เที่ยวแพร่ วันธรรมดา ไม่ต้องใช้ใบลา ก็สนุกได้

สตาร์ทรถพร้อมเปิดจีพีเอส เตรียมสนุกไปกับการขับรถเที่ยวเมืองแพร่ แวะพักผ่อนบนเส้นทางแห่งขุนเขา ชมวิว ชิลคาเฟ่ ไหว้พระ เที่ยวคุ้ม แลทุ่งนา พร้อมกลับบ้านด้วยความสุขและความทรงจำดีๆ แบบเต็มเปี่ยม

ทริปนี้เราชวนมาเที่ยวเมืองแห่งไม้สักและผ้าย้อมคราม ที่มองไปทางซ้ายก็อาร์ต มองไปทางขวาก็คลาสสิค สามารถมาซึมซับบรรยากาศรื่นรมย์ เนิบช้า เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและแฟชั่นเฉพาะตัวซ่อนได้ทุกหัวมุมถนน ตื่นมาใส่บาตร กินมื้อเช้าอุ่นๆ เดินชมคุ้มเจ้า ไหว้พระตั้งแต่ในเมืองถึงยอดดอย คาเฟ่เก๋ๆก็เพียบ ส่วนสายแฟรับรองว่าได้คอลเล็คชั่นมัดย้อมกลับบ้านอีกหลายชิ้น

พิกัดแรก เช้านี้แวะเช็คอิน ตลาดสดเทศบาลเมืองแพร่ ซึ่งในช่วงเช้าชาวบ้านจะนำของสด ผัก ผลไม้ กับข้าว ขนมต่างๆ มาวางขายที่แผงในอาคารตลาดสด บรรยากาศภายในสะอาดสะอ้าน ข้าวของก็ราคาไม่แพงเลย ส่วนด้านหน้าตลาดเป็นตึกแถวร้านค้า ที่เปิดเป็นร้านอาหารเช้าหลายร้าน บางร้านขายโจ๊ก ต้มเลือดหมู บางร้านเป็นข้าวหมูแดง ก๋วยเตี๋ยว บางร้านขายชากาแฟ เลือกนั่งได้ตามชอบ แนะนำร้าน เจ๊ศรีโจ๊กประตูชัย จัดว่าคึกคักกว่าใครขนาดลูกค้าต้องรอคิวนั่ง เมนูเรียบง่ายแต่อิ่มท้องมีทั้งโจ๊ก ข้าวต้ม ต้มเลือดหมู ต้มมาม่า ฯลฯ

เสร็จแล้วเติมความสดชื่นด้วยกาแฟซักแก้วที่ร้าน 164 Cafe ที่ห่างไปแค่ข้ามถนน ร้านตกแต่งสไตล์มินิมอล ดูสว่าง สบายตา เน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์เรโทรและเครื่องหวายที่เป็นสินค้าผลิตในแพร่เอง เมนูมีทั้งเครื่องดื่มและเบเกอรี่น่ากิน เช่น มัจฉะเลม่อน ออเร้นจ์คอฟฟี่ ลาเต้ อเมริกาโน่ ไปจนถึงสมูทตี้ อิตาเลี่ยนโซดา ชูครีม เค้กสตรอเบอร์รี่ครีมสด ฯลฯ

เติมพลังแล้วก็ได้เวลาเที่ยวแลนด์มาร์กเมืองแพร่ เริ่มที่ คุ้มวงศ์บุรี เรือนขนมปังขิงสีชมพูพาสเทลที่สร้างในสมัยของแม่เจ้าบัวถามหายศปัญญา ภรรยาคนแรกของเจ้าพิริยเทพวงศ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่ ต่อมาจึงตกทอดสู่ เจ้าพรหมสุนันตา วงศ์บุรี ภายในตกแต่งด้วยข้าวของเครื่องใช้ในอดีตที่ตกทอดสืบต่อมาหลายชั่วอายุคน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเรือนโบราณ รวมถึงเอกสารสำคัญต่างๆอายุกว่า 100 ปี จัดเป็นเรือนที่มีสถาปัตยกรรมงดงามทั้งภายในและภายนอก จนได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ.2536

ห่างมาเพียง 1 ช่วงถนนจะพบกับ วัดพงษ์สุนันท์ วัดประจำตระกูลวงศ์บุรี ที่ได้รับการบูรณะในปีพ.ศ. 2472 และตั้งชื่อตามหลวงพงษ์พิบูลย์และเจ้าแม่สุนันตา  ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามหลายอย่าง เช่น รูปปั้นเต่ายักษ์ พระนอนสีทองอร่าม วิหารแก้วองค์พระธาตุเจดีย์ 108 ยอด ที่เมื่อมองดูลูกแก้วจะสามารถเห็นภาพสะท้อนของวิหารกลับหัว ส่วนภายในพระอุโบสถประดิษฐาน พระเจ้าแสนสุข พระพุทธรูปปางมารวิชัย อายุกว่า 500 ปี ใครที่อยากนั่งพัก ตรงข้ามวัดมีร้าน Slope Coffee อยู่ในบ้านไม้ ตกแต่งเรโทร มีมุมนั่งทั้งในห้องแอร์ และใต้ไม้ใหญ่ร่มรื่น แถมยังมุมถ่ายรูปเก๋ๆตั้งแต่หน้าร้านไปถึงหลังร้านด้วย

ขาดไม่ได้ต้องแวะมาที่ คุ้มเจ้าหลวงนครแพร่ คุ้มแห่งนี้สร้างในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 งดงามด้วยลวดลายฉลุไม้บนปั้นลมและชายคาน้ำ เป็นสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรปหรือทรงขนมปังขิง โดยด้านบนคุ้มเป็นที่พำนักของเจ้าพิริยเทพวงษ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่ จัดแสดงเครื่องใช้ไม้สอยรวมทั้งเฟอร์นิเจอร์โบราณ ส่วนใต้ตัวอาคารมีห้องสำหรับคุมขังข้าทาสที่กระทำความผิด โดยทำช่องส่องดูจากด้านบนเรือน จัดว่าเป็นอาคารเก่าแก่ที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองทางสถาปัตยกรรมของเมืองแพร่ในอดีตได้เป็นอย่างดี

หากจะหาของกิน อาหารถิ่นเมืองแพร่ ต้องไม่พลาดมาชิม ขนมจีนน้ำหมู ที่ร้าน ขนมเส้นดวงเนตร บอกเลยว่าร้านนี้ปัจจุบันสืบทอดกิจการมาถึงรุ่นที่ 5 หรือยาวนานมากกว่า 100 ปีเลยทีเดียว ภายในร้านตกแต่งเรียบง่าย โอเพ่นแอร์ แต่อาหารรสชาติไม่ธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นซิกเนเจอร์อย่าง ขนมจีนน้ำหมู หรือขนมจีนน้ำใส ใส่เส้นขนมจีน หมูตุ๋นเปื่อย เลือดหมู ในซุปต้มกระดูกหมูรสกลมกล่อม โรยด้วยกากหมูด้านบน อร่อยแบบไม่ต้องปรุง นอกจากนี้ยังมี ข้าวส้ม หรือข้าวผัดมะเขือเทศสูตรโบราณ กินกับซี่โครงหมูตุ๋นเปื่อย หรือจะสั่งแบบเล้งแซ่บมาซดก็ได้ นอกจากนี้ยังมีขนมหวานทำเองที่หมุนเวียนเมนูในแต่ละวัน

ต่อด้วย API หรืออภิ คาเฟ่ชื่อสั้นๆ ในบรรยากาศน่ารัก ตัวร้านไม่เล็กไม่ใหญ่ มีโซนนั่งในร้านกับแอร์เย็นๆ และด้านนอกใต้ต้นไม้ร่มรื่น ที่สะดุดตาคือชั้นวางเบเกอรี่ที่มีให้เลือกหลายชนิด แนะนำให้ลองครัวซองต์ซึ่งหอมเนยมาก ส่วนชูครีมก็หวานกำลังดี เครื่องดื่มมีทั้งกาแฟชั้นดี มัจฉะ ชาไทย สมูทตี้ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีมุมขายของกระจุกกระจิกน่ารัก ทั้งเครื่องประดับ สมุด สติ๊กเกอร์ ให้เลือกซื้อด้วย

หม้อห้อมป้าเหงี่ยม บ้านทุ่งโฮ้ง นึกถึงจ.แพร่ หลายคนต้องนึกถึงเสื้อผ้าย้อมสีครามอินดิโก้ หรือที่เรียกว่าหม้อห้อม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวลาวพวนอพยพที่สืบทอดกันมานาน จนกลายเป็นสไตล์แต่งตัวของคนท้องถิ่น ต่อมาป้าเหงี่ยมได้ริเริ่มนำผ้ามามัดย้อมด้วยลายที่คิดค้นขึ้นเอง จากผ้าย้อมครามทั้งชุดมาเป็นผ้ามีลวดลาย กลายเป็นที่นิยมอีกครั้ง พร้อมเปิดบ้านถ่ายทอดให้ผู้ที่สนใจสามารถวอล์คอินเข้ามาเรียนรู้ได้เลย และสำหรับคนที่ชื่นชอบเสน่ห์ของผ้าย้อมคราม ตลอดริมถนนแถบบ้านทุ่งโฮ้ง ก็ยังเรียงรายด้วยร้านเสื้อผ้าสไตล์นี้ให้แวะซื้ออีกหลากหลายในราคาไม่แพง

ตกบ่ายขับรถออกนอกเมืองไปสักการะพระใหญ่ที่ วัดนาคูหา ท่ามกลางขุนเขาและทุ่งนาเขียวขจี ภายในประดิษฐานพระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปสีทองขนาดใหญ่ถือลูกสมอ ตั้งโดดเด่นกลางทุ่งนา และที่หลายคนชื่นชอบก็ต้องสะพานไม้ไผ่ด้านข้างพระพุทธรูปที่สร้างทอดยาวไปในทุ่งนาของหมู่บ้าน เหมาะที่จะมาเดินเล่นชมวิว ถ่ายรูปสวยๆ ในช่วงฤดูฝนไปจนถึงฤดูเก็บเกี่ยวปลายปี นอกจากนี้สุดทางเดินไม้ไผ่ยังมีทางขึ้นสู่ถ้ำใหญ่ ถ้ำน้อย และผาสิงห์ ให้ออกแรงเดินขึ้นเขาไปชมวิวจากมุมสูงได้ด้วย

กลับเข้าเมืองมา ย่านประตูชัย ยามเช้าเป็นตลาดสด ยามเย็นกลายเป็น ตลาดโต้รุ่งประตูชัย แหล่งของกินหลากหลาย เช่น เย็นตาโฟประตูชัย ข้าวซอยเจ๊เล็ก ข้าวเหนียวมะม่วงกองหนุน ผัดไทยเมืองชาละวัน ฯลฯ

ปิดท้ายด้วย Be Leaf Café คาเฟ่เล็กๆ สองชั้น ที่คนแน่นตลอดร้านนี้ ไม่เพียงมีเครื่องดื่มทั่วไปอย่าง กาแฟ ชาไทย ชาเขียว โกโก้ ฯลฯ แต่ที่มีหลากหลายกว่านั้นคือบรรดาสมูทตี้ ซิกเนเจอร์ดริ๊งค์สูตรเฉพาะของทางร้านที่มีให้ลองเต็มไปหมด แนะนำให้สั่งสมูทตี้มะม่วง กระท้อน กาแฟส้ม ฯลฯ ส่วนเบเกอรี่และของหวาน ห้ามพลาดข้าวเหนียวมะม่วง และข้าวเหนียวทุเรียน ซึ่งเป็นเมนูต้นตำรับของคุณป้าร้านกองหนุน หรือจะเป็นเค้กแบบต่างๆ ก็มีให้เลือกเยอะ