หลงระนอง คลองลัดโนด ล่องแพ โดดน้ำ กินปู ดูทะเล

อีกสักครั้ง กับจังหวัดที่รักที่สุดอย่างจ.ระนอง ด้วยความภาคภูมิใจนำเสนอ คลองลัดโนด ไปนั่งเรือชมทะเล ปลูกป่าโกงกาง กินปู กินซีฟู้ด ดูวิธีเลี้ยงหอยนางรม ล่องแพเปียก เล่นน้ำ ชมทะเลแหวก สันหลังปึ้งกือ ไปสูดอากาศ ธรรมชาติบริสุทธิ์

สัมผัสชุมชนน่ารักๆและห้ามพลาดกับกิจกรรมขึ้นชื่อของระนอง  อาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อน นวดตัวทำสปาแบบไทยๆ แถมตบท้ายด้วยของกินอร่อยๆ อีกเพียบ ทริปนี้จัดสั้นๆ สองวันหนึ่งคืน แต่ขอบอกว่าความฟินที่ได้รับ มันเยอะเหลือเกิน

คลองลัดโนด ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์

ล่องแพเปียก กิจกรรมฉ่ำๆ สุดสนุก

ทริปนี้พวกเราเดินทางจาก กทม. ด้วยนกแอร์ไฟลท์เช้า

สนามบินระนองอยู่ที่ราชกรูด นอกตัวเมืองระนอง ห่างจากตัวเมืองยี่สิบกว่ากิโล แต่เพราะระนองเป็นเมืองคนน้อย เงียบสงบ ไม่ต้องห่วงปัญหารถติด ระยะทางแค่นี้สบายๆ 

อาหารเช้ามื้อแรก เราเลือกกินที่ระนอง โอชา ร้านติ่มซำเจ้าใหญ่ของระนอง ถือว่าโอเคนะครับทั้งรสชาติ ราคา ความหลากหลาย ถึงจะยังเป็นรองแหล่งติ่มซำของภาคใต้อย่างพวก สุราษฎร์ ภูเก็ต ตรัง ก็เถอะ

ร้านอยู่ทางไปสะพานปลา ติดถนนใหญ่ หาไม่ยากครับ ตั้ง GPS นำทางไปโลดได้เลย

เดินทางถึงคลองลัดโนด ตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์

ไม่ต้องกลัวหลง ที่นี่อยู่ก่อนถึงหาดบางเบน อุทยานแห่งชาติแหลมสนนิดเดียว วิ่งมาตามถนนเพชรเกษมก็ไปตามป้ายหาดบางเบนได้เลย แต่ก่อนถึงบ้านบางเบนสักพักจะเจอป้ายนำทางเข้าไปเที่ยวคลองลัดโนด ง่ายๆ แค่นี้เอง

การล่องแพเปียกคลองลัดโนด  เป็นหนึ่งในกิจกรรมท่องของวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวตำบลม่วงกลวง ปัจจุบันดูแลและจัดการโดยผู้ใหญ่ทวน หวันร่าหมาน จะมาเที่ยวอะไรยังไงแบบไหน ก็ติดต่อผู้ใหญ่นี่แหละ

แพ็คเกจวันเดย์ทริป  รับตั้งแต่ 2 – 60 คน  เดินทางมาพบที่ชุมชน 1,350 ต่อคน รับ-ส่ง เมืองระนอง 1,900 ต่อคน  ติดต่อผู้ใหญ่ทวน 0822786099

นั่งเรือพรีสชมวิว เป็นเรือหางลำเล็กๆ วิ่งฝ่าสายฝนกันเลยทีเดียว มาระนองของแท้มันต้องแบบนี้สิ เมืองฝนแปดแดดสี่ (ผมชอบแซวว่าหมายถึงฝนตกแปดชั่วโมง หยุดสี่ชั่วโมง ตกอีกแปดชั่วโมง  ถึงสายฝนจะทำให้เราไม่ได้เห็นวิวแบบที่หวัง แต่ก็สดชื่นสนุกดีแท้

เราวิ่งผ่านอ่าวกะเปอร์ ปากคลองกะเปอร์ แล้วเลี้ยวเข้าลำคลองชะนูดจนมาถึงสันทรายม้าน้ำซึ่งอยู่อีกฝั่งของแหลมสน ใครนึกภาพไม่ออกดูแผนที่นะ

เห็นภาพของคนอื่นแล้วเป็นสันดอนทรายกว้างขวาง แต่เราเจอทั้งฝนทั้งน้ำขึ้นเลยได้ภาพแบบฉ่ำๆ แปลกตามาแทน เก๋ดีเหมือนกันนะ เป็นจุดปลูกป่าโกงกาง

เสร็จแล้วค่อยนั่งเรือพรีสเลี้ยวไปตามคลองลัดโนด จนถึงกระชังปลา หรือเรียกว่าศูนย์เรียนรู้ลอยน้ำ ซึ่งเราจะทานข้าวกลางวันกันที่นี่
อยู่เมืองทะเลก็ต้องกินทะเล จัดมาเล่นเต็มที่ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา รสชาติฝีมือแม่ครัวชาวระนองแท้ๆ รับประกันความสดและความอร่อ

นอกจากกินข้าว พักผ่อน เรายังได้เรียนรู้วิธีการเลี้ยงหอยนางรมตามธรรมชาติอีกด้วย วิธีการคือไปจับหอยนางรมตัวเล็กๆ ตามป่าโกงกางมาติดปูนซีเมนต์ใส่กับเชือกแล้วปล่อยลงน้ำให้มันห้อยแบบนั้นแหละ พอหอยเติบโตได้ขนาดก็ค่อยแคะออกมาขายออกมาทาน

ที่นี่ทำแค่สาธิตและให้ศึกษาเรียนรู้นะครับ ไม่ได้ทำเป็นฟาร์มใหญ่โตอะไ

ฟ้าหลังฝนที่คลองลัดโนดเป็นอะไรที่สุดยอดมากครับ หมอกเริ่มลอยปกคลุมภูเขา เป็นฉากที่ทำให้ต้องร้องว้าวสุดๆ

แพเปียกพาเราล่องเล่นน้ำไปเรื่อยๆ ตามคลองกะเปอร์ ไฮไลท์สำคัญคือสันหลังปึ้งกือ หรือสันหลังกิ้งกือ เป็นชื่อตั้งล้อกับทะเลแหวกสันหลังมังกรที่สตูล เพราะที่นี่เป็นสันทรายขนาดเล็กกว่านั่นไง

แม้ว่าวันนี้จะเป็นช่วงน้ำเยอะทำให้สันหลังยังไม่โผล่มาตอนที่เราไปถึง แต่ก็เหลืออีกนิดเดียวเท่านั้นแหละ ลงไปยืนเดินเล่นกลางลำคลองอยู่แค่ระดับหัวเข่าเท่านั้นเอง ทรายด้านล่างเนียนนุ่มเท้ามากครับ น่าเสียดายที่รออยู่จนเวลาที่สันทรายโผล่พ้นน้ำไม่ได้ เดี๋ยวจะเย็นย่ำเกินไป

จากสันหลังปึ้งกือ แพเปียกพาเราล่องผ่านซากเรืออพยพของชาวโรฮิงญา และชุมชนไร้แผ่นดินของชาวเลเลี้ยงปูนิ่ม เป็นภาพวิถีและธรรมชาติที่สดชื่นมาก

เรากลับขึ้นฝั่ง อาบน้ำอาบท่า เปลี่ยนเสื้อผ้า เสร็จสิ้นภารกิจนั่งเรือพรีส ล่องแพเปียก เที่ยวคลองลัดโนด ประมาณสี่โมงเย็น

มีโอกาสไว้กลับมาซ้ำใหม่แน่นอนครับ เพราะที่นี่ไม่จำเป็นต้องเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ มากันแค่สองคน ผู้ใหญ่ทวนก็พร้อมรับและดูแลอย่างดี แบบนี้สิเรียกว่าเที่ยวชุมชนน่ารักของจริง

เที่ยวคลองลัดโนด
วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวตำบลม่วงกลวง
แพ็คเกจวันเดย์ทริป รับตั้งแต่ 2 – 60 คน
มาพบที่ชุมชน คนละ 1,350 บาท  รับ-ส่ง ตัวเมืองระนอง คนละ 1,900 บาท
ย้ำว่าสองคนก็เที่ยวได้ แค่โทรจองล่วงหน้า

ติดต่อผู้ใหญ่ทวน รังสิมันต์ หวันร่าหมาน
โทร : 0822786099

ไปต่อกันที่ ธาริน ระนอง ฮอทสปริง อยู่เลยจากบ่อน้ำร้อนพรุหลุมพีแค่สองร้อยเมตร จัดสถานที่ไว้สวยงาม มีบ่อน้ำร้อนแช่ตัวสี่บ่อ บ่อน้ำเย็นอีกบ่อ และแยกบ่อแช่เท้าไว้ต่างหาก แถมยังมีพื้นที่สระว่ายน้ำกับร้านอาหารด้วยครับ เป็นบ่อน้ำร้อนเอกชนที่เข้าท่าทีเดียว

สอบถามข้อมูล โทร. 0966360596
เฟซบุ๊ก Taryn Hot Springs
www.facebook.com/tarynhotsprings

ราคามาอาบน้ำแร่ที่นี่คนละ 150 บาท มีชุดอาบน้ำ (กางเกงขาสั้น กับผ้าถุง) และผ้าเช็ดตัวให้ สามารถอาบได้ไม่จำกัดเวลา โอเคเลยล่ะ

อาบน้ำร้อนน้ำแร่เสร็จแล้วสามารถมาว่ายน้ำเล่นที่สระ สั่งอาหาร เครื่องดื่ม น้ำสมุนไพร ราคาไม่แพง 50-60 บาท เป็นอีกตัวเลือกดีๆ ในการมาเที่ยวเชิงสุขภาพที่ระนอง

มื้อเย็นนี้พวกเราไปกินกันที่ครัวเจริญ ร้านอาหารเก่าแก่ตรงถนนระนองพัฒนา ร้านสะอาด นั่งสบาย บริการดี รสชาติอาหารอร่อยทีเดียว เราสั่งกันง่ายๆ แกงส้ม ไก่ทอด ผัดผักกระเฉด กุ้งผัดพริกแกง หอยลายผัดฉ่า ราคาไม่แรง

ต่อด้วยขนมหวานร้านน้ำเต้าหู้อาแปะ ข้างโรงพยาบาลระนอง ไปถึงแล้วโอ้โหคนเยอะเชียว เมนูหลากหลายดี เต้าหู้ เต้าฮวย บัวลอย เฉาก๊วย เต้าทึง ราคา 20-40 บาท แล้วแต่เมนู

เราพักที่โรงแรมฟาร์มเฮ้าส์ ระนอง ได้ยินชื่อมานานเพิ่งได้ใช้บริการก็ครั้งนี้ โรงแรมมีตึกเก่า กับตึกใหม่ที่เป็นห้องดีลักซ์ เราพักห้องดีลักซ์ กว้างขวาง นอนสบายมาก มีสระว่ายน้ำด้วยครับ น่าเสียดายไม่มีเวลาได้ใช้

เข้าไปในห้องแล้วว้าวเลย ไม่ใช่อะไรหรอก โรงแรมมีไข่ลวกจากทางฟาร์ม (หรือจริงๆ เรียกว่าโรงแรมนี้เป็นของฟาร์มไก่ไข่จะถูกกว่านะ) ไว้ให้ทานสองฟอง แถมกาแฟในห้องเป็นกาแฟดริป ก้อง วัลเล่ย์  คิดถึงรสชาติแบบนี้ใจจะขาด ไม่ต้องกลัวตาค้าง

ที่ชอบอีกอย่างของโรงแรมฟาร์มเฮ้าส์ คืออาหารเช้า เป็นบุฟเฟ่ต์เน้นอาหารไทยอาหารถิ่นเป็นหลัก โดยเฉพาะขนมจีนอร่อยมาก น้ำยาให้เลือกครบทั้ง กะทิ ป่า น้ำพริก แกงไตปลา ซาวน้ำ เครื่องเคียงมีเพียบ ส่วนข้าวสวย ข้าวต้ม ก็มีให้เลือกตามสบาย

ทริปวันที่สองของเราเป็นซิตี้ทัวร์ วนเที่ยววนกินในตัวเมืองระนองนี่แหละ เพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยการนั่งรถสองแถวไม้ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของระนอง ใครจะว่าจ้างสองแถวตามคิวต่างๆ แบบเหมาเต็มวัน ครึ่งวัน กี่ชั่วโมงก็ว่ากัน หรือจะใช้บริการของเอเยนซี่นำเที่ยวก็ตามสะดวก เหมาทั้งวันประมาณ 1,200+ หรือ 200 ต่อชั่วโมง บวกลบว่ากันตามขนาดรถ (มีรถใหญ่กับรถเล็ก) ระยะทาง พื้นที่ไปเที่ยว ฤดูกาล สถานการณ์ ค่าน้ำมัน และการต่อรอง

ที่แรกคือพระราชวังรัตนรังสรรค์จำลอง เป็นแลนด์มาร์คใจกลางเมืองระนอง

พระราชวังรัตนรังสรรค์ดั้งเดิม คอซิมก๊อง หรือพระยารัตนเศรษฐี ผู้ว่าราชการเมืองระนองให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2433 เพื่อเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ขณะเสด็จประพาสหัวเมืองภาคใต้ ซึ่งต่อมายังเป็นที่ประทับของ รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 อีกสองพระองค์

พอปี พ.ศ. 2507 มีการรื้อพระราชวังที่ทรุดโทรมสร้างเป็นศาลากลางจังหวัด ถึงปี พ.ศ. 2545 จังหวัดระนองจึงสร้างพระราชวังรัตนรังสรรค์จำลองขึ้นแถวเขานิเวศน์ไม่ไกลจากที่เดิม ภายในจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวและสิ่งของต่างๆ เกี่ยวกับพระราชวัง

สวยน่าเที่ยวมาก โดยเฉพาะสำหรับสายชื่นชอบศึกษาประวัติศาสตร์ แต่บอกนิดหน่อยว่าภายในปิดวันจันทร์ อังคาร อยากเที่ยวก็วางแผนอย่าให้ตรงวันที่เขาหยุดล่ะ ส่วนด้านนอกเปิดทุกวัน

ต่อมาแวะกินกาแฟกันหน่อยที่ เดอะ กาลล่า คาเฟ่ (The Galla Café) ชั้นล่างของโรงแรมเดอะ กาลล่า ตรงข้างร้านโรตี บังกี ร้านเล็กๆ แต่น่ารักดีครับ เมนูเครื่องดื่มเพียบ มีเมนูใหม่ๆ มานำเสนอตลอด ผมเคยมาสามครั้ง มีเมนูใหม่ต้องลองทั้งหมดเล

จากนั้นไปร้านมิกะลา บาบ๋า คาเฟ่เล็กๆ สไตล์บ้านสวนร่มรื่นและน่ารักสุดใจ ผมไม่ได้ตั้งใจมาทานอะไรหรอกครับ (เพราะเพิ่งกินมาเองหมาดๆ) แต่ตั้งใจแวะมาทักทายพี่หนิง เจ้าของร้านลูกครึ่งผู้แสนใจดี ไม่ใช่ลูกครึ่งต่างชาติหรอกนะ ลูกครึ่งแพร่-ระนอง เหนือใต้บ้านเรานี่เอง

เฟซบุ๊ก มิงกะลา บาบ๋า Mingala BaBa : Renong

โทร. 0630973740

นอกจากเครื่องดื่ม ขนมหวาน อร่อยๆ ราคาเบาๆ ร้านมิงกะลา บาบ๋า ของพี่หนิง ยังมีของฝากของที่ระลึก ของแฮนด์เมด รวมทั้งผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของระนอง เป็นร้านที่เปิดประตูเข้าไปแล้วเราจะรู้สึกถึงมิตรภาพซึ่งถ่ายทอดออกมาจากผู้เป็นเจ้าของร้านได้ทันที

หาข้าวเที่ยงกินสักหน่อย แนะนำเลยร้านโชกุน ถูกใจคนชอบกินเป็ดแน่นอน เมนูเด็ดเป็ดอบบะหมี่ เป็ดอบวุ้นเส้น ต้มแซ่บเป็ด เป็ดผัดพริกไทยดำ ขาเป็ดตุ๋น บอกเลยว่าเด็ดทุกอย่าง หากใครไม่อยากทานแบบอลังการ ข้าวหน้าเป็ด หรือก๋วยเตี๋ยวเป็ด ธรรมดาๆ ก็มี

จุดหมายต่อไปในเมืองระนองคือบ้านร้อยปีเทียนสือ ถนนผาดาด ข้างศาลจังหวัดระนอง เป็นบ้านจีนเก่าแก่ซึ่งเต็มไปด้วยประวัติ (ฝั่งลูกสาว) ของผู้สืบเชื้อสายมาจาก พระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง) อดีตเจ้าเมืองระนองคนแรก ทั้งยังเป็นบ้านที่สร้างขึ้นตามหลักฮวงจุ้ยของชาวจีน ไปชมไปฟังบรรยายที่มาที่ไปแล้วได้ความรู้

บ่ายๆ ได้เวลาเอาคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายสักที ไปเลยร้านก้อง โกปี้ ถนนเจริญราษฎร์ เป็นร้านสาขาในตัวเมืองของ ก้อง วัลเล่ย์ กาแฟชื่อดังแห่งอำเภอกระบุร

วันที่เราไปร้านยังไม่เปิดอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ ข้าวของหลายอย่างรอการจัดเรียงและตกแต่งเพิ่ม แต่นั่นไม่ทำให้รสชาติของกาแฟก้อง วัลเล่ย์ ลดน้อยลงเลย

ข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0954149952

เป็นอีกที่ปักหมุดไว้เลยกับการมาเที่ยวตัวเมืองระนอง ถ้าใครอยากลองกาแฟโรบัสต้ารสชาติกลมกล่อมของก้อง วัลเล่ย์

เพื่อให้ทริประนองสมบูรณ์แบบต้องเพิ่มการนวดตัว นวดไทย ให้ผ่อนคลายสบายสุดๆ เข้าไปด้วย

พวกเราเลือกไปกันที่ น้ำนอง ฮอต สปา บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน มีคอร์สทั้งนวดแผนไทย และสปาแบบไทยๆ ให้เลือกใช้บริการหลากหลาย ราคาไม่แพง สามารถจับต้องได้ พวกเรานวดน้ำมันแผนไทย 120 นาที ชั่วโมงแรกเป็นการนวดแผนไทย ชั่วโมงหลังเป็นการนวดน้ำมัน คอร์สนี้ 750 บาท บอกเลยว่าเป็นสองชั่วโมงที่สบายสุดๆ

สำหรับคนไม่เคยนวด ขอบอกว่าพนักงานหรือหมอนวดที่นี่มีประสบการณ์ และผ่านการอบรมการนวดแผนไทยอย่างถูกต้องทุกคนครับ ไม่ต้องกังวลเลย

จองคิวล่วงหน้าได้ที่ 0816662285 หรือ 0846253444

เรามาปิดท้ายทริประนองครั้งนี้ที่ 168 Café เห็นเป็นคาเฟ่ในปั้มน้ำมันแบบนี้ แต่เข้าไปแล้วไม่ธรรมดา บรรยากาศดีเลิศ ด้านในตกแต่งสวยมาก เครื่องดื่มมีให้เลือกเยอะ ขนมหวานละลานตา รวมถึงเมนูอาหารทั้งแบบจานเดียว อาหารไทย สปาเก็ตตี้ สลัดต่างๆ ราคาไม่แพง เครื่องดื่มเย็น 55-65 บาท อาหารจานเดียวเริ่มต้น 79 บาท ดีงามน่าประทับใจมาก

ขอขอบคุณเรื่องและภาพจากเพจ : นายสองสามก้าว / A Life, A Traveller