เที่ยวเกาะกูด 3 วัน 2 คืน แวะชิลล์เมืองตราดแบบฟินๆ

เกาะกูด จ.ตราด เกาะที่มีความใหญ่ลำดับที่ 4 ของประเทศไทย เกาะที่มีน้ำใสและสวยลำดับต้นๆ ของประเทศเลยก็ว่าได้ เป็นเกาะที่เหมาะแก่การมานอนโง่ๆ มาพักผ่อนชิลๆ แบบไม่ต้องออกไปไหน เพราะว่าหน้าที่พักก็ว้าวสุดๆ แล้ว เพราะมีหาดทรายขาวสะอาด นิ่มยังกับสำลี น้ำที่ใสยิ่งกว่ากระจก ยิ่งช่วงสายๆ แดดกำลังดี เหมาะแก่การเล่นน้ำมาก ไม่ร้อน บรรยากาศเย็นสบาย ช่วงเย็นก็นั่งดูพระอาทิตย์ตก ฟินแบบสุดๆ

จังหวัดตราดเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่น่าเที่ยว ด้ามขวานตะวันออกของไทย มีทั้งทะเลที่สวยงาม สวนผลไม้ที่น่าลิ้มลอง ยิ่งช่วงนี้หน้าผลไม้ออกแล้ว ไปเที่ยวเกาะเสร็จก็แวะมาเที่ยวชิมผลไม้กันให้จุใจกันไปเลย แต่ไม่ได้มีแค่ผลไม้นะ ยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหาดทรายดำ ร้านกาแฟ และอื่นๆอีกมากมาย งั้นมาดูกันว่า เราไปเที่ยวเมืองตราดแบบ 3 วัน 2คืน เราไปที่ไหนกันบ้าง

หลังจากที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยมาทั้งปีแล้ว  ซัมเมอร์ทั้งทีไปหาที่พักผ่อนให้สบายใจดีกว่า เกาะกูด ก็เลยเป็นทางเลือกการมาพักผ่อนในครั้งนี้เพราะเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ลำดับที่ 4 ของประเทศ แถมยังยืนหนึ่งในเรื่องน้ำใส เป็นเกาะที่เงียบมาก การเดินทางจาก กรุงเทพก็ไม่ได้ถือว่าไกลมาก สามารถขับรถแบบชิลๆ ได้สบาย

บอกเลย เจอน้ำใสแบบนี้คือตายไปเลย ยิ่งช่วงสายๆมารับแสงแดด เล่นน้ำคือสุดยอดมาก บรรยากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนมาก แต่ถ้ากลางวันตัวใครตัวมันนะ ร้อนมาก อย่างที่บอกทริปนี้มาพักผ่อน มานอนโง่ๆ อยู่ในห้อง เบื่อแล้วก็กิน กินแล้วก็เล่นน้ำ มันแบบนี้จริงๆ แบบนี้ก็มีความสุขโคตรๆ

บรรยากาศดีขนาดนี้ น้ำใสขนาดนี้ ก็อยากจะพาใครสักคนมาด้วย เวลามีความสุขมันทำให้เราคิดถึงใครบางคนอยากจะพาเขามาด้วย เอ้าดราม่าเฉยๆ เอาเป็นว่าใครมีแฟนก็พาแฟนมานะ ใครไม่มีแฟนก็ชวนเพื่อนมา

เขาบอกว่ามาทะเล แล้วมีสะพานมันจะดูพิเศษ จริงเหรอ แต่ผมเองก็ชอบนะ เวลามีสะพานยื่นออกไปทะเล มันดูมีอะไร และเดินเล่นชิลๆ ไปกลางทะเลได้

การเดินทางของเรา
พวกเราเดินทางโดยรถส่วนตัว โดยเดินทางจากกรุงเทพตอนตีสี่และถึง บริษัท Boonsiri High Speed Catamaran (Call 0616899222 EN, 0947244555 ) ประมาณ 09.30 น. เพราะเราจองรอบเรือไว้ 10.45 น. ทำให้เราไม่ได้เร่งรีบอะไร จัดเตรียมตัวได้แบบชิลๆ พอไปถึงเราสามารถไปรับตั๋วเรือได้เลย
ทางพี่ๆพนักงานจะมีค่อยบริการ หลังจากที่เราได้ตั๋วแล้ว ทางพี่ๆจะบอกว่า ค่าจอดรถ คืนละ 50 บาท และให้เรานั่งรอ เดี๋ยวจะมีรถไปส่งที่ ท่าเรือแหลมศอก เรานั่งได้สักพัก ก็มีรถมารับและไปส่งที่ท่าเรือ การนั่งรถจากบริษัทไปท่าเรือก็ประมาณ 10 นาทีได้

พอเราเดินทางมาถึงท่าเรือ แหลมศอก นี่เป็นเรือของ Boonsiri เป็นเรือเฟอรี่ขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกจะเป็นห้องแอร์ ห้องเย็นสบาย มีทีวีให้ดู ใครอยากนอนพัก สามารถมานั่งห้องนี้ได้ ชั้นที่สอง เป็นชั้นที่สามารถมองวิวทะเลได้แบบชิลๆไม่ร้อน ชั้นสามจะเป็นแบบ Open ใจชอบบรรยากาศร้อนๆ มองวิว แนะนำชั้นนี้ได้เลย

การเดินทางจากท่าเรือแหลมศอก-เกาะกูด ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที โดยประมาณ ค่าเรือไป-กลับ คนละ 1,000 บาท สำหรับใครที่สนใจจองรอบเรือสามารถสอบถามได้ที่เพจนี้ Boonsiri High Speed Catamaran – Call 0616899222 EN, 0947244555 ต้องจองนะไม่มีขายหน้างาน

หลังจากที่หลับในเรือ ก็เดินทางมาถึงที่พัก Koh Kood Resort โดยจะมีรถของเรือมาส่งถึงที่พักเลย แต่ท่าเรือมาที่พัก ก็ค่อนข้างไกลเหมือนกัน หลังจากที่เราเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อยพอมาเห็นที่พัก ก็หายเหนื่อยทันที งั้นขอนอนพักก่อนละกัน เย็นๆค่อยออกไปเล่นน้ำ ไปดูพระอาทิตย์ตก บอกแล้วทริปนี้ มานอนโง่ๆจะไม่ออกไปไหน

ส่วนของที่พัก จะอยู่ติดหาดและห่างจากหาดออกไป แต่สามารถเดินมาหาดง่ายนิดเดียว ช่วงนี้ที่พักค่อนข้างเต็มทุกวันหยุด ใครวันลาเหลือๆ ลาพักร้อนมาเหอะ มันคุ้มจริงๆ

บริเวณที่พักบรรยากาศจะร่มรื่นนะครับ เพราะมีต้นไม้ใหญ้ปกคลุม ใครที่ไม่อยากนอนในห้อง ก็ออกมานอนเล่นชิลๆหน้าห้องพักได้เลย หรือใครอยากเล่นน้ำ ก็เดินออกจากห้องนิดเดียวไม่ถึงนาที ก็ถึงหาดแล้ว ราคาห้องก็มีตั้งแต่ 3200-4200 บาท ตามระยะที่ห่างจากตัวหาดน๊า หรือช่วงนี้ทางที่พักก็มีจัดโปรโมชั่นให้เห็นบ่อยๆ ใครสนใจก็แอบเข้าไปดูที่เพจได้ตลอด

หรือสนใจสอบถามข้อมูลได้ที่นี่เลยครับ Koh Kood Resort

ภายในห้องดูปลอดโปร่งมาก เตียงนุ่มสบาย และที่ผมชอบที่สุดก็คงจะเป็นห้องน้ำ เพราะหลังคาห้องน้ำเป็นหลังคาใส มองเห็นธรรมชาติ มองเห็นต้นไม้ เหมือนเราได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ ห้องนี้ก็อยู่ไม่ไกลจากหาด เดินแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว

บางครั้งก็อยากนอนชิลๆ แบบนี้ ไม่ต้องทำอะไร แนะนำนอนแบบนี้แค่ช่วงสายๆและเย็นๆนะครับ เพราะกลางวันคือร้อนมาก
อย่างที่บอกแต่แรก กลางวันเราจะนอนอยู่ที่ห้องอย่างเดียว

ตรงนี้จะเป็นบรรยากาศหน้าหาดนะครับ จะมีบาร์ให้เราได้ปาร์ตี้ นั่งมองวิวชิลๆ มีทั้งที่เป็นกาแฟและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ช่วงเย็นมานอนชิลๆ ดูพระอาทิตย์ตก

บรรยากาศที่จะแสนสบาย นอนอาบแดดชิลๆ

อาหารสำหรับคืนนี้ จะมีเมนูอาหารให้เราได้เลือกหรือจะจองมาพร้อมแพคเก็จก็ได้  มีอาหารทะเลให้เราได้เลือก กุ้ง หมึก หรือบาบีคิวด้วย

เขาบอกว่า มาเกาะกูดต้องถ่ายรูปคู่กับต้นมะพร้าว จริงๆ ผมก็ถ่ายแล้วนะ แต่ให้น้องๆ ที่อยู่แถวนั้นถ่ายให้ รูปมันเบลอเกินไปเลยไม่ลง งั้นลงแค่ต้นมะพร้าวแทนละกัน แนะนำควรมากับแฟนหรือเพื่อนนะจะได้มีรูปคู่กับต้นมะพร้าว

ที่พักคืนที่ 2 ของเรา นั้นก็คือ Escape Life Koh Kood ที่พักน้องสลอต เหมือนเราได้มาพักผ่อน ทำตัวช้าๆ นอนชิลๆ อยู่กับธรรมชาติ  เป็นที่พักที่อยู่ทามกลางป่าโกงกาง ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ เหมาะแก่การมาพักผ่อนชิลๆ หรือจะมานั่งทำงานก็ได้บรรยากาศเย็นสบาย

นี่คือห้องพักของผม ราคา 1,700 บาท นอนได้ 2 คนแบบชิลๆ ที่เปิดประตูออกมาก็เจอธรรมชาติเลยจ้า บางครั้งในช่วงเช้าๆอยากอยู่กับธรรมชาติ ก็เปิดประตูปิดแอร์ สูดกลิ่นอายธรรมชาติให้เต็มปอด

สวัสดีครับ ผมชื่อสล็อต ความหมายของที่พัก สำหรับคนที่มาพักที่นี่ เหมือนการมาพักผ่อน ทำตัวช้าๆ ใช้ชีวิตแบบสโลไลฟ์ ที่ไม่ต้องเร่งรีบอะไร ทำตัวอยู่กับธรรมชาติ รูปแบบที่พักน่ารักมาก

มุมน่ารักให้เราได้พักผ่อนชิลๆ ช่วงเย็นๆนั่งเล่นเกม นั่งคุยกับเพื่อนๆ พอตกเย็นก็จะเป็นลาน นั่งจิบเบียร์ชิลๆได้เลย มาคนเดียวมันก็จะเหงาหน่อยๆ

มีมุมนั่งทำงานด้วย ถึงแม้เราจะมาเที่ยวพักผ่อน แต่เราก็สามารถนั่งทำงานได้ตลอดเวลา เพราะที่พักชิลมาก

นั่งทำงานหน้าห้องพักได้ด้วยนะ

เราชอบการตกแต่งที่พักมาก น่ารักดูแล้วสบายตา

มุมนั่งกินข้าว มาพักผ่อน

มุมอ่านหนังสือ พักผ่อนชิลๆ

นอนเล่นแบบชิลๆ

นั่งทำงานกันเถอะ

กิจกรรมภายในที่พัก มีให้พายเรือคายัคด้วย สนุกสนานกันไป

บรรยากาศที่พัก จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นส่วนห้องพัก ส่วนที่สองจะเป็นมุมพักผ่อนชิลๆ

หาดทรายดำ จ.ตราด

มาผ่อนคลายกับกิจกรรมหมกเท้าในทรายดำหรือเดินเล่นบนหาดทรายดำ หนึ่งในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่พบได้เพียง 5 แห่งทั่วโลกเท่านั้น คือที่ไต้หวัน มาเลเซีย ฮาวาย แคลิฟอร์เนีย และที่จังหวัดตราด หาดทรายดำมีชื่อทางการว่า “ไลโมไนต์” (Limonite) แร่ที่เกิดจากการผุกร่อนของธาตุเหล็กผสมกับเปลือกหอย

ซึ่งทางการแพทย์ระบุว่าไม่มีผลทางการรักษาโรค แต่ชาวบ้านเชื่อว่าน่าจะมีแร่ธาตุอื่นๆ ปนอยู่ที่สามารถช่วยให้ระบบการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น จึงส่งผลดีต่อสุขภาพเท้า เสร็จแล้วไปเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนระยะทาง 1 กิโลเมตร ชมหอยขี้ค้อน ปลาตีน ปูแสม ปูก้ามดาบ นกประจำถิ่น ตลอดจนพันธุ์ไม้ต่างๆ ในป่าชายเลน แล้วไปสิ้นสุดยังหาดทรายดำ ใครอยากมาสัมผัสประสบการณ์แบบนี้ต้องสอบถามเวลาน้ำขึ้นน้ำลงก่อนนะเพื่อจะได้ไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : หาดทรายดำอยู่ที่หมู่บ้านบ้านกลาง ต.แหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด
ติดต่อศูนย์การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติหาดทรายดำและป่าชายเลน โทร. 039-510-841, 080-574-5544

มาพอกตัวกับทรายสีดำ ที่มีที่เดียวในประเทศ

แวะมาถ่ายรูปมุมชิคๆ

ร้านอาหารคนพลัดถิ่น

ชื่อร้านอาหารสุดแปลก แต่ก็ไม่แตกแยกในเรื่องของรสชาติความอร่อยเลยสักนิด สำหรับร้านอาหารคนพลัดถิ่น ที่นี่เป็นทั้งร้านอาหาร เสิร์ฟทั้งอาหารทะเล อาหารป่าและอาหารแบบบ้านๆ และเปิดบ่อให้ตกปลา ซึ่งที่พิเศษไปกว่านั้นคือที่ร้านมาโชว์เหยี่ยวแดงคอขาว ซึ่งเป็นความสวยงามตามธรรมชาติบนร้านนี้เพียงร้านเดียวในประเทศไทยเลยก็ว่าได้

นอกจากจะได้ชมโชว์สุดพิเศษแล้ว เมนูอาหารของร้านก็มีให้เลือกแบบไม้อั้นเช่นกันอาทิ เอ็นหอยทอดกระเทียม, ปลาบู่นึ่งซีอิ๊ว, ต้มยำกุ้ง, หอยปิ่น, หอยจ้อปู และลาบปลาตะเพียน การันตรีด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ สดใหม่จากฟาร์มเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : ต.หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด
เวลาเปิดปิด : เวลา 10.00-19.00 น.
โทรศัพท์ : 081 351 3932
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/ร้านอาหารคนพลัดถิ่น-564507320248020/

นั่งพายเรือเล่นดูนกชิลๆ

พิพิธภัณฑสถานเมืองตราด

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมืองตราด แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตคนเมืองตราด และเป็นพิพิธภัณฑสถานประจำเมืองตราดเลยก็ว่าได้ สำหรับที่ตั้งของพิพิธภัณฑฯใช้อาคารศาลากลางจังหวัดหลังเดิมที่สร้างขึ้นในสมัย ร.6 ซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมอาณานิคม สร้างเป็นเรือนไม้ เสาปูน ยกพื้นใต้ถุนสูง หลังคาทรง ปั้นหยา และยังคงมีการบูรณะซ่อมแซมอาคารมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อเดินเข้ามายังภายในพิพิธภัณฑฯ สามารถแบ่งออกเป็นห้องแสดงนิทรรศการถาวร 6 หัวข้อ คือ

1. มรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมเมืองตราด จัดแสดงเรื่องภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมของจังหวัดตราด
2. ผู้คนเมืองตราด จัดแสดงกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดตราด อาทิ ไทย จีน เขมร ญวน ชอง
3. ลำดับทางโบราณคดีและประวัติเมืองตราด จัดแสดงเรื่องราวของจังหวัดตราดตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ต้นสมัยประวัติศาสตร์ สุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์ (สมัย ร.1-4)
4. เหตุการณ์สำคัญในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดแสดงเรื่องการส่งมอบเมืองตราดคืนจากฝรั่งเศส การพระราชทานพระแสงราชศาสตราประจำเมือง และการเสด็จประพาสเมืองตราด
5. เหตุการณ์ยุทธนาวีเกาะช้าง จัดแสดงเรื่องราวตามลำดับเหตุการณ์ยุทธนาวี โดยจำลองห้องจัดแสดงเป็นเรือรบ
6. ตลาดเมืองตราด จัดแสดงเรื่องราวการค้าในตลาดเก่าและสภาพปัจจุบันของตลาดเมืองตราด

ที่ตั้ง : ถนนสันติสุข ตำบลบางพระ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด
เวลาเปิดปิด : วันอังคาร-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์ 09.30-16.30 น. (ปิดวันจันทร์)

วัดบุปผาราม 
วัดดังแห่งเมืองตราด วัดบุปผาราม หรือชื่อเดิมคือ วัดปลายคลอง วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง สมัยกรุงศรีอยุธยา

ร้าน Check in Trat

มาเที่ยวตราด ซื้ออะไรเป็นของฝากดี ? ถานึกไม่ออกก็แวะมาทางนี้ Check in Trat ร้านรวมรวมเอาของดีเมืองตราดาให้เพื่อน ๆ ได้เลือกมากที่สุด เมื่อเข้ามายังอาณาจักรแห่งนี้เพื่อน ๆ จะได้พบกับ 3 โซน คือ โซนร้านข้าวแกงแสนตุ้ง มีที่นั่งและเมนูอาหารข้าวแกงแสนตุ้งที่มีเมนูให้เลือกทานมากมาย ต่อมาคือโซนคาเฟ่นั่งชิลที่มีเครื่องดื่มและของหวานทานล้างปากหลังจากของคาว ซึ่งมีการออกแบบมุมสวย ๆ เก๋ ๆ ให้ถ่ายรูปเช็กอินแบบฟิน ๆ อีกด้วย และสุดท้ายคือโซนจำหน่ายของที่ระลึก ที่เปิดให้เลือกช้อปแบบจุใจเหมือนได้ไปเยือนทั่ว จ.ตราดกันเลยทีเดียว เพราะที่นี่รวบรวมเอาของฝาก ของขึ้นชื่อจากทั่วทุกมุมเมืองตราดมาไว้ให้เลือกในที่เดียวเลย

ที่ตั้ง : 198 ม.5 ถ.สุขุมวิท จ.ตราด
เวลาเปิดปิด : เวลา 07.00-18.00 น.
โทรศัพท์ : 092 278 8789
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/checkintratfarmoutlet/

สวนไพฑูรย์

คุ้มสุดคุ้มถ้ามาเที่ยวสวนผลไม้ของคุณไพฑูรย์ วานิชศรี เพราะในซีซั่นผลไม้นี้ นอกจากจะมีบุฟเฟต์ผลไม้ให้กินกันไม่อั้นทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด สละ เนื้อดีรสชาติอร่อยในราคาสุดคุ้มแค่ 250 บาทต่อคนแล้ว คุณไพฑูรย์ยังเป็นเกษตรกรดีเด่น ผู้บุกเบิกการปลูกทุเรียนในโรงเรือนจนสามารถให้ผลผลิตตลอดทั้งปี ทุกวันนี้จึงเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดตราดและจันทบุรี รวมถึงเปิดสวนของตนเองเป็นแหล่งความรู้แก่ผู้ที่สนใจศึกษาดูงานเรื่องการปลูกทุเรียนที่ได้คุณภาพด้วย

ที่ตั้ง : สวนผลไม้ไพฑูรย์อยู่ที่ต.ทุ่งนนทรี อ.เขาสมิง จ.ตราด
โทร.086-006-0132

สวนสละสมโภชน์ จ.ตราด

อีกหนึ่งสวนผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดตราด ซึ่งเจ้าของสวนใส่ใจดูแลและจริงจังกับการปลูกสละพันธุ์สุมาลีมานานหลายสิบปี จนทำให้ได้สละสุมาลีที่รสชาติหวานหอมแบบที่ใครได้ชิมเป็นต้องติดใจ และยังให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ถ้าจะให้ฟินก็ต้องมากินถึงสวน จะได้ชิมได้ช้อปสละสดๆ ตัดจากต้นที่ทางสวนคัดคุณภาพทุกลูกก่อนแพ็กกล่องขาย มีสละสดแบบแกะเปลือกพร้อมทาน และสละลอยแก้วที่ฟรีซไว้เย็นเจี๊ยบเป็นเกล็ดน้ำแข็ง กินแล้วชื่นใจคลายร้อนได้ดีทีเดียว

ที่ตั้ง : สวนสละสมโภชน์ ต.บ้านท้ายวัง อ.เมือง จ.ตราด เปิดสวนให้ชมฟรี
โทร. 08-1438 -2015

ขอขอบคุณเรื่องและภาพจากเพจ : กระเป๋าหนึ่งใบ