วันเดียวเที่ยวริมน้ำเจ้าพระยา  ไหว้พระ ช้อปปิ้ง กินของอร่อย

ถ้าคุณมีหนึ่งวันว่างแต่ไม่รู้จะไปไหน  ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดเยอะ แค่ตื่นมาแล้วจูงมือกันไปเดินเล่นเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าวัด ไหว้พระ แวะคาเฟ่ ชิมขนม เดินห้างตากแอร์ แล้วจบด้วยของกินอร่อย บอกเลยโปรแกรมนี้ออกจากบ้านแล้วได้เที่ยวคุ้มใน 1 วันแน่นอน

เริ่มต้นด้วยมาเช็คอินไหว้พระ วัดอรุณราชวราราม รับอรุณด้วยวัดสำคัญที่ชาวไทยและชาวต่างชาติรู้จักกันเป็นอย่างดี

พระอารามหลวงชั้นเอกพิเศษแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมมีนามว่า วัดมะกอก หรือวัดแจ้ง กระทั่งได้รับการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีการสร้างพระปรางค์องค์ใหญ่สูงถึง 82 เมตร ในระหว่างรัชกาลที่ 2 3 และ 4 ก่อนจะได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า วัดอรุณราชวราราม

ภายในวัดนอกจากจะได้แหงนคอชื่นชมความยิ่งใหญ่ขององค์พระปรางค์และประติมากรรมที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบหลากสีแล้ว ยังเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธธรรมมิศราชโลกธาตุดิลก ซึ่งบรรจุพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ 2 ไว้ตรงส่วนฐาน รูปปั้นยักษ์วัดแจ้ง ที่มาของตำนานคู่ปรับยักษ์วัดโพธิ์ รวมทั้งพระอุโบสถ ซุ้มประตูยอดมงกุฎ หอระฆัง ภูเขาจำลอง และภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งล้วนแต่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น

ที่ตั้ง : ถ.อรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-ปิด : 07:30-17:30 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 02 891 2185

ต่อจากนั้นมาท่องเที่ยวเส้นทางชุมชนกุฏีจีน ที่อยู่ไม่ไกลกัน เริ่มต้นจาก วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร จากท่าวัดอรุณฯ นั่งเรือท่องเที่ยวชมวิวพระปรางค์ใต้ฟ้ากรุงเทพฯ จากแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านป้อมวิชัยประสิทธิ์ที่สามารถจอดแวะให้อาหารปลาได้ แล้วมาขึ้นที่ท่าวัดกัลยาณมิตรในไม่กี่อึดใจ

วัดแห่งนี้เป็นพระอารามหลวงที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 โดยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กัลยาณมิตร) ภายในวิหารหลวงประดิษฐาน หลวงพ่อโต หรือพระพุทธไตรรัตนนายก ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 5 วา 3 ศอกคืบ สูง 7 วา 2 ศอกคืบ 10 นิ้ว แบบเดียวกันกับที่วัดพนัญเชิง กรุงศรีอยุธยา ส่วนตรงกลางระหว่างวิหารเล็กและพระอุโบสถหน้าวิหารหลวงเป็นหอระฆังที่เก็บระฆังยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดของไทย ใครที่แแวะมาไหว้พระที่นี่เชื่อว่าจะเสริมสิริมงคลในเรื่องการเดินทางปลอดภัยและได้รับมิตรไมตรีที่ดี

ที่ตั้ง : ถ.อรุณอัมรินทร์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-16:00 น. เปิดทุกวัน

ศาลเจ้าเกียนอันเกง

จากวัดกัลยาณมิตร เดินต่อมาตามเส้นทางเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่นานก็จะเจอกับศาลเจ้าแม่กวนอิมอายุเก่าแก่นับร้อยปี และยังเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีนในย่านกุฏีจีนด้วย ตัวศาลเจ้างดงามด้วยเครื่องไม้แกะสลักที่มีความประณีตและสมบูรณ์ ซึ่งแฝงไปด้วยสัญลักษณ์อันเป็นสิริมงคลต่างๆ ภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องสามก๊ก และที่สำคัญคือเป็นที่ประดิษฐาน องค์โพธิสัตว์กวนอิมปางสมาธิ ทำจากไม้หอมแกะสลักที่เก่าแก่มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ทั้งหมดล้วนได้รับการดูแลอย่างดี จนได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปีพ.ศ. 2551

ที่ตั้ง : แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-ปิด : 06:00-18:00 น. เปิดทุกวัน

โบสถ์ซางตาครู้ส

จากศาลเจ้าแม่กวนอิม เดินต่อมาอีกนิดจะพบกับศาลาซางตาครู้สสีฟ้า ทรงขนมปังขิง ซึ่งเป็นท่าน้ำของวัดคาธอลิกเก่าแก่แห่งนี้ ผ่านศาลาเข้ามาจะพบกับตัวโบสถ์สีชมพูอ่อนที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรอเนสซองส์ ภายในประดับกระจกสีเรื่องราวของพระเยซู ส่วนภายนอกมีจุดเด่นที่ยอดโดมแบบอิตาลี ซึ่งคล้ายคลึงกับโดมแห่งมหาวิหารฟลอเรนซ์ สามารถมองเห็นแต่ไกลจากแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่นี้เป็นที่ดินที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพระราชทานให้แก่ชาวโปรตุเกสซึ่งร่วมทำการศึกต่อต้านพม่าจนได้รับชัยชนะ นักบวชชาวโปรตุเกสจึงได้เริ่มก่อสร้างอาคารวัดหลังแรกด้วยไม้ทั้งหมดแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2313 จากนั้นโบสถ์แห่งนี้ก็ได้ผ่านการบูรณะมาแล้วหลายครั้ง ส่วนโบสถ์หลังปัจจุบันสร้างเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 มีอายุมากกว่า 100 ปี

ที่ตั้ง : ซอยกุฎีจีน ถ.อรุณอมรินทร์ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-ปิด : เปิดเฉพาะเวลามิสซาเท่านั้น จันทร์–เสาร์ 17:00-19:30 น. อาทิตย์ 06:00 น., 08:30 น. และ 19:00 น.

โทร. : 02 472 0153-4

ชุมชนกุฏีจีน

เลี้ยวเข้าตรอก สัมผัสบรรยากาศชุมชนหลากเชื้อชาติ ต่างศาสนา ทั้งชาวไทย ชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกส ชาวจีน และมุสลิม หลอมรวมอยู่ในชุมชนเดียว โดยมีศาสนสถานของแต่ละความเชื่อตั้งอยู่ไม่ห่างจากกัน ทั้งวัดกัลยาณมิตร ศาลเจ้าเกียนอันเกง โบสถ์ซางตาครู้ส และมัสยิดบางหลวง โดยเฉพาะย่านใกล้เคียงโบสถ์ซางตาครู้ส จะพบกับอิทธพลวัฒนธรรมโปรตุเกสที่ยังคงตกทอดถึงลูกหลานในรูปแบบของความเชื่อ ความเป็นอยู่ และอาหารการกิน

ไม่ว่าจะเป็นขนมหน้านวล ขนมฝรั่งกุฎีจีน อาหารโปรตุเกสที่ผสานเข้ากับรสชาติแบบไทยๆ หรือถ้าอยากเรียนรู้ความเป็นมาของชาวไทยเชื้อสายโปรตุเกสให้ลึกซึ้ง ไม่ควรพลาดแวะมาที่ พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน ซึ่งเป็นทั้งคาเฟ่ให้นั่งพักเย็นๆ แถมยังอยู่ไม่ไกลจากร้านธนูสิงห์ ขนมฝรั่งกุฎีจีน เจ้าดังอีกด้วย

ที่ตั้ง : ถ.อรุณอัมรินทร์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-16:00 น. เปิดทุกวัน

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

ออกแรงเดินเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยามาอีกนิดจะพบกับอีกวัดเก่าแก่ ที่สร้างขึ้นบนที่ดินเดิมของสมเด็จพระยาบรมมหาประยุรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) เมื่อปีพ.ศ. 2371 โดยสิ่งที่โดดเด่นมากของวัดก็คือเจดีย์สีขาวทรงกลมขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 50 เมตร สูง 60 เมตร ใช้เทคนิคการสร้างแบบอยุธยาซึ่งใช้เสาแกนกลางเป็นหลักในการก่อสร้างเจดีย์ขนาดใหญ่ ต่อมาเกิดการล้มเอียงของแกนกลางจนมีการค้นพบพระเครื่องและโบราณวัตถุหลายอย่าง

ทางวัดจึงได้นำมาจัดแสดงให้ชมภายในพิพิธภัณฑ์พระประยูรภัณฑาคาร ส่วนกระบวนการซ่อมแซมองค์เจดีย์ให้เสาแกนกลางกลับมาตั้งตรง ยังได้รับรางวัลดีเด่นจากการประกวดโครงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ในปี พ.ศ. 2556 ของยูเนสโก ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมเสาแกนกลางและโครงสร้างภายในเจดีย์ได้ด้วย

ที่ตั้ง : ถ.ประชาธิปก แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-17:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 02 465 5592