13 ทริปรถไฟ เที่ยวง่าย เที่ยวสบาย ไม่ไกลกรุงฯ

อาจจะช้าไปนิด อาจจะไม่สบายสักเท่าไหร่ อาจจะโบราณโลโซไปหน่อย แต่มันก็ สนุก และสุขมากๆ นะ  เที่ยวด้วยรถไฟ นี่แหละวิธีเดินทางที่ผมชอบมากที่สุด ช้าๆ เนิบๆ ได้มองเห็นชีวิตหลากหลาย มีทั้งเรื่องถูกใจ เรื่องไม่ถูกใจ เกิดขึ้นบนรางเหล็ก  แต่ที่แน่นอนคือมีความสุขทุกครั้งที่ขึ้นรถไฟ 13 ทริปรถไฟจัดให้เลย เน้นแบบไม่ไกลกรุง ไม่ต้องนั่งข้ามคืน และจะให้ดียิ่งขึ้น เที่ยววันธรรมดากันเถอะ

อัมพวาวันธรรมดา นั่งรถไฟไปเที่ยวง่ายมากๆ

บรรยากาศวินเทจโดยไม่ได้ตั้งใจที่อยู่คู่กับรถไฟไทย

นั่งรถไฟไปกางเต็นท์ จะมีที่ไหนเหมาะเท่ากับหาดวนกร

1. บางปะอิน อยุธยา

ต้นทาง : หัวลำโพง
ระยะเวลาทริป : วันเดียว

เที่ยวง่ายใกล้กรุงวันเดียวก็เหลือเฟือแล้วสำหรับอำเภอบางปะอิน อยุธยา รถไฟต้นทางจากหัวลำโพงมีเพียบ ขาไปรอบแรก 4.20 น. ขากลับรอบสุดท้าย 19.38 น. เพราะฉะนั้นมีเวลาเที่ยวได้เต็มวัน

ไฮไลท์เด่นแน่นอนว่าคือพระราชวังบางปะอิน ห่างจากสถานีรถไฟแค่กิโลครึ่ง จะเดินไปหรือเรียกพี่วินก็ตามสะดวก ที่นี่เปิดให้เที่ยวทุกวัน ตั้งแต่ 8.00-16.00 น. สิ่งสำคัญคือการแต่งกายต้องสุภาพ ห้ามขาสั้น เสื้อแขนกุด กางเกงยีนขาดๆ ก็ห้าม รองเท้าควรใส่แบบสุภาพ รัดส้น หากแต่งไม่เรียบร้อยจะต้องยืมเสื้อหรือผ้าคลุมของเขามาสวมทับอีกทีนะ

เที่ยววังเสร็จแล้วอย่าลืมนั่งกระเช้าข้ามฝากไปวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ วัดสวยสไตล์ยุโรปที่ถือเป็นวัดประจำพระราชวังกันด้วย บอกเลยว่าสวยประทับใจห้ามพลาดมากๆ

2. เมืองเก่าอยุธยา

ต้นทาง : หัวลำโพง
ระยะเวลาทริป : วันเดียว หรือ 2 วัน 1 คืน

เส้นทางสายคลาสสิคสำหรับการนั่งรถไฟเที่ยวก็ต้องเมืองเก่าอยุธยานี่แหละ รถออกจากหัวลำโพง ขาไปเที่ยวแรก 4.20 น. ขากลับเที่ยวสุดท้าย 19.25 น. แถมที่เที่ยวยังเพียบไปหมด เที่ยวได้หลายรอบชนิดไม่ซ้ำที่

ลงจากรถไฟแล้วเช่ามอเตอร์ไซค์หรือจักรยานปั่นเที่ยวก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าอยากไปที่ไหนบ้าง ใครยังไม่เคยเที่ยวเมืองเก่าสักครั้ง แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการปั่นเที่ยววัดโบราณสถานสำคัญทั้ง วัดมหาธาตุ วัดราชบุรณะ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดพระราม วัดโลกยสุธาราม วัดไชยวัฒนาราม แต่ใครเคยไปแล้วลองเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่ไปไกลอีกนิด วัดใหญ่ชัยมงคล วัดพุทไธสวรรค์ ก็สวยไม่แพ้กัน

เพราะใกล้ๆ เดินทางสะดวก ทำให้เราเที่ยวอยุธยาแบบวันเดย์ทริปได้สบาย แต่ถ้าให้ดีลองค้างสักคืนจะได้สัมผัสความชิลมากกว่า มีเกสต์เฮ้าส์เก๋ๆ อยู่ทั่วเมือง รวมทั้งคาเฟ่น่านั่ง ร้านอาหารอร่อยๆ รวมทั้งตลาดยามเย็นอีกต่างหาก

3. เมืองเก่าลพบุรี

ต้นทาง : หัวลำโพง
ระยะเวลาทริป : วันเดียว

ออเจ้าเอยยังไม่ลืมกันใช่ไหม ผ่านมานานเป็นปีแล้วแต่เชื่อเถอะชื่อของเมืองเก่าลพบุรียังได้แรงกระตุ้นจากละครดังอยู่นะ เลยอยากชวนย้อนรอยเมืองเก่าที่รุ่งโรจน์มากๆ สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชกันสักหน่อย

นั่งรถไฟจากกรุงเทพ หัวลำโพง แนะนำขาไปรอบ 7.00 ขากลับรอบ 18.06 มีเวลาเที่ยวเต็มวัน ลงรถไฟแล้วสองเท้าเดินเอาเลย เพราะวัดพระศรีรัตนมหาธาตุอยู่ตรงข้ามกับสถานี ส่วนพระนารายณ์ราชนิเวศน์ กับพระปรางค์สามยอดก็อยู่ห่างจากสถานีไม่กี่ร้อยเมตร และถ้าอยากชมบ้านหลวงรับราชทูต หรือบ้านวิชาเยนทร์ ของ คอนแสตนติน ฟอลคอน ก็อยู่ห่างไปแค่ 800 เมตร

เนื่องจากที่วังนารายณ์มีส่วนของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งหยุดวันจันทร์กับอังคาร เลยแนะนำให้ไปเที่ยววันที่พิพิธภัณฑ์เปิดด้วยจะเป็นการดี โดยเฉพาะ พุธ พฤหัส และศุกร์ ถือว่าเที่ยวครบสูตร คนไม่เยอะถ่ายรูปมุมสวยๆ ได้แบบสบายใจ

4. น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี

ต้นทาง : ธนบุรี
ระยะเวลาทริป : 2 วัน 1 คืน

น้ำตกชื่อดังและเที่ยวง่ายมากของกาญจนบุรี บอกก่อนว่ารถไฟไปไม่ถึงน้ำตกหรอกนะ แต่เราสามารถลงรถไฟแล้วต่อรถโดยสารไม่ยาก เพียงแค่ลงรถไฟที่สถานีกาญจนบุรี (ออกจากสถานีธนบุรี 7.50 น.) แล้วนั่งรถสายน้ำตกเอราวัณอีกต่อเดียวก็จะถึงน้ำตกแบบไม่ยาก

แนะนำให้มาเที่ยวสองวันหนึ่งคืนจะสบายมาก มีเวลาเล่นน้ำ ชมความสวยของน้ำตกได้เต็มที่ เพราะที่นี่เป็นอุทยานแห่งชาติ มีทั้งลานกางเต็นท์ บ้านพักให้บริการ รวมทั้งพื้นที่ลานจอดรถมีร้านค้าร้านอาหารให้เลือกอีกนับสิบร้าน

ขากลับถ้าจะนั่งรถไฟกลับก็ออกจากน้ำตกช่วงสายๆ มารอรถให้ทันรอบ 14.48 น. ที่สถานีกาญจนบุรี เพียงเท่านี้ก็ไร้ปัญหา ถ้าอยากอยู่ต่อนานกว่านั้นก็กลับด้วยรถทัวร์หรือรถตู้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกาญจนบุรี กว่ารถจะหมดก็ประมาณทุ่มโน่นแหละ

5. ทางรถไฟสายมรณะ กาญจนบุรี

ต้นทาง : ธนบุรี
ระยะเวลาทริป : 2 วัน 1 คืน

ให้ชื่อทริปนี้ว่าเป็นทริปนั่งรถไฟเที่ยวทางรถไฟ เพราะเน้นชมความสวยงามของทางรถไฟสายมรณะ หรือทางรถไฟสายกาญจนบุรี ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คของนักท่องเที่ยวต่างชาติเลยนะ

ปกติจะมีรถขบวนนำเที่ยวแบบวันเดย์ทริปจากหัวลำโพงทุกสัปดาห์ แต่เราอยากเดินทางแบบชิลๆ ด้วยรถไฟประจำวันแถมไปวันธรรมดาก็ได้กันดีกว่า มีทุกวันออกจากสถานีธนบุรี 7.50 น.

นั่งรถไฟกินลมชมวิวเรื่อยๆ ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแคว กาญจนบุรี ไปลงที่สถานีสะพานถ้ำกระแซ เดินเล่นชมวิวสวยของทางรถไฟเลียบแม่น้ำให้เต็มที่ พอถึงเวลา 13.36 น. จะได้เวลาขบวนรถขากลับย้อนมาถึง เราก็ขึ้นขบวนนั้นแหละมาลงสถานีสะพานแควใหญ่ หรือสะพานข้ามแม่น้ำแคว เดินเที่ยว เดินถ่ายรูป หาที่นอนในตัวเมืองกาญจน์สักคืน แล้ววันถัดไปค่อยนั่งรถไฟกลับแบบชิลๆ

ุ6. เขาวัง เพชรบุรี

ต้นทาง : ธนบุรี
ระยะเวลาทริป : วันเดียว หรือ 2 วัน 1 คืน

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี หรือเขาวัง สัญลักษณ์เมืองเพชรบุรี อยากจะบอกว่านั่งรถไฟมาเที่ยวไม่ยาก เพราะอยู่ห่างจากสถานีรถไฟเพชรบุรีกิโลเดียว เดินสิบนาทีนิดๆ ก็ถึงแล้ว แถมเปิดให้เที่ยวทุกวัน 8.30-16.30 น.

หากต้องการนั่งรถไฟไป-กลับ แนะนำขามาขึ้นที่สถานีธนบุรี รอบ 7.30 น. จะมาถึงสถานีเพชรบุรี ประมาณ 10.30 น. มีเวลาเที่ยวเขาวังแบบสบายๆแล้วขากลับใช้รอบ 15.09 น. ซึ่งเป็นขบวนวิ่งเข้าหัวลำโพง แต่ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องต้องกลับรถไฟ ก็เลือกกลับรถโดยสารอื่นๆ ได้ตามเวลาสะดวก รถตู้เข้ากรุงเทพมีเยอะแยะจนถึงหัวค่ำ

หรือจะให้ดีกว่านั้น หาที่พักในตัวเมืองเพชรบุรีสักคืนแล้วเที่ยวในเมืองดูก็ดีนะ มีอะไรน่าสนใจอีกเยอะเลย แถมเพชรบุรียังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองอาหารอร่อยอีกต่างหาก

7. ทะเลชะอำ เพชรบุรี

ต้นทาง : ธนบุรี หรือ หัวลำโพง
ระยะเวลาทริป : 2 วัน 1 คืน

นั่งรถไฟไปชะอำ อีกหนึ่งทริปพักร้อนแสนคลาสสิคตั้งแต่สมัยรุ่นลุงรุ่นพ่อยังหนุ่ม ไม่อยากจะคิดว่าบรรยากาศสมัยก่อนจะวินเทจขนาดไหน แต่เดี๋ยวนี้ก็ยังนั่งไปได้นะ ไปแบบสบายๆ ไม่รีบร้อน เหมาะจัดทริปสักสองวันหนึ่งคืน เล่นน้ำ กินอาหารทะเล ชิลๆ บนหาดชะอำ

ออกจากกรุงเทพเลือกได้จะนั่งสายไหน จากธนบุรี 7.30 น. หรือจากหัวลำโพง 9.20 น. ส่วนขากลับก็เลือกได้อีกนั่นแหละ กลับธนบุรี 12.13 น. กลับหัวลำโพง 14.33 น.

จากสถานีรถไฟชะอำไปถึงชายหาดชะอำไม่ไกลเท่าไหร่ สองกิโลเมตรนิดๆ ซึ่งพอเราลงรถไฟแล้วจะมีทั้งมอเตอร์ไซค์วิน สองแถวเหมาคันเข้ามาเสนอตัวพาไปส่งเลยแหละ สะดวกขึ้นแบบไหนก็แล้วแต่จำนวนคน

8. หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์

ต้นทาง : ธนบุรี หรือ หัวลำโพง
ระยะเวลาทริป : 2 วัน 1 คืน

หัวหินเป็นถิ่นมีหอยและมีรถไฟผ่าน คงไม่ต้องบรรยายให้มากความว่าหัวหินมีอะไรให้เที่ยว ข้อมูลคงล้นทะลักกันอยู่แล้วล่ะนะ สายทะเลก็เน้นไปชายหาด สายคาเฟ่สายชิคก็เน้นที่เที่ยวที่ถ่ายรูปเก๋ๆ เดินตลาด หาของกินอร่อยๆ คือหัวหินมีทุกอย่างอยู่แล้

สถานีรถไฟหัวหินตั้งอยู่ในซอยหัวหิน 76 เข้าไปจากถนนเพชรเกษมแค่ 300 เมตร ห่างจากหาดหัวหินแค่ 800 เมตร เพราะฉะนั้นจึงเป็นอะไรที่สะดวกสุดๆ ลงรถไฟแล้วต่อวิน ต่อแท็กซี่ เดินมารอสองแถว จะยังไงก็ได้ทั้งนั้น

จากกรุงเทพ มีทั้งจากสถานีธนบุรีและหัวลำโพง ธนบุรี 7.30 น. หัวลำโพง 9.20 น. ส่วนขากลับ กลับธนบุรี 11.46 น. กลับหัวลำโพง 14.10 น.

9. เมืองประจวบคีรีขันธ์

ต้นทาง : ธนบุรี หรือ หัวลำโพง
ระยะเวลาทริป : 2 วัน 1 คืน หรือ 3 วัน 2 คืน

ใครมาเที่ยวเมืองสามอ่าวแล้วไม่รักต้องบอกว่าใจร้ายเกินทน เพราะที่นี่เป็นส่วนผสมของความพอดี เงียบสงบกำลังดี คึกคักกำลังดี สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ กำลังดี คือทุกอย่างเหมาะเจาะไม่มากไปและไม่น้อยไป

นั่งรถไฟมาลงสถานีประจวบได้เลย แบบไฮโซก็ขบวนด่วนพิเศษขึ้นที่หัวลำโพง 8.05 น. แบบโลโซก็ขบวนธรรมดาขึ้นที่ธนบุรี 7.30 น. เลือกได้ตามจำนวนแบงค์ในกระเป๋าตังค์ (ฮา…) ขากลับก็เหมือนกัน กลับเข้าหัวลำโพงจะเป็นด่วนพิเศษ 14.59 น. เข้าธนบุรีเป็นรถธรรมดา 10.03 น.

สถานีรถไฟประจวบอยู่ห่างจากชายหาดแค่ 500 เมตร เลียบหาดมีที่พัก ร้านอาหาร ร้านเช่าจักรยาน มอเตอร์ไซค์ ซึ่งเราเช่าขี่เที่ยวได้สบาย ไปได้ทั้ง เขาช่องกระจก กองบิน 5 อ่าวมะนาว หรือใครจะขึ้นเขาล้อมหมวกอันโด่งดังก็ให้มาเที่ยวช่วงหยุดยาวที่กองทัพอากาศเขาเปิดให้ขึ้น

และถ้าต้องการกางเต็นท์ค้างแรมริมทะเล มีจุดเด็ดๆ ที่วนอุทยานเขาตาม่องลาย สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่นำชมวิวบนเขาได้ด้วย สวยไม่แพ้เขาล้อมหมวก แถมเที่ยวได้ทุกวันไม่ต้องรอวันหยุด ค่าใช้จ่าย 300 บาท ต่อกลุ่ม 4-5 คน

10. หาดวนกร ประจวบคีรีขันธ์

ต้นทาง : ธนบุรี หรือ หัวลำโพง
ระยะเวลาทริป : 2 วัน 1 คืน

ทะเลสวยๆ เงียบสงบ ธรรมชาติอย่างที่สุด เพราะเป็นอุทยานแห่งชาติ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ทั้งบ้านพัก ร้านกางเต็นท์ ร้านอาหารสวัสดิการ

หาดวนกรอยู่ห่างจากตัวเมืองประจวบลงไปทางใต้ 30 กิโลเมตร การเดินทางด้วยรถไฟให้ลงรถที่สถานีห้วยยาง แล้วเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปส่งที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานฯ ราคา 60-70 บาท อย่าลืมขอเบอร์พี่วินไว้เผื่อเรียกใช้ขากลับด้วยล่ะ

เริ่มต้นจากสถานีหัวลำโพงมาลงสถานีห้วยยาง มีเฉพาะรถด่วนพิเศษรอบ 8.05 น. เช่นเดียวกับขากลับ 14.40 น. ราคาค่ารถก็เกือบ 500 บาท ถ้าอยากประหยัดต้องใช้รถธรรมดาจากสถานีธนบุรี ขาไป 7.30 น. นอนค้างที่หาดชิลๆ หนึ่งคืน แล้วขากลับมารอรถรอบ 9.35 น. กลับสถานีธนบุรีเหมือนเดิม

11. มหาชัย – ท่าฉลอม สมุทรสาคร

ต้นทาง : วงเวียนใหญ่
ระยะเวลาทริป : วันเดียว

แหล่งอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ใช้แล้วที่นี่แหละตำบลมหาชัย อำเภอเมือง สมุทรสาคร ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้นะว่ามาเที่ยวที่นี่ด้วยรถไฟได้แบบสบายมากมาย เริ่มต้นจากสถานีวงเวียนใหญ่ ออกเที่ยวแรก 5.30 น. และมีทุกชั่วโมงจนถึงสองทุ่ง ส่วนขากลับก็ออกตลอดทุกชั่วโมงเหมือนกันจนถึงเที่ยวสุดท้าย 19.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมง

ฝั่งมหาชัยก็มีตลาดมหาชัย ศาลหลักเมือง ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง วัดวาอาราม ร้านอาหารของกิน หรือนั่งสองแถวไปสักการะหลวงพ่อปู่ พระพุทธรูปใส่แว่นดำที่วัดโกรกกรากก็ไม่ยาก ถ้าขึ้นเรือข้ามฝากแม่น้ำท่าจีนไปฝั่งท่าฉลอมก็สามารถนั่งสามล้อถีบไปเที่ยววัดช่องลม ศาลเจ้าแม่กวนอิม

ทริปง่ายมากใกล้กรุง ใช้เวลาสั้นๆ เดินทางสะดวก

12. แม่กลอง – อัมพวา สมุทรสงคราม

ต้นทาง : วงเวียนใหญ่
ระยะเวลาทริป : วันเดียว หรือ 2 วัน 1 คืน

ใครอยากเห็นตลาดร่มหุบอันลือลั่นก็ต้องมาเที่ยวด้วยรถไฟสายนี้แหละ แถมพิเศษกว่าคนรอถ่ายรูปรถไฟที่รางนะ เพราะเราจะได้อยู่บนรถไฟยังไงล่ะ

การมาเที่ยวทางรถไฟสายนี้จากกรุงเทพต้องขึ้นรถสองต่อ ต่อแรกจากวงเวียนใหญ่มาลงมหาชัย จากนั้นนั่งเรือข้ามฝากมาฝั่งท่าฉลอม ขึ้นรถไฟที่สถานีบ้านแหลมซึ่งจะไปสุดสายที่สถานีแม่กลอง ที่ต้องวางแผนคือรถไฟจากวงเวียนใหญ่ไปมหาชัยมีทุกชั่วโมงตั้งแต่ 5.30 น. จนถึง 20.10 น. แต่รถไฟจากบ้านแหลมไปแม่กลอง มีแค่วันละสี่เที่ยว 7.30 น. 10.10 น. 13.30 น. และ 16.40 น. ขากลับก็สี่เที่ยวเช่นกัน 6.20 น. 9.00 น. 11.30 น. และ 15.30 น.

แนะนำขึ้นรอบ 10.10 น. เราจะได้ถ่ายภาพตลาดร่มหุบจากบนรถ พอลงรถที่แม่กลองแล้วรออีกแป๊บเดียวรถก็จะออกจากสถานีแม่กลองกลับไปบ้านแหลมให้เราได้รอถ่ายรูปจากข้างล่างพอดิบพอดี เป็นเที่ยวที่เป๊ะที่สุด

จากตลาดแม่กลองถ้าจะไปคลองอัมพวาก็มีสองแถวจอดรอ นั่งแป๊บเดียวก็ถึง ใครไม่เคยเที่ยวอัมพวาวันธรรมดาอยากให้ลองไปดู ร้านค้าไม่เปิดหรอกแต่เราจะได้เห็นความสงบริมคลอง บ้านไม้ที่พากันปิดเงียบ เป็นโลเกชั่นถ่ายรูปชิคๆ เก๋ๆ นอกจากนี้ที่พักวันธรรมดายังราคาถูกว่า เงียบสงบ ตื่นเข้ามาใส่บาตรพระที่พายเรือมาตามคลองได้ด้วย

13. เมืองฉะเชิงเทรา

ต้นทาง : หัวลำโพง
ระยะเวลาทริป : วันเดียว

รถไฟสายตะวันออกผ่านพัทยาด้วยนะ แต่ขอแบบนั่งกลางๆ มาลงที่ชุมทางฉะเชิงเทราก็พอ ขอแปลงร่างเป็นสายบุญเที่ยววัดวาบ้างจะเป็นไร มีวัดหลวงพ่อโสธรเป็นหลัก

รถไฟไปฉะเชิงเทราแสนสะดวก ขึ้นที่หัวลำโพงออก 5.55 น. 6.55 น. 8.00 น. หรือให้เลยไป 10.10 น. ก็ยังไหวเพราะใช้เวลาเดินทางชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ลงรถไฟแล้วต่อสองแถวไปวัดหลวงพ่อโสธรได้เลย ส่วนขากลับก็มีรถเรื่อยๆ ตั้งแต่ประมาณบ่ายสอง บ่ายสาม สี่โมงครึ่ง ห้าโมงครึ่ง แค่อย่าให้เกินรอบสุดท้าย 18.00 น. ก็พอ

ไหนๆ ก็มาสายบุญแล้วอยากให้นั่งสองแถวตามต่อไปเที่ยววัดจีนประชาสโมสร หรือวัดเล่งฮกยี่ ซึ่งถือเป็นวัดที่ประกอบกันเป็นมังกรตามความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีน คือหัวมังกรที่วัดมังกรกมลาวาส เล่งเน่ยยี เยาวราช ตัวมังกรที่วัดแห่งนี้ และหางมังกรที่วัดมังกรบุปผาราม เล่งฮั่วยี่ จันทบุรี

ไม่ไกลกันยังมีวัดอุภัยภาติการาม เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต ซำปอกง หนึ่งในสามองค์ของบ้านเรา (อีกสองที่คือวัดพนัญเชิง อยุธยา และวัดกัลยาณมิตร กทม.) รวมแล้วถือเป็นสามวัดน่าเที่ยวในการนั่งรถไฟมาฉะเชิงเทรา

ขอขอบคุณเรื่องและภาพจากเพจ : นายสองสามก้าว / A Life, A Traveller