20 ที่เที่ยว ที่กินสุดชิลล์ “นครสวรรค์” เมืองในฝัน สวรรค์ใกล้กรุงฯ

ถ้าบอกว่าสวรรค์ อยู่ไม่ไกลจากคุณ แค่สองสามเก้าเท่านั้นเอง คุณจะเชื่อไหม? เราไม่ได้พูดโกหก และไม่ได้พูดเกินจริง เพราะว่าสวรรค์ เอ้ย ! นครสวรรค์อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 239 กิโลเมตรพอดิบพอดี

ช่วงนี้ละคร“กรงกรรม”  ทางช่อง 3 กำลังมาแรง และมีเนื้อเรื่องที่ดำเนินอยู่อ.ตาคลี และ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ โดยมีสถานที่หลักอยู่ที่ชุมแสง เหตุที่ใช้ชุมแสงเป็นตัวดำเนินเรื่อง ก็เพราะว่า “จุฬามณี” ผู้ประพันธ์นิยายเรื่องนี้ เป็นชาวจังหวัดนครสวรรค์นั่นเอง

ทริปนี้เราจะพาทุกท่านไปเที่ยวทั่วจังหวัดนครสวรรค์ในวันธรรมดาน่าเที่ยว ไล่ตั้งแต่ อ.ตาคลี อ.พยุหะคีรี อ.ชุมแสง อ.เก้าเลี้ยว อ.เมืองนครสวรรค์ บอกเลยว่าทริปนี้ครบมาก ทั้งตามรอยละครกรงกรรม ไหว้พระสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงเที่ยวสวยๆ อีกมาย

วัดคีรีวงศ์จากมุมสูง สวยงามโดดเด่นเป็นสง่า

อุทยานสวรรค์หนองสมบุญ มีพญามังกรเป็นศูนย์กลาง นับเป็นอีกหนึ่งจุดไฮไลท์ ที่ควรมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกัน

ตลาดร้อยปีชุมแสง ตลาดเก่าแก่ที่มีอายุนับร้อยปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน มีเอกลักษณ์โดดเด่น เป็นห้องแถวไม้เก่าแก่สไตล์จีน ปลูกอยู่เรียงราย ใครที่ดูละครกรงกรรมแล้วอิน อยากมาตามรอยละคร รีบมาเลยนะ

1. เที่ยวสวนตาล บ้านเกยไชย เรื่องหนึ่งที่ผมค่อนข้างแปลกใจ คือพื้นที่ที่มีการปลูกต้นตาลโตนดมากที่สุด อยู่ที่ชุมแสงนี่เอง

ต้มน้ำตาลสดกันแบบสดๆ รสชาติหวานหอม หรือใครจะแกแล้วกินสดๆ ก็อร่อยไปอีกแบบนะ

บอกเลยว่าชาวบ้านที่นี่ ปีนต้นตาลเก่งมาก จากต้นนึงไปอีกต้นนึง นี่ไม่ต้องลงมาที่พื้นเลยนะ ปีนข้ามไปได้เลย สุดยอดมาก

2. พาสาน (สัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา) 

พาสาน อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของปากน้ำโพ ตั้งอยู่บริเวณแหลมเกาะยม จุดบรรจบแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์ ชื่อ “พาสาน” มีที่มาจากคำว่า “ผสาน” คือ การรวมกัน แต่ “พาสาน” คือ การพาคนเข้าไปสานให้เกิดการผสมผสานกันระหว่าง คน สถานที่ และสภาพแวดล้อมนั่นเอง

แม้ตอนนี้จะยังไม่สมบูรณ์ 100 % แต่ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้แล้ว รถยนต์สามารถเข้าถึง หรือจะจอดรถไว้ที่ฝั่งศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ เจ้าแม่ทับทิม หรือฝั่งตลาด ก็สามารถขึ้นเรือข้ามฟากมาที่พาสานได้ ค่าบริการไปกลับ คนละ 20 บาทเท่านั้นเอง

ที่ตั้ง : แหลมเกาะยม ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์

ชื่อ “พาสาน” มีที่มาจากคำว่า “ผสาน” คือ การรวมกัน แต่ “พาสาน” คือ การพาคนเข้าไปสานให้เกิดการผสมผสานกันระหว่าง คน สถานที่ และสภาพแวดล้อมนั่นเอง บอกเลยว่าสวยงามมาก เป็นสถาปัตยกรรมที่ลงตัวและดูสร้างสรรค์มากๆ

3. ตลาดร้อยปีชุมแสง

ที่นี่มีบรรยากาศของความเป็นชุมชนริมน้ำที่เก่าแก่แต่งดงามคลาสสิก มีวิถีชีวิตของชาวตลาดที่เคยรุ่งเรืองมาก่อนในอดีต เมื่อครั้งที่การสัญจรทางน้ำ ยังมีบทบาทสำคัญต่อสังคมไทย

โดยในอดีตชุมแสงเป็นเมืองเล็กๆ แต่มีความเจริญรุ่งเรืองทางการค้าขาย เพราะมีการคมนาคมที่สะดวก โดยมีแม่น้ำน่านเป็นทางสัญจรหลักมาแต่อดีต อีกทั้งยังมีสถานีรถไฟสายเหนือ (สถานีชุมแสง) ที่มุ่งสู่เชียงใหม่วิ่งผ่านมาตั้งแต่ปี 2450 ที่นี่จึงเป็นชุมทางการค้าที่สำคัญในการขนถ่ายสินค้าระหว่างภาคเหนือและภาคกลาง และมีชาวจีนอพยพมาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินค้าขายเป็นจำนวนมาก เป็นที่มาของละครเรื่อง “กรงกรรม” นั่นเอง

ที่ตั้ง : ต.ชุมแสง อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์

4. ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่ชุมแสง

ศาลนี้มีตำนานเล่าขานกันว่า ” มีขอนไม้ลอยตามลำน้ำน่าน วนเวียนทวนน้ำอยู่หน้าศาล เจ้าพ่อได้ประทับฝันให้ชาวบ้านนำขอนไม้นี้ขึ้นมาและนำไปแกะสลักเป็นองค์เจ้าพ่อ และเจ้าพ่อจะประทับในไม้แกะสลักนี้ เพื่อปกป้องภัยพิบัติให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรืองในอาชีพค้าขาย และการเดินทางด้วยความปลอดภัย ”

ตำนานเจ้าพ่อคลองจระเข้เผือก ยังเล่าขานสืบต่อไปว่า “เจ้าพ่อได้เกิดมีความรักกับเจ้าแม่เกยไชย (เป็นตำบลหนึ่งในอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์) เจ้าพ่อประทับทรงให้ชาวบ้านชุมแสง ไปสู่ขอเจ้าแม่เกยไชย ให้ได้แต่งงานกับเจ้าแม่เกยไชย โดยเจ้าพ่อได้ยกขันหมากทางเรือไปสู่ขอและแต่งงานกับเจ้าแม่เกยไชย และเจ้าพ่อได้รับเจ้าแม่เกยไชยเป็นเจ้าแม่ชุมแสง และชาวบ้านก็อัญเชิญเจ้าแม่เกยไชยกลับมาประทับอยู่ที่ชุมแสงกับเจ้าพ่อ และได้แกะสลักไม้เป็นองค์เจ้าแม่ขึ้นมาใหม่ คู่กับองค์เจ้าพ่อ ศาลเจ้าพ่อคลองจระเข้เผือกจึงเปลี่ยนมาเรียกขานว่า “ศาลเจ้าพ่อ – เจ้าแม่ชุมแสง” มาจนถึงทุกวันนี้

ที่ตั้ง : ต.ชุมแสง อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์

5. วัดคีรีวงศ์

วัดคีรีวงศ์ ตั้งอยู่บนเขาดาวดึงส์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ วัดคีรีวงศ์มีองค์มหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์คือพระจุฬามณีเจดีย์ ซึ่งเป็นทองเหลืองอร่าม ไปทั้งเจดีย์ เมื่อขึ้นไปถึงฐานพระเจดีย์ชั้น 4 จะมองเห็นภูมิทัศน์อันสวยงามของเมืองนครสวรรค์ในระยะไกลประมาณ 10กิโลเมตร ถ้ามองไปทางทิศตะวันออก จะมองเห็นเขากบ บึงบอระเพ็ด และตลาดปากน้ำโพ หากมองไปทางทิศใต้ จะเห็นอุทยานสวรรค์ ต้นแม่น้ำ เจ้าพระยา ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ และเขาจอมคีรีนาคพรต หันไปทางทิศตะวันตก จะเห็นภูเขาน้อยใหญ่ ทอดตัวตระหง่าน อยู่เป็นช่วง ๆ โดยมีภูเขาหลวงเป็นฉากกั้นยามพระอาทิตย์อัสดง จะเป็นภาพที่งดงามชวนให้หลงใหลในภาพที่ธรรมชาติตกแต่งขึ้น

ที่ตั้ง : 18 ถ.มาตุลี ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์

6. หอชมเมืองนครสวรรค์

หอชมเมืองนครสวรรค์ ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้เป็นสถานที่สำหรับชมวิวทิวทัศน์รอบ ๆ เมืองนครสวรรค์ สามารถมองเห็นเมืองทั้งเมืองจากมุมนี้ได้

โดยภายในจะมีทั้งหมด 10 ชั้น ได้แก่ ชั้นที่ 1 เป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของจังหวัด มีร้านค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP ส่วนชั้นที่ 2 และ 3 แบ่งเป็นสองส่วน โดยมีร้านอาหาร เครื่องดื่ม ขนมหวาน Internet Cafe

สำหรับชั้นที่ 4 – 9 เป็นบันไดเวียนขึ้นสู่ชั้นที่ 10 ซึ่งเป็นบริเวณดาดฟ้า สำหรับชมวิวตัวเมืองนครสวรรค์และอำเภอใกล้เคียงแบบ 360 องศา และสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองนครสวรรค์ไปไกลกว่า 10 กิโลเมตร โดยทิศตะวันออกจะเห็นทิวทัศน์เขากบและบึงบอระเพ็ด ทางทิศใต้จะเห็นอุทยานสวรรค์ ต้นน้ำเจ้าพระยา สะพานเดชาติวงศ์ วัดเขาจอมคีรีนาคพรต ส่วนด้านทิศตะวันตกจะพบความสวยงามของทิวเขาเป็นฉากธรรมชาติที่งดงาม

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 10:00–16:30 น.
โทรศัพท์ : 0 5622 1811

7. อุทยานสวรรค์

สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่เปรียบเสมือนปอดของเมืองนครสวรรค์  จุดเด่นที่มองเห็นมาแต่ไกลคือ มังกรสวรรค์ขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง รายล้อมด้วยมังกรขนาดเล็ก 4 ตัว หันหน้าไปคนละทิศ ที่ฐานวงกลมตกแต่งด้วยเมฆ มีศาลารอบ 4 หลัง และสะพานแบบสถาปัตยกรรมจีนสร้างขึ้นเพื่อ เป็นทางเดินเข้าไปยังมังกรสวรรค์เมื่อขึ้นไปยืนบนฐานมังกรเราจะได้เห็นบริเวณโดยรอบของอุทยานสวรรค์ ส่วนด้านล่างสะพานเป็นสระบัวโค้ง ภายในเกาะยังมีเวทีน้ำพุ น้ำตกจำลองขนาดใหญ่ ห้องรับรอง และสวนดอกไม้ ด้านหน้าสวนสาธารณะมีห้องน้ำและห้องแต่งตัวบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ที่ตั้ง : หนองสมบุญ ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์

8. ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์เจ้าแม่ทับทิม

ศูนย์รวมศรัทธาไทย-จีนที่เหนียวแน่นซึ่งประชาชนทั่วไปมักเรียกศาลนี้ว่า ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์- เจ้าแม่ทับทิม หรือศาลเจ้าพ่อแควใหญ่ โดยตัวศาลเจ้านั้นตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามตลาดปากน้ำโพ

ศาลเจ้าแห่งนี้นั้น ยังคงโครงสร้างเป็นปูน ตอนกลางเป็นอาคารไม้ดั้งเดิม ภายในนอกจากแท่นบูชาเทพยาฟ้าดินแล้ว ยังมีที่ประดิษฐานองค์เทพเจ้าบ๊นเถ่ากง ด้านขวาเป็นเทพเจ้ากวนอู ด้านซ้ายประดิษฐานเจ้าแม่ทับทิม ที่มีผู้คนเดินทางมากราบไหว้ขอพรบารมีจากเจ้าแม่ให้คุ้มครอง และขอให้มีโชคลาภตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในเทศกาลตรุษจีนจะมีการอัญเชิญองค์เทพเจ้าแห่รอบตลาดปากน้ำโพ เพื่อให้ประชาชนสักการะบูชาซึ่งมีการจัดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ทุกๆ ปี นอกจากนี้ยังมีการจัดพิธีลุยไฟ การแสดงปาฏิหาริย์จากเทพเจ้าในร่างม้าทรงให้นักท่องเที่ยวชมกันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจอีกด้วยนะ

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 05.00 – 19.00 น.

9. พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาบ้านมอญ

เครื่องปั้นดินเผาหมู่บ้านมอญเป็นภูมิปัญญาที่มีมรดกตกทอดมานานกว่า 200 ปี เป็นหมู่บ้านของชุมชนชาวมอญที่ได้อพยพมาจาก อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยมีมา 4 ครอบครัว คือ ครอบครัวช่างปั้น เลี้ยงสุข เรืองบุญ และครอบครัวแก้วสุทธิมา ต่อมาจึงได้ก่อตั้งที่แห่งนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาบ้านมอญขึ้นมา โดยมีการแสดงการปั้นดินเผา และมีผู้เชี่ยวชาญแนะนำ สำหรับการลองปั้นดินเผาเองได้

ที่ตั้ง : หมู่ที่ 1 บ้านมอญ ต.บ้านแก่ง อ.เมือง จ.นครสวรรค์
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์ : 09 9885 3646

10. วนอุทยานถ้ำเพชร – ถ้ำทอง

วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง คืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและน่ามาเยือนมากอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครสวรรค์ ในบางบริเวณยังพบซากบรรพ-ชีวินชนิดต่าง ๆ เช่น ฟิวซูลินิด หรือคดข้าวสาร แบรคิโอพอต ปะการังและสาหร่าย ซึ่งแสดงถึงการสะสมตัวของหินปูนในทะเลน้ำตื้น เหมาะสมเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรณีวิทยาอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ มีตำนานเล่าว่าเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๓ หลวงพ่อรุ่ง–ฆคสุวณ.โณ. เจ้าอาวาสวัดหนองสีนวล ในขณะนั้นได้นำคันศรสัมฤทธ์เป็นนาคราช ๓ เศียร มีทั้งสายและลูก ซึ่งเก็บได้จากเขาชอนเดื่อถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ จึงทรงพระราชทานนามศรโบราณนี้ว่า “พระแสงศรกำลังราม”

ที่ตั้ง : ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
โทรศัพท์ : 0 5622 1140

จากการสำรวจพบว่ามีถ้ำการศึกษาธรรมชาติเขาหินปูนมากถึง 60ถ้ำปัจจุบันได้รับการพัฒนาและเปิดให้เข้าเที่ยวชมแล้วจำนวน 9 ถ้ำ ส่วนใหญ่เป็นถ้ำที่ยังมีการพัฒนาของตะกอนถ้ำเป็นหินงอกหินย้อย ประติมากรรมถ้ำต่าง ๆ มีพืชและสัตว์หายากที่น่าสนใจ อาทิ โมกราชินีว่านกวาวเครือกิ้งกือมังกรสีชมพูและแมงแส้ไร้หาง เป็นต้น

ถ้ำซึ่งเปิดให้เข้าชม 9 ถ้ำนั้นมีศักยภาพและความแปลกมหัศจรรย์ที่แตกต่างกันไป เช่น ถ้ำวังไข่มุก เดิมชื่อถ้ำเหล็กไหล มีหินงอกหินย้อยเหมือนมุกแวววาวที่เกิดจากแร่แคลไซต์สีขาวผสมอยู่ บ้างก็เป็นประติมากรรมคล้ายชั้นน้ำตกซ้อนกันหลายชั้น นอกจากนี้ยังมีถ้ำประดับเพชร ถ้ำบุษราคัม ถ้ำวังไข่มุก และถ้ำเพชรนางอาย ล้วนมีแร่แคลไซด์ประดับอยู่ทั่วไป ยามกระทบกับแสงไฟจะเป็นประกายแวววับดุจเพชร

11. วัดหนองโพ

วัดเก่าแก่ของจังหวัดนครสวรรค์ ที่มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังอย่าง “หลวงพ่อเดิม” ที่เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวนครสวรรค์อย่างมาก สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด นั่นคือ” พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ”

หลวงพ่อเดิม เป็นเกจิพระดังแห่งเมืองตาคลีที่ใครๆก็ศรัทธากราบไหว้บูชาและมีชื่อว่าเป็นพระที่มีอาคมจิตตานุภาพอย่างเข้มขัง ไม่ว่าจะเป็นมีดหมอ หรือเหรียญหลวงพ่อเดิม และแหวนของหลวงพ่อเดิมจะเรื่องชื่อมากที่กล่าวขานมานาน และปัจจุบันวัดหนองโพมี พระครูนิปุณพัฒนวงศ์ (หลวงพ่อสมพงษ์ ทนฺตจิตโต) เป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ 9 ที่ดูแลวัดหนองโพอยู่ ปัจจุบันนี้ และทางวัดกับศิษย์ยานุศิษย์มีความศรัทธาได้รวบรวมเงินทองได้ก่อสร้าง พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเดิม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฐานองค์พระมหาธาตุเจดีย์นิวาสธรรมขันธ์ ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการถาวร เพื่อที่จะเผยแผ่กิตติคุณของหลวงพ่อเดิม ในฐานะที่ท่านเป็น สมณะผู้สมัตถะเป็นพระอริยะสงฆ์แห่งบ้านหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ดังนั้นจึงรวบรวมกิตติคุณของหลวงพ่อเดิม ไว้ในพิพิธภัณฑ์

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ออกเป็น 5 ห้อง ห้องที่1 ธาราวดีศรีหนองโพ ได้รวบรวมวัถตุโบราณต่างๆที่พบในหมู่บ้านหนองโพที่ซ้อนทับกันมาแล้วกว่า 4 พันปี ห้องที่2 มาตุภูมิบ้านหนองโพ ได้รวบรวมเรื่องราวต่างๆของชาวบ้านหนองโพซึ่งมียาวนานมากว่า 200 ปี ห้องที่3 พุทฺธสโร หลวงพ่อเดิม ได้รวบรวมประวัติของหลวงพ่อเดิมไว้ ท่านเป็นพระพัฒนา ห้องที่ 4 เพิ่มพูนศรัทธา ได้รวบรวมวัตถุมงคลของหลวงพ่อเดิมไว้ตั้งแต่รุ่นแรกๆและหายาก ห้องที่5 กถาคัมภีร์ ได้รวบรวมตำราต่างๆหาได้ยากไม่สามารถหาที่ไหนได้ และทางเจ้าหน้าที่ พิพิธภัณฑ์ขอประชาสัมพันธ์การเที่ยวชม ทางพิพิธภัณฑ์จะเปิดบริการนักท่องเที่ยวและผู้มาเที่ยวชมได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00น.ถึง 17.00น.จะมีน้องๆมัคคุเทศถ์จิตอาสาจากโรงเรียนหนองโพพิทยาให้การต้อนรับและพาเที่ยวชมและบรรยาให้ความรู้แก่ผู้เข้าชม

ที่ตั้ง : 260 หมู่ที่ 1 ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
โทรศัพท์ : 085 050 7207

นอกจากนี้ ภายในพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อเดิม ยังจัดแสดงวัตถุมงคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหลวงพ่อเดิม โดยเฉพาะ “มีดหมอหลวงพ่อเดิม” วัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงที่สุดของหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพนั่นเอง

สำหรับคนที่เข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เข้าใจเรื่องราวต่างๆ นะครับ เพราะที่นี่จะมีมัคคุเทศก์อาสา จากโรงเรียนหนองโพพิทยา แวะเวียนกันมาคอยให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยว

12. วัดเกยไชยเหนือ 

ความโดดเด่นของวัดเกยไชยเหนือแห่งนี้ นอกจากเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านแล้ว ยังมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่น่าสนใจมากมาย วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2390 เดิมเรียกว่า “วัดบรมธาตุ” ทั้งนี้ เนื่องจากมีเจดีย์บรรจุพระสารีริกธาตุทรงลังกาฐานแปดเหลี่ยมที่มีมาก่อนการสร้างวัด โดยสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าเสือแห่งกรุงศรีอยุธยาต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี พระเจ้าตากสินมหาราช ได้ยกทัพมาปราบข้าศึกที่บ้านเกยไชย แล้วได้พระราชทานวิสุงคามสีมาให้วัดเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2400

ที่ตั้ง : 1/1 หมู่ที่ 4 บ้านเกยไชยเหนือ ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์

ที่สำคัญ ภายในวัดเกยไชยเหนือยังมี พิพิธภัณฑ์ราชาจระเข้ยักษ์ “พญาด่างเกยไชย” ที่จัดแสดงเรื่องราวต่างๆ เกียวกับ “ไอ้ด่างเกยไชย” จระเข้ยักษ์ในอดีตที่เคยออกอาละวาดกินคน ความดุร้ายเป็นที่เลื่องลือในเขตเกยไชยด้วยนะ

13. วัดมรรครังสฤษดิ์ (วัดตะคร้อ)

วัดมรรครังสฤษดิ์ อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ มีหลวงพ่อริ้ว กุสลจิตโต ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาวาส เป็นผู้สร้างวัตถุมงคลของท่านมีความเชื่อในเรื่องแคล้วคลาด คงกระพัน เดิมชื่อวัดตะคร้อ

สิ่งที่แปลกใจแปลกตาของวัดนี้คือ พระวิหารเก่า รองเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันได้เล่าให้ฟังว่าน่าจะสร้างเมื่อ พ.ศ.2485-86 ถ้าพูดแบบชาวบ้านคือไม่มีอะไรที่สวยเลย เมื่อก่อนนี้ทาด้วยสีขาว เด็กๆเข้ามาจะกลัว ว่ากันว่าหลวงพ่อริ้วท่านมากันสององค์กับน้องท่าน ได้ช่วยกันสร้างวัดและสร้างวิหารนี้ขึ้นมา แต่เมื่อจะขอตั้งวัด และตั้งใจว่าจะใช้วิหารนี้เป็นพระอุโบสถ แต่ทางการไม่อนุญาตจนต้องสร้างพระอุโบสถตามแบบมาตราฐานขึ้นมาใหม่

หลวงพ่อกับน้องชายเป็นคนสร้างทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามคติความเชื่อในพุทธศาสนาทั้งสิ้น หากแต่ใช้จินตนาการและทักษะตามที่มีเรียกว่า ดิบๆ ทำขึ้นมานั่นเอง

ที่ตั้ง : ต.เขาดิน อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์

14. วัดหนองสีนวล

เป็นวัดดั้งเดิมที่เกี่ยวข้อง กับกองบิน ๔ มากที่สุด อยู่ห่างจากพื้นที่กองบิน ๔ ไม่ถึง๑ ก.ม. โดยอยู่ทิศเหนือของ กองบิน ๔ ( หลังกองบิน ๔ ) ซึ่งวัดนี้หลวงพ่อรุ่งเป็นผู้นำสร้าง และเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ไฮไลท์ของวัดนี้นั่นคือ หอไตรไม้สักทองกลางน้ำนั่นเอง

ที่ตั้ง : หมู่ 5 ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

15. หาดเสลา

หาดทรายริมแม่น้ำปิง ของหมู่บ้านหาดเสลา ชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมกันเนรมิตพื้นที่บริเวณดังกล่าว กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ โดยปรับหน้าดินริมแม่น้ำ กลายเป็นหาดทรายยาว 400 เมตร พร้อมกับมีการกั้นอาณาเขตเล่นน้ำไว้ รักษาความปลอดภัยกันอย่างเข้มข้น บนฝั่งยังมีร้านค้า จำหน่ายเครื่องดื่ม และอาหารไว้บริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยว เลือกซื้อมานั่งรับประทานริมน้ำได้ บรรยากาศดี

ที่ตั้ง : ต.หัวดง อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์

16. นายซุ้ยต้มเครื่องในหมู 

เป็นร้านที่เปิดขายมานานหลายปี ต้มเครื่องในหมูของที่นี่ จะเหมือนกับต้มเลือดหมูที่หลายคนคุ้นเคย ร้านนี้เปิดขายกันตั้งแต่ ตี 4 ไปจนถึง บ่ายโมงของทุกวัน ต้มเเครื่องในหมู ของที่นี่ โดดเด่นด้วยซ้ำซุปที่หวานน้ำต้มกระดูก เครื่องในก็ต้มจนเปื่อย อร่อยนุ่มลิ้น เหมาะสำหรับทานเป็นอาหารเช้าและอาหารกลางวัน บอกเลยว่าเป็นร้านเด็ดของนครสวรรค์ ออกทีวีมาแล้วก็หลายช่อง ไปนครสวรรค์ทีไร จะต้องหาโอกาสไปร้านนี้ตลอดเลย ติดใจมาก

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 4:00–13:30 น.
โทรศัพท์ : 056 214 592

17. ร้านนายตี๋ลูกชิ้นปลากราย

ร้านนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ติดใจในรสชาดของน้ำซุป ที่เข้มข้นกลมกล่อม แทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม เส้นก๋วยเตี๋ยวลวกได้พอดีนุ่มไม่เละ ยกนิ้วให้สุดๆ ก็คือลูกชิ้นปลากราย อร่อยเด็ดมาก นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้ว ยังมีเมนูอื่นๆ อีกที่น่าชิม คือ ทอดมันปลากราย หมูสะเต๊ะ ข้าวหมูแดงหมูกรอบ ฮ่อยจ๊อ ฯลฯ

ที่ตั้ง : 30/1 ถ.สวรรค์วิถี ต.ปากน้ำโพ เมือง นครสวรรค์
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน . ตั้งแต่เวลา 09.00-21.00 น.
โทรศัพท์ : 086 928 9004

18. S Cafe & Bistro

หนึ่งในร้านคาเฟ่นั่งแฮงค์เอาท์ในตัวเมืองนครสวรรค์ ที่มีการตกแต่งค่อนข้างสวยกว่าที่อื่นมากๆ กับดีไซน์แนวการ์เด้นลอฟท์ ด้วยกระจกเปิดมุมมองให้เห็นสวน แต่ยังคงความเท่ และการมิกซ์แอนด์แมทช์ของเฟอร์นิเจอร์ด้านในได้ดูเท่ แต่ก็นั่งสบาย อาหารและเครื่องดื่มก็รสชาติดี มีทั้งอาหารคาว และเครื่องดื่ม เหมาะกับการมานั่งชิลล์หลบร้อนในยามบ่าย ร้านอยู่ใจกลางเมืองเลยครับ หาไม่ยาก ใกล้กับอุทยานสวรรค์

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำโพ อ.เมือง จ.นครสวรรค์
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 7.00 – 23.00 น.
โทรศัพท์ : 056 000 678

19. ร้าน ณ ลาภแซ่บ

ร้านอาหารอีสานเจ้าเด็ดของเมืองนครสวรรค์ ร้านติดแอร์ นั่งสบาย ตกแต่งในสไตล์วินเทจ เมนูเด็ดที่ควรสั่งมาชิม นั่นคือ ส้มตำ หมูสามชั้นทอดน้ำปลา ลาบหมู ปลาทอด ต้มแซ่บลูกชิ้นปลากราย รสชาติแซ่บซี๊ดตามสไตล์อาหารอีสาน จัดว่าเด็ด รับรองว่าไม่ผิดหวัง

ที่ตั้ง : 54 21 หมู่ 5 ถ.ไกรลาส ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00–22:00 น.
โทรศัพท์ : 061 551 5549

20. ล้านละมุน นครสวรรค์ 

ร้านอาหารบรรยากาศดีของนครสวรรค์ ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่าย เน้นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ อาหารก็อร่อย รสชาติจัดจ้านตามสไตล์อาหารไทยแท้ เมนูที่ควรลองชิมได้แก่ ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน ฉู่ฉี่ปลาทู ผัดฉ่าลูกชิ้นปลากราย ฯลฯนอกจากนี้ ยังมีของหวานหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบิงซู เค้ก รวมถึงเครื่องดื่มนานาชนิดด้วยนะ

ที่ตั้ง : 96/45 ถ.เลี่ยงเมืองนครสวรรค์ ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 10:00–23:00 น.
โทรศัพท์ : 081 532 5630

ขอขอบคุณเรื่องและภาพจากเพจ : TripTravelGang