เที่ยวสุพรรณแบบวันเดียว มีงบ 1,000 ไปกับแฟนก็ฟิน ไปกับเพื่อนก็สนุก

ไปเที่ยวสุพรรณกันเถอะ ใกล้แค่นี้ แป๊ปเดียวก็ถึง ไปเช้าเย็นกลับก็ได้ วันธรรมดาก็เที่ยวได้

เอาจริงๆแล้ว สุพรรณบุรี เป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวครบเครื่องมากๆ เลยนะ

มีทั้งวัดวาอารามศักดิ์สิทธิ์ ตลาดน้ำชื่อดัง ของกินอร่อยๆ สวนสัตว์ อควาเรียม พิพิธภัณฑ์ ภูเขาสูงๆ ทะเลหมอก อ่างเก็บน้ำ น้ำตก ทุ่งดอกไม้ ฯลฯ เอาเป็นว่าที่อื่นมีดีอะไร ที่สุพรรณเรามีหมด สุดยอดมั้ยล่ะ 

วันนี้เราจัดลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวที่สุพรรณบุรีมาฝาก จะเป็นแบบ One Day Trip หรือว่าจะเป็น Trip 2 วัน 1 คืน เก็บให้ครบๆ ก็น่าสนุกดีนะ ยิ่งไปวันธรรมดาก็ยิ่งสนุก คนไม่เยอะ เที่ยวได้สบายๆ 

หอคอยบรรหาร – แจ่มใส สถานที่ท่องเที่ยวที่เชิดหน้าชูตาคนสุพรรณ สวนแห่งความรักใจกลางเมือง หอคอยสีขาวสะอาดตา ท่ามกลางสวนงามและดอกไม้สีสันสดใส ลองขึ้นไปชมวิวสวยแบบ 360 องศาจากยอดหอคอย ก็สวยดีนะ ในวันที่ฟ้าใสๆ เนี่ย มองไปได้ไกลถึงวัดไผ่โรงวัว อ.สองพี่น้องเลยทีเดียว

อุโมงค์จัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด ในสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ “บึงฉวาก”

ตลาดน้ำสะพานโค้งโฉมใหม่ มีทุ่งดอกบัวอยู่เต็มสระเลย สวยงามมากขึ้นไปอีก

1. ตลาดน้ำสะพานโค้ง หัตถสานบ้านต้นตาล 
สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตน้องใหม่ของเมืองสุพรรณ มีไฮไลท์ที่สำคัญนั่นคือ สุ่มปลายักษ์ และสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวไปตามคันนา ของกิน ของใช้เพียบ ล้วนเป็นของที่คนในชุมชนเอาออกมาขายให้นักท่องเที่ยว

ค่าใช้จ่าย : เลือกซื้ออาหารการกินได้ตามใจชอบ
ที่ตั้ง : ฝั่งตรงข้ามวัดทองประดิษฐ์ ต.ต้นตาล อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี
เวลาเปิด-ปิด : วันธรรมดาร้านค้าน้อย แต่สามารถเข้ามาชมวิว ชมบรรยกากาศได้ตลอด ร้านค้าจะเยอะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์

แอดมินไปช่วงวันธรรมดามา เงียบสงบมาก บรรยากาศสวยงาม แถมตอนนี้มีดอกบัวแดงมาขึ้นอยู่เต็มสระน้ำด้านหน้าเลย ยิ่งสวยมากขึ้นไปอีก เกือบลืมบอกไปว่า ตอนนี้มีร้านกาแฟมาเปิดอยู่ฝั่งตรงข้ามสุ่มปลายักษ์ด้วยนะ จะไปนั่งจิบกาแฟชมสุ่มยักษ์แบบชิลๆ ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

ถึงแม้วันธรรมดาจะมีของกินไม่เยอะเหมือนในวันหยุด แต่ก็ยังพอมีให้ฝากท้องได้นะ บรรยากาศดี คนไม่แออัด เดินเล่นถ่ายรูปได้สบายๆ

2. หอคอยบรรหาร – แจ่มใส 
ถ้าอยากเห็นเมืองสุพรรณจากมุมสูง ต้องมาที่นี่ “หอคอยบรรหารแจ่มใส” ขึ้นลิฟต์ชมวิวเมืองแบบ 360 องศา ส่องกล้องส่องทางไกลชมวิวไกลไปถึงต่างอำเภอ ยิ่งถ้ามาช่วงค่ำๆ จะยิ่งสวย

ค่าใช้จ่าย : ค่าธรรมเนียมขึ้นชมหอคอยฯ 30 บาท + ค่ากล้องส่องทางไกล ครั้งละ 10 บาท
ที่ตั้ง : ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
เวลาเปิด-ปิด : วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00 – 20.30 น.วันอังคาร – ศุกร์ 10.00 – 19.00 น. หยุดทุกวันจันทร์
โทรศัพท์ : 0 3552 4060-4

3. วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร 
มาถึงสุพรรณทั้งที สิ่งศักดิ์ที่ควรมากราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลก็คือ หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลย์ วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของชาวสุพรรณมายาวนานกว่า 1,200 ปี ถ้ามาเมืองสุพรรณ แล้วไม่ได้แวะมากราบไหว้หลวงพ่อโต ก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองสุพรรณ ด้วยที่วัดป่าเลไลยก์เป็นวัดสำคัญ คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสุพรรณ เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในช่วงวันหยุดจะมีผู้คนมากมยมากราบไหว้ขอพร แวะชมความงดงามขอหลวงพ่อโต และกราบไหว้เพื่อเป็นศิริมงคล

ค่าใช้จ่าย : ทำบุญซื้อดอกไม้ธูปเทียนตามอัธยาศัย
ที่ตั้ง : 249 ถ.ประชาธิปไตย ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

4. หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย 
หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย สถานที่ที่รวบรวมเรื่องราว และรูปแบบวิถีชีวิตของคนในชนบท รูปแบบที่กำลังจะเลือนหายไป ชมการแสดงจากควายแสนรู้ นับเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาด หากมีโอกาสได้เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองสุพรรณ

ค่าใช้จ่าย : ค่าธรรมเนียมเข้าชม 30 บาท
ที่ตั้ง : 222 ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน 9:00–18:00
โทรศัพท์ : 0 3558 2591

5. สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ
สุพรรณบุรีก็มีอควาเรียมขนาดใหญ่ไม่แพ้ที่ไหน ที่นี่มีทั้งอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด ทั้งพันธุ์ปลาไทย และพันธุ์ปลาต่างประเทศกว่า 50 ชนิด เช่น ปลาบึก ปลากระโห้ ฯลฯ และอาคารที่แสดงพันธุ์สัตว์ทะเล มีอุโมงค์ฉลามที่กว้างที่สุดในโลก

ค่าใช้จ่าย : ค่าธรรมเนียมเข้าชม 30 บาท ค่าธรรมเนียมเข้าชมอุโมงค์ฉลาม 150 บาท 
ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี
เวลาเปิดปิด : ทุกวัน 8:30–16:30
โทรศัพท์ : 0 3543 0043-4

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงฉวาก (อุโมงค์ปลาน้ำจืด) ภายในอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำรวบรวมพันธุ์ ปลาน้ำจืด ปลาสวยงามและพันธุ์ปลาหายาก เอาไว้ให้ประชาชนได้ศึกษา โดยอาคารแสดงสัตว์น้ำหลังที่ 1 จะจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืดและสัตว์น้ำเค็ม ทั้งพันธุ์ปลาไทย และพันธุ์ปลาต่างประเทศกว่า 50 ชนิด เช่น ปลาบึก ปลากระโห้ ปลาม้า ปลากราย ปลาช่อนงูเห่า ปลาเสือตอ เป็นต้น

อาคารแสดงสัตว์น้ำหลังที่ 2 ประกอบด้วยตู้ปลาขนาดใหญ่สวยงาม บรรจุน้ำได้กว่า 400 ลูกบาศก์เมตร และมีอุโมงค์ความยาวประมาณ 8.5 เมตร ผู้ชมสามารถเดินลอดผ่านใต้ตู้ปลา ได้บรรยากาศเหมือนอยู่ใกล้สัตว์น้ำ ซึ่งถือว่าเป็นอุโมงค์ปลาน้ำจืดแห่งแรกของประเทศไทย มีนักประดาน้ำหญิงสาธิตการให้อาหารปลา นอกจากนั้นโดยรอบยังมีตู้ปลาน้ำจืดอีก 30 ตู้ และตู้ปลาทะเลสวยงามอีก 7 ตู้ เกือบลืมบอกไป ว่าที่บึงฉวาก เค้ามีที่พักริมน้ำสุดชิลล์ ไว้ให้บริการด้วยนะ

อาคารสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำหลังที่ 3 (สวรรค์แห่งโลกใต้ทะเล) หลังนี้ค่าเข้าคนละ 150 บาทครับ สูงหน่อย แต่คุ้ม อาคารนี้ จัดแสดงพันธุ์ปลาทะเลมากมายหลายชนิด ให้ได้ชมกัน มีตู้ปลาขนาดใหญ่ และตู้ปลารูปทรงแปลกตา เพื่อคอยบริการนักท่องเที่ยวให้ได้ชื่นชมกับความสวยงาม และบรรยากาศของโลกใต้ทะเล รวมทั้งตื่นตาตื่นใจกับอุโมงค์ปลา และบันไดเลื่อนขนาดความยาว 75 เมตร เพื่อให้ได้ศึกษาสภาพความเป็นอยู่ของ สัตว์ทะเลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งบ้านของเจ้าแห่งท้องทะเล หรือปลาฉลามอีกจำนวนมาก

ภายอาคารในพบกับตู้ปลาทรงกระบอก (Cylinder) ใหญ่และสูงที่สุดในเมืองไทย เปิดโลกใต้ทะเล (The Open Sea) ชมความงามของปลากระเบนนก
ปลาฉลามครีบดำ ปลาค้างคาว ตู้ยักษ์ใต้สมุทร (Giant Groupter) พบปลาหมอทะเล ปลากระเบนท้องน้ำ เต่าทะเล และอุโมงค์ยาว 12.50 เมตร ตู้แนวประการัง (Coral reef) พบกับฝูงปลาขนาดใหญ่ ปลาปักเป้า ปลาผีเสื้อ ว่ายวนบนแนวประการังเทียมที่สีสันสวยสดงดงาม ตู้ประการังสีฟ้าจากโอกินาวา (Okinava blue) เนรมิตประการังภายในตู้เปรียบเสมือนปะการังแห่งท้องทะเลโอกินาวา

อุโมงค์ปลาฉลาม (Shark Tunnel) ตื่นตากับฝูงปลาฉลามขนาดใหญ่ ฉลามเสือทราย ฉลาดเสือดาว ฉลามครีบดำ และอุโมงค์ยาว 16 เมตร กว้าง 6 เมตร ซึ่งเป็นอุโมงค์ปลาที่กว้างที่สุดในโลก ตู้สีสันสิมิลัน (Similan Cliff) ตกแต่งด้วยประการังสีชมพู กัลปังหาที่สวยงาม และปลาสีสันสวยงามหลากหลายชนิด การแสดงการให้อาหารปลาฉลามมีทุกวัน วันละ 1 รอบ เวลา 14.00 น.

พบกับเจ้าฉลามขาวตัวเป็นๆ โอ๊ย ใกล้มากๆ ตัวเบ้อเริ่มเลย

บ่อจระเข้น้ำจืด เป็นบ่อจระเข้ที่ได้จำลองให้มีสภาพใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด พื้นที่ประมาณ 3 ไร่ มีจระเข้น้ำจืดพันธุ์ไทยขนาด 1.5 – 4.0 เมตร ประมาณ 60 ตัว ซึ่งผู้ชมจะได้เห็นความเป็นอยู่ แบบธรรมชาติของจระเข้ และสามารถเข้าชมอย่างใกล้ชิด ที่นี่เค้าเคลมว่าเป็นบ่อจระเข้ที่สีสันสวยงามที่สุดในเมืองไทยนะ มีรูปภาพอยู่เต็มฝาผนังของบ่อเลย แต่น่าเสียดายนิดหน่อย ตรงที่วันธรรมดาจะไม่มีการแสดงจระเข้ให้ชม ต้องมาวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น

ุุ6. พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ 
พระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระคชาธารออกศึกและองค์เจดีย์ยุทธหัตถี ที่สร้างขึ้นเพื่อครอบองค์เจดีย์เดิมเอาไว้ ภายในมีการจัดแสดงเรื่องราวพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอีกด้วย เป็นสถานที่สำคัญที่ชาวสุพรรณบุรีให้การเคารพอย่างสูง

ค่าใช้จ่าย : ทำบุญซื้อดอกไม้ธูปเทียนตามอัธยาศัย
ที่ตั้ง : ต.ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี

7. ตลาดร้อยปีสามชุก 
สามชุก ตลาดร้อยปี ตลาดมีชีวิต พิพิธภัณฑ์มีชีวา ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เกิดจากการพัฒนาของคนในชุมชนท้องถิ่นตลาดสามชุก ในอดีตตลาดสามชุกเป็นย่านการค้าสำคัญที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ปัจจุบันกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองสุพรรณ

ค่าใช้จ่าย : เลือกซื้ออาหารการกินได้ตามใจชอบ
ที่ตั้ง : ต.สามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี

ของกิน ของดีเมืองสุพรรณบุรีเพียบ! ถ้าไปสามชุก แล้วไม่ได้กินลูกชิ้นยักษ์ บอกเลยว่าเหมือนไปไม่ถึง มีให้เลือกหลายเจ้า เจ้าไหนอร่อยก็ไปลองชิมดู
ขนมสาลี่อันนี้ก็ของดีเมืองสุพรรณ ลองชิมก่อนซื้อ หรือจะเป็นพวกขนมไทยทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองพวกนี้ก็อร่อยจ้า

8. วัดเขาดีสลัก 
วัดงามที่อยู่บนยอดเขา ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทมงคล 108 ประการ อายุนับพันปี สร้างด้วยหินทรายแดง โดยกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุและสร้างมณฑปทรงไทยสวยวิจิตรครอบไว้ มองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามในเขตอำเภออู่ทองโดยรอบ รอยพระพุทธบาทจำลองสร้างด้วหินทรายสีแดง

ค่าใช้จ่าย : ทำบุญซื้อดอกไม้ธูปเทียนตามอัธยาศัย
ที่ตั้ง : ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

9. ร้านป้าแหลว ก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ้าเก่า 
ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ้าดังของศรีประจันต์ เป็นที่รู้จักกันดีของบรรดาสิงห์รถบรรทุกที่ใช้เส้นทางนี้ มีทั้งเมนูก๋วยเตี๋ยว และอาหารตามสั่งที่ทำจากเป็ด แอบกระซิบบอกเลยว่า ผัดกะเพราเป็ดเด็ดมาก! แถมราคาก็ยังเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์แบบสุดๆ กินเบิ้ลวนไปจ้า

ค่าใช้จ่าย : ก๋วยเตี๋ยวเป็ด 30 บาท กระเพราะเป็ด 30 บาท เป็ดสับจานละ 60 บาท
ที่ตั้ง : ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
เวลาเปิด-ปิด : 7.00 – 16.00 น. ทุกวัน
โทรศัพท์ : 08 1830 6469

10. วีข้าวซอย (สูตรเชียงใหม่) 
ใครจะไปคิดว่าที่สุพรรณ จะมีร้านข้าวซอยอร่อยๆ แบบนี้ซ่อนอยู่ ไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือแล้ว ที่ร้านนี้เป็นสูตรแบบเชียงใหม่ เมนูเด็ดที่ควรลองนั่นคือ ข้าวซอยไก่ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ฯลฯ ลำแต๊ๆ ข้าวซอยรสชาติเข้มข้น บวกกับเครื่องเคียงที่ให้มาครบ บอกเลยว่านึกว่าอยู่ที่เชียงใหม่

ค่าใช้จ่าย : ข้าวซอยไก่ 50 บาท , ขนมจีนน้ำเงี้ยว 50 บาท
ที่ตั้ง : ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 9.00 – 17.30 น.
โทรศัพท์ : 09 2268 7866

11. ควายยิ้มคอฟฟี่ 
คาเฟ่หมา คาเฟ่แมวดูธรรมดาไปเลย ถ้าเทียบกับที่นี่ ที่สุพรรณเรามีคาเฟ่ควาย เป็นคาเฟ่เล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จิบกาแฟชิลๆ ในบรรยากาศท้องนา ให้อาหารน้องควายที่ว่ายน้ำเล่นโคลนอยู่ใต้ถุนร้านได้แบบใกล้ชิด

ค่าใช้จ่าย : ชาเขียวเย็น 40 บาท , ขนมปังปิ้ง ชุดละ 30 บาท
ที่ตั้ง : ภายในหมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี
เวลาเปิดปิด : ทุกวัน 09.00 – 18.00 น.
โทรศัพท์ : 08 1358 7347

น้องควายน่ารัก กวักมือเรียกเบาๆ ก็ว่ายน้ำเข้ามาหา อย่าลืมป้อนหญ้าให้มันด้วยนะครับ ที่ร้านกาแฟมีหญ้าขาย  บรรยากาศชิลสุดๆ ไปเลย

จิบแฟ ดูฟาย น่ารัก

12. ขจี Cafe & Hostel 
ยกให้เป็นคาเฟ่ที่ดีที่สุดของสองพี่น้องเลย ตั้งอยู่ริมน้ำ ใกล้ๆกับร้านอาหารเรือนไม้ชายน้ำนั่นล่ะ เครื่องดื่มรสชาติไม่ธรรมดา การตกแต่งร้านเน้นสีเขียว เน้นความเป็นธรรมชาติ ส่วนใครที่เป็นสายการ์ตูน ที่นี่เค้ามีชั้นหนังสือการ์ตูนไว้ให้ได้อ่านอีกด้วยล่

ค่าใช้จ่าย : ชาเขียวเย็น 60บาท
ที่ตั้ง : 243/3 ต.สองพี่น้อง อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี
เวลาเปิดปิด : วันอังคาร 9:00–18:00
โทรศัพท์ : 08 2294 9889

ขอขอบคุณเรื่องและภาพจากเพจ : TripTravelGang