เที่ยวเกาะสีชัง ฉบับ 2 วัน 1 คืน เที่ยวสบายๆ วันธรรมดาก็ไปได้

ประเทศไทยมี 3 ฤดูคือ ร้อน ร้อนมาก แล้วร้อนมาก เราจึงต้อนรับหน้าร้อนด้วยการเดินทางแบบชิลล์ๆ ในวันธรรมดาด้วยทริปใกล้กรุงเทพฯ ที่เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

ใครจะไปคิดว่าเกาะสีชังทะเลจะสวยน้ำจะใสได้ขนาดนี้ ปกติเกาะสีชังนั้นหลายคนจะมาแบบ One Day Trip ในวันเสาร์หรืออาทิตย์

แต่การเดินทางของเราในครั้งนี้เราเดินทางกัน 2 วันโดยจะพักที่เกาะสีชัง 1 คืนโดยสามารถเที่ยวในวันธรรมดาได้ด้วยเพราะเกาะสีชังเปิดตลอดปีจ้า มาดูกันว่ามันจะชิวขนาดไหน

เกาะสีชังอยู่เป็นอีกหนึ่งอำเภอในจังหวัดชลบุรีเดินทางไม่ถึง 2 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯแล้วก็มาถึงท่าเรือเกาะลอยที่จะข้ามไปยังเกาะสีชังกันแล้วการเดินทางมายังเกาะลอยสามารถเดินทางได้ทั้งรถทัวร์หรือรถตู้หรือรถไฟท้องถิ่นมาลงยังอำเภอศรีราชาแล้วต่อรถตุ๊กตุ๊กหรือรถมอเตอร์ไซค์วินมายังท่าเรือเกาะลอยอีกทีนึง

โดยรอบเรือที่จะข้ามไปยังเกาะสีชังนั้นมีทุกชั่วโมงทุกวัน ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึงเวลาประมาณ 6 โมงเย็น ราคาคนละ 50 บาท โดยใช้เวลาจากท่าเรือไปยังเกาะสีชังประมาณครึ่งชั่วโมงเท่านั้นเอง โดยขณะที่เรือแล่นผ่านกลางทะเลนั้นก็จะผ่านเรือสินค้าลำใหญ่มากมายที่จอดเรียงรายกันเยอะมาก

เมื่อมาถึงท่าเรือเกาะสีชังแล้วนั้นหากใครที่จองโรงแรมเอาไว้แล้วมีรถมารับก็สามารถหารถที่จอดรออยู่ได้เลย หรือใครไม่ได้มีรถโรงแรมมารับก็สามารถเช่ามอเตอร์ไซค์ตรงนั้นสนนราคาวันละ 300 บาททั้งวันหรือใครมาเช้าเย็นกลับนะคะก็อยู่ที่ประมาณ 250 บาทต่อวันน้ำมันเต็มถังส่วนราคาที่ถูกกว่านี้ก็ต่อรอกันเลยจ้าา แล้วก็ไม่ต้องเติมน้ำมันคืนด้วยสำหรับทริปนี้เราพักที่โรงแรม De’ Anchor ซึ่งมีรถมารับเราดังนั้นเราจึงไปที่โรงแรมกันก่อน แต่ว่าเวลาที่เราไปถึงนั้นยังเป็นเวลาประมาณเที่ยงซึ่งเรายังเช็คอินไม่ได้เราจึงเช่ามอเตอร์ไซค์ที่โรงแรมเพื่อตระเวนเที่ยวรอบเกาะไปก่อนเลยจ้า บอกเลยทากันแดดด้วย

ต้องบอกว่าเกาะสีชังเรามาหลายครั้งแล้วแต่ครั้งนี้เราตั้งใจที่จะไปในจุดที่ยังไม่เคยไปและอาจจะมีคนไปน้อยอยู่

จุดแรกที่เราจะไปนั่นคือบริเวณแหลมท้ายเกาะสีชังทางด้านใต้ ซึ่งน้ำทะเลช่วงนี้สวยมากจนทำให้เราใช้เวลาอยู่ตรงนั้นนานพอสมควรซึ่งการเดินทางไปยังจุดนี้ก็มีทางให้รถขับไปแต่ก่อนถึงปลายทางนั้นถนนจะเป็นทางลูกรังซึ่งจะต้องใช้ความชำนาญการขับพอสมควร

จากนั้นเราก็เดินทางย้อนกลับมาที่ท่ายายทิมซึ่งน้ำทะเลก็ยังคงสวยและก็เดินทางต่อไปยังแหลมงูซึ่งอยู่ใกล้ๆกับท่ายายทิม

จากนั้นเราจริงและไปยังสะพานอัษฎางค์ เพื่อไปชมทะเลสีครามฟ้าสวยๆช่วงกลางวัน เราชมทะเลกันอยู่สักพักนึงท้องก็เริ่มร้องแล้ว เราจึงค้นหาร้านอาหารเกาะสีชังก็ไปเจอกับร้านนึงชื่อร้านสะดุดตากับเรามาก

มันคือร้านก๋วยเตี๋ยวเจ๊อ๋อยหยุดบ่อย แต่วันธรรมดาก็ไม่หยุดนะจ้า สามารถโทรไปเช็คกันก่อนได้เขาเปิดตั้งแต่ 08:30-15:00 น ซึ่งเป็นร้านขึ้นชื่อบนเกาะสีชังตั้งอยู่ที่ท่าเรือเทววงษ์หรือเรียกกันว่าท่าล่าง ร้านเจ๊อ๋อยเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวทาสีชมพูเห็นชัดเราจึงเดินเข้าไปทันที ส่วนเมนูที่เราสั่งนั้นก็เป็นเมนูเย็นตาโฟแล้วก็ ยำเกี๊ยวปลา รสชาติอร่อยมาก

เมื่อเสร็จแล้วก็หาร้านของหวานกันต่อก็เลยไปกันที่ร้าน Flower Blue Coffee & bistro เพื่อนั่งทานกาแฟชิวๆในช่วงบ่ายจากนั้นเราจึงไปเช็คอินที่โรงแรม โรงแรม De’ Anchor นี้ต้องบอกว่าเป็นโรงแรมน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดขึ้นในเกาะสีชังซึ่งบรรยากาศดีมากห้องพักมีทั้งแบบติดทะเลวิวทะเลและมีสระว่ายน้ำให้เราได้ว่ายน้ำชมทะเลกันอีกด้วย

หลังจากพักผ่อนกันสักพักจนแดดร่มลมตกเราจึงมุ่งหน้าไปยังศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือของชาวเกาะสีชังและมีชื่อเสียงมากๆเราได้เดินขึ้นไปสักการะเจ้าพ่อเขาใหญ่และชมวิวมุมสูงของตัวอำเภอเกาะสีชังถ้าใครไม่อยากเดินขึ้นบันไดที่นี่ก็มีบริการ กระเช้าซึ่งจะนำเราขึ้นไปซึ่งสามารถนั่งได้ครั้งละ 6-8 คนซึ่งเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการจะขึ้นไปสักการะเจ้าพ่อเขาใหญ่ด้านบน และมีตู้บริจาคอยู่ด้านบนให้ใส่เงินบริจาค

จากนั้นเราจึงเดินทางต่อไปยังจุดที่ไม่ค่อยมีใครได้เดินทางไปมากนัก เราจะเรียกว่า Secret area หรือจุดเหนือสุดของเกาะสีชังจุดนี้ต้องเดินทางผ่านวัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหารซึ่งจะมีถนนทั้งด้านหลังวัดให้เดินทางไปยัง Secret area ผ่านวัดไปเลยจ้า

ไม่ต้องตกใจ ทางเหนือสุดของเกาะนี้จะมีจุดท่องเที่ยว และจุดชมวิวอยู่นั่นคืออ่าวถ้ำจ๊อกค็อก แหลมสีชัง กองหินประวัติศาสตร์การรถไฟและ อ่าวหินศิลา ซึ่งทั้ง 4 จุดนี้ไม่ค่อยมีใครจะเดินทางไปมากนักแต่เส้นทางก็โหดเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

จากนั้นเราจึงเดินทางไปชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ช่องเขาขาดซึ่งบรรยากาศดีมากชมวิวพระอาทิตย์ตกกันเสร็จ เราจึงหาร้านอาหารเย็นทานกันแล้วเลือกอันที่ร้านป้าหน่อยซีฟู้ดซึ่งคนเยอะมากแต่อาหารก็เยอะอร่อยมากจากนั้นเราจึงเข้าพักที่โรงแรมนอนสบายๆ

เช้าวันถัดมาเราตื่นแต่เช้าเพื่อจะไปชมพระอาทิตย์ที่พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน ต้องบอกว่าพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่สวยงามมากหลังจากชมพระอาทิตย์ขึ้นแล้วเราก็กลับไปทานอาหารเช้าที่โรงแรมจากนั้นเราจึงเดินทาง ไปยังอ่าวถ้ำพังซึ่งอยู่ฝั่งทิศตะวันตกของเกาะสีชังบรรยากาศในช่วงเช้าทะเลสีสวยมากและน้ำน่าเล่นมากเรานั่งชมวิวอยู่สักพักเราจึงเดินทางมายังพิพิธภัณฑ์ชลทัศนสถานเพื่อชมสัตว์น้ำที่มีหลากหลายชนิดรวมทั้งปลาการ์ตูนด้วยจากนั้นเราจึงเช็คเอาท์ที่โรงแรมและเดินทางกลับโดยเรือรอบเที่ยงตรง เดินทางกลับด้วยความสุข และผิวไหม้เกรียมฮาาาาา

บอกเลยว่าเกาะสีชังมีอะไรให้เที่ยวมากกว่าวันเดียวและเที่ยววันธรรมดาก็สบายไปอีกแบบ

ข้อดีของวันธรรมดามีเยอะมากเลยไม่ว่าจะเป็นคนน้อย โรงแรมถูกกว่าเสาร์อาทิตย์ ไม่แย่งกินแย่งเที่ยวกับใคร อยากให้ลองมานอนพักดูสักคืนแล้วเราจะได้เจอมุมใหม่ๆในเกาะสีชังจ้า

ขอขอบคุณเรื่องและภาพจากเพจ: เที่ยวไปทั่ว

แบบสำรวจความพึงพอใจในเว็บไซต์รูปแบบใหม่ คลิก