วันเดียวเที่ยวกาญจนบุรี 9 จุดเช็คอินห้ามพลาด สวยจับใจ

สวัสดีครับเพื่อนๆ เราไปหาที่เที่ยวชิคๆ เก๋ๆ ไปพักผ่อนไม่ไกลเมืองกรุงกันไหม บอกเลยว่าทริปนี้เราจะพาเพื่อนๆไปสัมผัสธรรมชาติพร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์กันที่ “ กาญจนบุรี “ กัน

กาญจนบุรี อีกหนึ่งจังหวัดทางตะวันตกของเมืองไทยที่สามารถไปท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีเส้นทางทั้งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และ วัฒนธรรม ให้เราได้ไปค้นหาเที่ยวง่าย แม้ว่าจะมีเวลาน้อยก็ตาม ซึ่งวันนี้เราก็ขับเพลินๆ กันไป ไม่น่าเชื่อว่าวันเดียวเราจะเที่ยวกันได้มากถึง 9 สถานที่

HILIGHT ของเราในวันนี้ต้องบอกก่อนว่าเราได้มีโอกาสมา กิน เที่ยว ถ่าย ในคอนเซ็ปท์สวยๆ ตามเส้นทางธรรมชาติ เดินทางง่ายในแบบที่เที่ยวตามกันได้ไม่ยาก เช้าไปเย็นกลับก็สามารถทำได้ ใครที่มีเวลาน้อยแต่ต้องการเที่ยวได้ครบทุกรสชาติบอกเลยว่าห้ามพลาด

เอาจริงๆ แอดและทีมงานมาเที่ยวกาญฯ ไม่รู้รอบที่เท่าไหร่ แต่ครั้งนี้เราได้มีโอกาสเดินทางมาเที่ยวกันแบบสวยๆ ชิลๆ คือเที่ยวได้จริงวันเดียวแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเก็บสถานที่เช็คอินกันได้มากถึง 9 ที่ยาวๆ กันไป

วันนี้บอกก่อนว่าเราจะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับ  9 จุดเช็คอินห้ามพลาดที่ไม่ใช่เพียงสะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือ น้ำตกไทรโยคเท่านั้นแต่เราจะพาไปทำความรู้จักกาญจนบุรีในแบบ Unseen เที่ยวง่ายไม่ไกลเมืองกรุงฯ

เพียงสองชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ผ่านนครปฐม เข้ามาเมืองกาญ หรือใครจะนั่งรถโดยสารมาลงที่ขนส่ง แล้วเช่ามอเตอร์ไซค์แว๊นเที่ยวต่อกันไปก็ได้ โดยครั้งนี้เรามาถึงกาญจนบุรีตั้งแต่ 8.00 โมง ทำให้เวลาท่องเที่ยวมีมากขึ้น

ต้นจามจุรี หรือต้นก้ามปู ที่ตั้งอยู่ในเมืองกาญจนบุรี เป็นต้นที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อยู่ในพื้นที่ของกองการสัตว์และเกษตรกรรมที่ 1 กรมการสัตว์ทหารบก จังหวัดกาญจนบุรี

แค่มาเห็นวิวแบบนี่ในวันชิลๆ แต่เช้าก็โคตรฟินอะสายลมเบาๆแสงแดดอ่อนๆ มันปลุกพลังงาน ทำให้เราอยากท่องเที่ยวพร้อมถ่ายรูปทุกๆ สถานการณ์

นอกจากทีมของเราแล้ว ยังมีเพื่อนๆคนอื่นๆ ที่มากันแบบทั้งครอบครัวต่างหามุมเก๋ๆ ใต้ต้นจามจุรียักษ์เพื่อถ่ายรูปสวยๆ

นอกจากบริเวณใต้ต้นจามจุรียักษ์แล้ว บริเวณรอบๆ เขาเองก็ยังร่มรื่นเหมาะแก่การเดินเล่นสูดโอโซนรอบๆกันอีกด้วย

คาเฟ่สวย บรรยากาศชิลๆ ริมทุ่งนาหลังวัดถ้ำเสือ ทำให้สามารถมองเห็นวิวของวัดถ้ำเสือได้จากด้านหน้าร้าน แถมมีสะพานไม้ทอดยาวกลางทุ่งนาให้เดินเล่นชมวิว และ ถ่ายภาพ

ทั้งนี้ยังสามารถเช็คอินเก๋ ๆ ได้หลายมุม เป็นอีกหนึ่งจุดน่าแวะแห่งใหม่ของกาญจนบุรีที่ไม่ควรพลาด ตั้งอยู่ในอำเภอท่าม่วงใครไปไม่ถูกกด google map แล้วไปโลดเลย

คาปูชิโน่ยามเช้าหลังสูดโอโซน โคตรฟิน บอกเลยว่างานนี้เราได้ภาพสวยกันเยอะแยะมากมาย

ลืมบอกไปว่าตัวคาเฟ่จะตั้งอยู่หลังวัดถ้ำเสือด้วยนะ ถ้าไปช่วงก่อนเกี่ยวข้าว นาจะสีเขียวขจี พอก่อนเกี่ยวข้าว ทุ่งหลังคาเฟ่จะกลายเป็นสีเหลืองทองอร่ามเลย

สุสานทหารสัมพันธมิตร (ช่องไก่)  หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า “สุสานทหารสัมพันธมิตรเขาหินปูน” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย ตำบลหนองหญ้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี

ทางเข้าไปด้านใน เห็นด้านนอกเรียบๆ แบบนี้ แต่ด้านในมีอะไรให้เราชมหลายอย่าง รวมถึงมีประวัติความเป็นมาให้อ่านด้วยนะ

ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ ปัจจุบันเป็นที่บรรจุศพทหารเชลยศึก ประมาณ 1,740 หลุม ประดับประดาด้วยไม้ดอกเพื่อสร้างความสดใสให้แก่ตัวสุสาน

บรรยากาศตอนเที่ยงแม้ว่าจะมาเดินชิลๆ มันก็เย็นสบายนะถึงแม้อากาศบ้านเราจะร้อน แต่ด้วยตัวสถานที่เองค่อนข้างโล่ง โปร่งสบายเหมาะแก่การมาพักผ่อน

ที่นี่นับว่าเป็นที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของค่ายเชลยศึกขนาดใหญ่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแคว จึงสามารถเดินทางไปชมวัดถ้ำเขาปูนได้ทั้งทางบกและทางน้ำ แถมเป็นอีกหนึ่ง Unseen Kanchanaburi ที่ห้ามพลาด

หลังจากขึ้นมาด้านบนผ่านเจดีย์สีทอง สามารถเห็นวิวแบบ 360 องศาได้ โดยเฉพาะโค้งแม่น้ำแควน้อย ซึ่งนับว่าเป็น unseen อีกแห่งของจังหวัดกาญจนบุรี

เจดีย์สีทองบริเวณวัดแห่งนี้ สวยงามอร่าม ให้เพื่อนๆได้ขึ้นมากราบสักการะบูชากัน

ถ้ำขนาดเล็กด้านในประกอบด้วยถ้ำย่อย ๆ 11 ถ้ำ แต่ละถ้ำมีความสำคัญทาง ประวัติศาสตร์และสวยงามแตกต่าง ๆ กัน

หาดทรายชุกโดน (ชุก–กะ–โดน) เป็นชายหาดน้ำจืดขนาดย่อม อยู่ริมน้ำแม่กลองบริเวณชุมชนท่าน้ำชุกโดน ตำบลบ้านใต้ อำเภอเมืองกาญจนบุรี

ลักษณะเป็นหาดทรายละเอียด  แนวชายหาดมีความยาวประมาณ 400 เมตร มีเต้นท์และโต๊ะไว้นั่งพักผ่อน (คิดค่าบริการหลังละ 40 บาท) และสั่งอาหารมารับประทานได้

ที่นี่สามารถลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย มีทุ่นกันบริเวณน้ำลึก มีที่หรับจอดรถ พร้อมห้องน้ำ จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับพักผ่อนคลายร้อนที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเมืองกาญจน์

ชุก กะ โดน ชื่อน่ารักดีเอาจริงๆ เอาแทบไม่น่าเชื่อว่าเมืองกาญจนบุรี จะมีหาดทรายทะเลน้ำจืดให้เราได้เล่นกันด้วย ถือว่าคุ้มค่าแก่การมาเยือนจริงๆ

ปราสาทเมืองสิงห์ ซึ่งมีลักษณะเป็นปราสาทหินที่ปกติจะพบบริเวณภาคอีสานที่อยู่ใกล้กับอาณาจักรขอมโบราณ ปราสาทเมืองสิงห์ ตั้งอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ เขตตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค

แต่ก่อนเคยเป็นเมืองสิงห์ มีผังเมืองเกือบเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส อยู่บนที่ราบ ริมฝั่งด้านขวาของแม่น้ำแควน้อย

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์  เป็นการศึกษาโบราณสถานที่ทรงคุณค่า มีอายุกว่า 800 ปี กันเลยทีเดียว

นอกจากนี้เรายังได้เห็นถึงอิทธิพลของขอมในอดีต และได้เรียนรู้ความเป็นมาจากสถาปัตยกรรมการสร้างปราสาทขอมอีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของกาญจนบุรี ที่ห้ามพลาด คือ ถ้ำกระแซ ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกับเส้นทางรถไฟสายมรณะ ถ้ำแห่งนี้
เป็นถ้ำที่เคยเป็นที่พักของเชลยศึก เมื่อครั้งสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะจากไทยไปพม่า

ตัวถ้ำติดกับเส้นทางรถไฟสายกาญจนบุรี-น้ำตก เป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันสิ้นสุดที่สถานีรถ  ไฟน้ำตก

มันจะฟินมากคือการได้นั่งรถไฟเพลินๆ จากหัวลำโพงผ่านถ้ำกระแชไปน้ำตกไทรโยค เราจะได้ชมวิวพานอรามิกของแม่น้ำแคว แบบ 360 องศากันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ภายในถ้ำยังโปร่ง และมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ ให้เพื่อนๆได้มากราบสักการะบูชากันอีกด้วย

ใครอยากฟินๆกับน้ำตกที่สวยใส และงดงามที่สุดในประเทศไทยอย่างน้ำตกเอราวัณมากันได้ที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียง มีขนาดใหญ่และสวยงามมาก ไหลผ่านลงมาจากยอดเขาและผาสูง แบ่งเป็น 7 ชั้น

มาเล่นที่นี่ระวังลื่นนิดนึงนะจ๊ะ วันนี้แอดมาไม่ถึงชั้นภูผาเอราวัณเลยเก็บได้ไม่มากเท่าที่ควร แต่น้ำแต่ละชั้นใสน่าเล่นมากในแบบที่เห็น

แต่ละชั้นมีลักษณะเป็นแอ่งสามารถเล่นน้ำได้ โดยเฉพาะชั้น 1 ถึง 4 ระยะทางการเดินจากชั้น 1 จนถึงชั้น 7 ประมาณ 1,500 เมตร
หากใครมาแต่เช้าหรือมาไม่กี่่ที่นัก  ถ้ามีเวลามากกว่านี้จะแนะนำให้เดินขึ้นไปถึงชั้น7 (ภูผาเอราวัณ) แล้วจะรู้ว่าสวรรค์บนดินนั้นมีอยู่จริงๆ

เป็นวัดที่ถูกโอบล้อมด้วยภูมิประเทศที่สวยงาม และอุดมสมบูรณ์ด้วยภูเขา ป่าไม้ โดยเฉพาะถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยงดงาม

บริเวณรอบๆปราสาท มีประติมากรรมอันงดงามให้เราได้ชมระหว่างทาง ส่วนตัวเราว่าควรค่าแก่การมาเพราะปกติคนที่มากาญจนบุรีจะไม่ค่อยได้มาเยี่ยมชมสถานที่อะไรแบบนี้

นอกจากนี้ภายในถ้ำยังเป็นที่่ประดิษฐานพระพุทธรูปจำนวนมาก ซึ่งสามารถเดินเที่ยวชมได้อย่างสะดวก เพราะมีไฟตลอดถ้ำและทางเดินราบเรียบ

ปัจจุบันวัดถ้ำพุหว้า จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี ถ้าเพื่อนมีโอกาสอย่าลืมมาตามมาเที่ยวแวะชมกับ 9 สถานที่เช็คอินห้ามพลาดในเมืองกาญจนบุรีกัน

ขอขอบคุณเรื่องและภาพจากเพจ :  Oneเดย์