมื่อมองอยู่ห่างๆ จะเห็นเหมือนมีเพียงต้นโพธิ์ แต่พอเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าด้านล่างต้นโพธิ์เป็นโบสถ์โบราณสมัยอยุธยา ดูคลาสสิกมากๆ

ที่ตั้ง : ต.ศาลาแดง อ.เมือง จ.อ่างทอง

7. ศูนย์ตุ๊กตาชาววังหมู่บ้านบางเสด็จ

เรือนไทยทรงสูงที่ดูงดงามและมีเอกลักษณ์แห่งนี้ เป็นที่ตั้งของศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ ตั้งอยู่ทางด้านหลังวัดท่าสุทธาวาส ในพื้นที่ตำบลบ้านบางเสด็จ โดยตำบลนี้เดิมชื่อบ้านวัดตาล ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อบ้านบางเสด็จเพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในปี พ.ศ.2518

โดยโครงการตุ๊กตาชาววังที่บ้านบางเสด็จเป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2519 เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ราษฎร ภายในหมู่บ้านบางเสด็จ

สำหรับตุ๊กตาชาววังของที่นี่ เป็นงานปั้นจากดินเหนียว ถ่ายทอดถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ของผู้คนและวัฒนธรรมประเพณีไทยต่าง ๆ เช่น การละเล่นของเด็กไทย วงมโหรีปี่พาทย์ หรือรูปผลไม้ไทยหลากหลายชนิด ซึ่งล้วนสวยงามน่ารักและเหมาะที่จะซื้อเป็นของฝาก หรือของที่ระลึกเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบัน การปั้นตุ๊กตาดินเหนียวของชาวบางเสด็จไม่เพียงแต่จะสร้างอาชีพใหม่ ให้แก่ชาวบ้านแล้ว ยังเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่ส่งออกขายไปทั่วโลกด้วยนะ

ที่ตั้ง : ต.บางเสด็จ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง
โทรศัพท์ : 035 611 773
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 9:00–16:00 น.

8. อินทร์โตฟาร์ม

สถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่น่าสนใจ ถ้าใครยังไม่มีแพลนจะไปเที่ยวที่ไหนในวันหยุดก็ลองมาที่นี่ได้นะคะ รับรองว่าได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติที่สดชื่นแน่นอน ที่สำคัญสามารถซื้อเมล่อนกลับบ้านไปเป็นของฝากได้อีกด้วย เป็นฟาร์มที่มีบรรยากาศร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นไม้ ทำให้ไม่ค่อยร้อน แถมยังเงียบสงบ เมล่อนที่ทางฟาร์มปลูกไว้ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมและถ่ายภาพได้อีกด้วย เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับชาร์จพลังให้กับตัวเองในวันหยุดมาก ๆ

ที่ตั้ง : 3064 ต.ศรีพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง
โทรศัพท์ : 092 729 4433
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 9:00–17:30 น.

รับเมล่อนปั่นอร่อยๆ สักแก้วไหม

9. ร้านเล็กบ้านรอ

ที่ตั้ง : ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง
โทรศัพท์ : 035 612 070
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 9:30–22:00 น.

10. ร้านผัดไทยวัดท้องคุ้ง

ที่ตั้ง : ต.โพสะ อ.เมือง จ.อ่างทอง
โทรศัพท์ : 082 233 3887
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 8:00–15:00 น.

11. พอฎี Home Cafe

ที่ตั้ง : 7 หมู่ 5 ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง
โทรศัพท์ : 084 499 6628
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 9:30–18:00 น. ปิดวันพุธ

12. มะขาม คาเฟ่

ที่ตั้ง : 3195 ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง
โทรศัพท์ : 098 830 4134
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 9:00–18:00 น.

13. ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน

ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน ตั้งอยู่ในวัดโพธิ์เก้าต้น มีเนื้อที่ทั้งหมด 5 ไร่ เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2559 โดยเป็นความตั้งใจของหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เก้าต้น พระครูวิชิต วุฒิคุณ อยากให้ประชาชนชาวบ้านในพื้นที่ ได้มีอาชีพ มีรายได้หาเลี้ยงครอบครัว จึงรวบรวมชาวบ้านในพื้นที่ ตั้งกลุ่มขายของในวัดเป็นตลาดเล็กๆ เริ่มจาก 20 ร้านค้า และเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

เอกลัษณ์อย่างหนึ่งของที่นี่ ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว นั่นคือการแต่งกายย้อนยุคของพ่อค้าแม่ค้า และนักรบบ้านระจัน พร้อมคำพูดคำจาที่เป็นเอกลักษณ์ เจ้าคะ เจ้าขา มีการตีเกราะเคาะไม้ เป็นการตอนรับลูกค้า รวมถึงมีการแสดงย้อนรอยประวัติศาสตร์บ้านระจันของพ่อค้าแม่ค้าและลูกหลานของตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันให้ชมด้วยนะ

ที่ตั้ง : ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี
เวลาเปิดปิด : เปิดเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์

ของอร่อยเพียบ แต่ส่วนตะวแล้ว ชอบปลาร้าสับมาก คลุกกับข้าวร้อนๆล่ะก็ อร่อยมาก

14. อุทยานวีรชนค่ายบางระจัน

อาคารศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์วีรชนค่ายบางระจัน เป็นอาคารที่แสดงนิทรรศการ แบ่งเป็น 3 ห้องหลัก

ห้องแรก : เป็นการจัดแสดงเรื่องราวของค่ายบางระจัน , เครื่องใช้โบราณ , แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย

ห้องที่ 2 : เป็นการจัดแสดงมรดกของเมืองสิงห์บุรี

ห้องที่ 3 : แสดงวิถีชีวิตของชาวบ้านและของดีเมืองสิงห์บุรี

ด้านในเป็นที่ตั้งของ อนุสรณ์สถานวีรชนค่ายบางระจัน ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าควรแก่การกราบไหว้เคารพบูชา มีคูน้ำล้อมรอบอนุสรณ์สถานตามตำราพิชัยสงคราม

ที่ตั้ง : ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี
โทรศัพท์ : 087 589 4033
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 9:00–18:45 น.

15. วัดพระนอนจักรสีห์ สิงห์บุรี

พระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทยเมื่อคำนวนทางปริมาตรซึ่งองค์พระนั้นมีความยาว 47 เมตร 42 เซนติเมตร และมีพุทธลักษณะตามแบบศิลปะสุโขทัยที่งดงาม โดยพระพักตร์หันไปทางทิศเหนือ ซึ่งสันนิษฐานว่าท้าวอู่ทองเป็นผู้สร้างพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้น

ปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ยังเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสิงห์บุรี ที่ผู้มาเยือนทุกคนต้องแวะ ไปกราบสักการะทุกคราวที่เดินทางมาจังหวัดสิงห์บุรี

ที่ตั้ง : 60 ถ.บ้านพระนอน ต.จักรสีห์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดมีมากมาย ลองมาเดินชมดูกันได้นะคะ

16. วัดพิกุลทอง

เหตุที่วัดพิกุลทอง (เดิมชื่อวัดใหม่พิกุลทอง) เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้านตำบลพิกุลทองนั้น น่าจะเป็นเพราะความเสื่อมใสในหลวงพ่อแพ (พระเทพสิงหบุราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี) อดีตเจ้าอาวาสของวัดแห่งนี้ซึ่งเป็นพระนักพัฒนารูปหนึ่งที่ทำประโยชน์ต่อพุทธศาสนามากมาย ทั้งยังมีส่วนทำให้วัดพิกุลทองแห่งนี้สวยงามอยู่ตลอดเวลา จนชาวบ้านพากันเรียกวัดนี้อีกชื่อหนึ่งว่า “วัดหลวงพ่อแพ”

และนี่เองคือที่มาของพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อแพ ที่ตั้งอยู่ภายในวัดซึ่งจัดแสดงเรื่องราวประวัติของหลวงพ่อแพและเครื่องอัฐบริขารของท่านตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ไม่ควรพลาดชมพระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี หรือ หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขนาดหน้าตักกว้าง 11 วา 2 ศอก สูง 21 วา 1 คืบ 3 นิ้ว ภายในเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กประดับด้วยโมเสกทองคำธรรมชาติชนิด 24 อีกทั้งรอบพระวิหารใหญ่ยังมีวิหารคตซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวันต่างๆ และพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่และด้วยบรรยากาศภายในวัดมีความร่มรื่น สะอาดสะอ้าน จึงทำให้มีผู้เดินทางมาชมวัดนี้กันอยู่เสมอโดยเฉพาะ ในช่วงสุดสัปดาห์หรือวันหยุดพิเศษ

ที่ตั้ง : 93 หมู่ 3 ต.พิกุลทอง อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี

17. ร้านอาหารรำพึง สิงห์บุรี

ที่ตั้ง : ถ.ขุนสรรค์ ต.บางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี

โทรศัพท์ : 036 520 757

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 11:30–14:00 น. / 17:00–20:00 น.

18. ร้านผัดไทยปากบาง(เจ้าเก่า)

ที่ตั้ง : ต.พรหมบุรี อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี

โทรศัพท์ : 081 364 6337

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 7:00–15:00 น.

19. ร้านแม่สายใจ ซาลาเปาทูลเกล้า

ที่ตั้ง : 511 ถ.วิไลจิตต์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี

โทรศัพท์ : 036 511 672

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 7:00–19:00 น.

20. เฌอแตม คาเฟ่ & วิลล่า Je t’aime cafe & villa

ที่ตั้ง : ถ.ธรรมโชติ ต.บางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี

โทรศัพท์ : 089 085 5155

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 9:30–21:00 น.

ขอขอบคุณเรื่องและภาพจากเพจ : PookantsJourney พู่กันต์เจอนี่