10 ที่เทียวธรรมชาติ เที่ยวสบาย ไปชิลล์ๆ คนไม่เยอะ

พบกับโปรแกรมท่องเที่ยวเด็ดๆ ชวนเช็คอินแหล่งธรรมชาติที่ใครๆ ก็อยากไปพักผ่อน มีทั้งป่า เขา น้ำตก คาเฟ่ ใครอยากไปเที่ยวสไตล์ไหน ก็จิ้มเลือกกันได้เลย

ออกเดินทางในชวงนี้ อย่าลืม! สวมหน้ากากอนามัย พกสเปรย์แอลกอฮอล์ กินร้อนช้อนกลาง แล้ว Check-in ไทยชนะ พร้อมมองหาที่เที่ยว ที่พัก และร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ SHA เพื่อความปลอดภัย แถมมั่นใจยิ่งขึ้นอีกด้วยนะ

1. น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ออกไปเติมความชุ่มฉ่ำแบบไม่ไกลจากกรุงเทพฯ กับน้ำตกกลางป่าโปร่งที่ใครก็เข้าถึงได้ง่ายๆ ตัวน้ำตกอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย มีทั้งหมด 7 ชั้น ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ละชั้นก็ไม่สูงนัก ธารน้ำแต่ละชั้นจะไหลลงมาในแอ่งน้ำใสสะอาด เหมาะสำหรับลงไปแหวกว่ายเล่นน้ำ โดยเฉพาะชั้น 1-4 ที่มีแอ่งน้ำให้เล่นได้ แต่แอ่งชั้น 3 จะลึกกว่าชั้นอื่น ส่วนชั้น 4 จะเป็นชั้นที่สวยงามที่สุด ใครชอบความสงบก็ไปที่ชั้น 6-7 กระแสน้ำอาจจะแรงหน่อย แต่คนไม่พลุกพล่าน บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นด้วยแมกไม้ ใครที่ไม่ได้เล่นน้ำก็สามารถนั่งพักริมธาร หรือเดินเล่นไปตามทางเดินที่สะดวกสบาย ชมวิวที่สะพานข้ามน้ำตกและถ่ายรูปสวยๆกับวิวน้ำตกชั้น 1-4 ด้านหลัง นอกจากนี้ใครที่กำลังหิวหรืออยากซื้อของฝาก ก็มีร้านค้าให้แวะตรงลานจอดรถด้วย

ที่ตั้ง : ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-17:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 036 346 586

2. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ด้วยพื้นที่ที่มีทิวทัศน์สวยงาม ล้อมรอบด้วยขุนเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่นี่จึงมีชื่อเสียงมานานในหมู่นักท่องเที่ยว สามารถมาพักทั้งที่บ้านพักของศูนย์ฯก็ได้ หรือจะมากางเต๊นท์ยิ่งเริ่ด โดยจุดกางเต๊นท์เป็นลานหญ้าเขียวๆ อยู่ติดริมอ่างเก็บน้ำ มองออกไปเห็นแนวป่าสะท้อนน้ำนิ่งราวกับกระจก สะกดสายตามาก หลายคนจึงเลือกที่จะมาแค้มปิ้งง่ายๆ สบายๆ ชมวิว ดริปกาแฟ ถ่ายรูปกับวิวอ่างเก็บน้ำ มีถนนริมอ่างให้ปั่นจักรยาน บางคนก็ไปเดินศึกษาธรรมชาติ ตามหาเห็ดแชมเปญสีชมพู หรือมาเป็นกลุ่มก็เตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์มาทำอาหารกินกัน ยามเย็นว่าชิลแล้ว ตื่นเช้ามา ยิ่งช่วงฝนหรือหนาว จะได้สัมผัสสายหมอกที่ลอยขึ้นจากผิวน้ำ รวมทั้งบนยอดเขาเบื้องหน้า ขอบอกว่าฟินมาก นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวมอเครือ และน้ำตกเจ็ดคต ให้ไปเที่ยวต่อไม่ไกลด้วย

ที่ตั้ง : ต.ท่ามะปราง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08:30-20:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 089 237 8659

3. น้ำตกเก้าโจน คำว่า เก้าโจน มาจากลักษณะของน้ำที่ไหลลงมากระทบผาหินแกรนิตจนสายน้ำพุ่งทะยานก่อนจะตกลงเบื้องล่าง บวกกับจำนวนชั้นที่สามารถเข้าถึงได้ มีทั้งหมด 9 ชั้นนั่นเอง น้ำตกสายนี้มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาตะนาวศรีก่อนจากกลายเป็นน้ำตกและไหลลงสู่อ.สวนผึ้งในชื่อแม่น้ำภาชี เป็นน้ำตกที่จะมาเล่นน้ำ ชมธรรมชาติระหว่างชั้น 1-5 ก็ได้ ส่วนชั้น 6-9 ต้องปีนป่ายเพราะเส้นทางชัน จึงต้องมีเพื่อนเดินทางร่วมด้วย ซึ่งชั้น 9 นี้สามารถนำเต๊นท์ไปกางได้ แต่ควรติดต่อเจ้าหน้าที่มาล่วงหน้า นอกจากนี้ที่นี่ยังอยู่ห่างจากธารน้ำร้อนบ่อคลึงเพียง 1 กิโลเมตร สามารถแวะเที่ยวต่อกันได้ หรือไม่ก็ขึ้นมาถึงน้ำตกชั้นที่ 4 จะเจอกับสะพานศึกษาธรรมชาติที่เดินเชื่อมไปถึงธารน้ำร้อนได้เหมือนกัน

ที่ตั้ง : ต.ผาผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-16:30 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 032 395 498

4.แกรนด์แคนยอน ราชบุรี พบกับฉากถ่ายรูปสุดปัง เป็นพื้นที่ที่เกิดจากการยุบตัวของดิน และการขุดหินจนเกิดเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่สีเขียวอมฟ้า ล้อมรอบด้วยกำแพงดินและหินที่ผ่านการกัดเซาะของลมและฝนจนเกิดริ้วรอยสวยๆ เรียกว่าเป็นความลงตัวของธรรมชาติ จนบางมุมถ่ายรูปออกมาก็แอบคล้ายแกรนด์แคนยอน ที่รัฐแอริโซน่า อยู่ไม่น้อย ใครที่มองหาวิวถ่ายรูปใหม่ๆ ต้องจัดเสื้อผ้าและพร็อบมาให้เข้ากับความเท่และแสงแดดอันร้อนแรงซักหน่อย โดยพื้นที่นี้เป็นของเอกชนจึงสามารถเข้าได้บางจุดเท่านั้น แต่ก็ถือว่ามุมถ่ายรูปเยอะ ไม่ว่าจะริมแอ่งน้ำ บนเนินดิน หรือตามโขดหิน ส่วนคนที่อยากได้แสงนุ่มๆ แนะนำให้มาช่วงบ่ายแก่ๆถึงเย็น ซักบ่าย 4 ถึง 6 โมงเย็น ซึ่งจะไม่ร้อนจนเกินไป

ที่ตั้ง : อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน

5. อุทยานแห่งชาติพุเตย มาเที่ยวสุพรรณหลายคนคงนึกถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่ราบลุ่มภาคกลาง แต่จริงๆแล้วสุพรรณบุรีก็มีพื้นที่ของขุนเขาและสายหมอกให้ไปโอบกอดเช่นกัน ซึ่งที่นี่ถือเป็นผืนป่าที่สมบูรณ์แห่งเดียวของสุพรรณบุรี และยังเป็นแหล่งต้นน้ำในจังหวัด เช่น เขื่อนกระเสียว ส่วนไฮไลท์ที่คนชอบเที่ยวธรรมชาติต้องไม่พลาดก็คือการขึ้นไปชมทะเลหมอกบน ยอดเขาเทวดา ที่มีความสูง 1,123 เมตร จะออกแรงเดินขึ้นเขาเอง หรือจะนั่งรถโฟร์วีลขึ้นไปก็ได้เช่นกัน ซึ่งบนยอดเขามีจุดกางเต๊นท์แต่ต้องนำอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวกมาเอง ตกกลางคืนนอนดูดาวเต็มฟ้า เช้ามาชมทะเลหมอกสุดสายตา นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น ป่าสนสองใบ หมู่บ้านกะเหรี่ยงตะเพินคี่ น้ำตกตะเพินคี่น้อย และอีกหลายแห่ง

ที่ตั้ง : ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 035 960 240

6.น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น หนึ่งในน้ำตกที่มีชั้นลดหลั่นเป็นขั้นบันไดสวยงามมากๆ โดยมีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขากะลาในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกศรีนครินทร์ ตัวน้ำตกไหลผ่านชั้นหินปูน ทำให้น้ำที่ไหลรวมในแอ่งมีสีเขียวอมฟ้าน่าลงไปแหวกว่าย น้ำตกมีทั้งหมด 7 ชั้น คือ ดงว่าน ม่านขมิ้น วังหน้าผา ฉัตรแก้ว ไหลจนหลง ดงผีเสื้อ และร่มเกล้า โดยจุดเด่นจะอยู่ที่ชั้นฉัตรแก้ว หรือชั้นที่ 4 ที่น้ำจะไหลเป็นลงมาตามชั้นหินทีละขั้นก่อนเทจากหน้าผาลงไปยังแอ่งเบื้องล่าง ส่วนชั้นร่มเกล้า หรือชั้นที่ 7 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด มีลักษณะเป็นสายน้ำไหลผ่านแมกไม้ร่มรื่น มานั่งพักผ่อนได้ และบนนี้ยังสามารถมองเห็นวิวอ่างเก็บน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ และชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงามด้วย

ที่ตั้ง : ต.แม่กระบุง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-17:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 062 325 5498

7. กิจกรรมล่องแพยาง ต้นแม่น้ำเพชรบุรี สำหรับคนชอบกิจกรรม Soft Adventure ไม่ควรพลาดลองกิจกรรมนี้เมื่อมาเที่ยวแก่งกระจาน ซึ่งสามารถซื้อแพ็คเกจล่องแพยางต้นน้ำเพชรได้จากผู้ประกอบการและรีสอร์ทในพื้นที่ โดยจุดเริ่มล่องมีให้เลือก 2 จุด คือ บริเวณสะพานใต้เขื่อนแก่งกระจาน และสะพานหมู่บ้านท่าน้ำ เส้นทางล่องแพยางระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร จะพาผ่านความอุดมสมบูรณ์ของป่า สวน สายน้ำใส และแก่งระดับง่ายถึงปานกลาง เรียกว่าเป็นการใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ มาล่องแก่งชิลๆ เพลินๆ แต่ถ้าวันไหนเขื่อนแก่งกระจานปล่อยน้ำมาพอดีก็จะเพิ่มความท้าทายขึ้นอีกหน่อย และพอใกล้ปลายทางก็อาจปล่อยให้โดดลงว่ายน้ำเล่นได้ด้วย โดยช่วงที่น้ำเยอะ ล่องได้สนุก จะอยู่ประมาณหน้าฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน-ตุลาคม

ที่ตั้ง : อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน

8.สวนเลม่อน พสุธารา ใครชอบไปเที่ยวฟาร์มเกษตร ได้เก็บผลไม้หรือผักออแกนิกกับมือ ต้องมาลองเก็บเลม่อนสดๆจากต้นดูบ้าง แปลงร่างเป็นชาวสวน จะแนวน่ารักใสๆสไตล์ญี่ปุ่น หรือหวานๆสไตล์ฝรั่งเศสตอนใต้ก็ได้ ทางสวนจัดมุมถ่ายรูปพร้อมเก้าอี้สีฟ้าไว้กลางสวน ท่ามกลางผลเลม่อนกำลังสุกเหลืองไปทั้งแถว ที่ใครมาถึงก็ต้องแวะมาเก็บภาพตรงนี้กันหน่อย ส่วนคนที่สนใจเก็บเลม่อนจากต้นสามารถติดต่อได้ที่ร้านคาเฟ่ด้านหน้า ก็จะได้ตะกร้าไม้กับกรรไกรมาเดินเลือกลูกเหลืองๆแล้วตัดไปชั่งกิโลได้เลย ทางสวนคิดราคาตามน้ำหนัก นอกจากนี้ภายในร้านก็ยังมีผลิตภัณฑ์จากเลม่อนและน้ำผึ้งจำหน่ายด้วย มีทั้งสบู่ โลชั่น แชมพู ลิปบาล์ม ฯลฯ รวมไปถึงเครื่องดื่มเย็นๆ แนะนำ น้ำเลม่อนมะนาวเย็นๆซักแก้ว แล้วมานั่งตรงโซนริมลำธาร มีสะพานไม้ให้เดินข้าม มีชิงช้าให้นั่งไกวเล่น เพลินไปอีก

ที่ตั้ง : ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 09:00-17:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 092 254 4199

9.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เหมาะสำหรับสายลุยที่ชอบพกเต๊นท์ไปกางตามแหล่งธรรมชาติ ด้วยทั้งวิวธรรมชาติสวยๆ ความหลากหลายของจุดกาง รวมไปถึงความสะดวกเพราะไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นโซนสุดชิลริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ซึ่งจุดนี้สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ลับฟ้าอย่างสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศเย็นๆริมน้ำ ส่วนโซนแค้มป์บ้านกร่าง ก็จะได้อีกฟีลเพราะอยู่ติดกับชายป่า ลำธารน้ำใสไหลเย็น เป็นจุดที่สามารถพบเห็นสัตว์ป่าได้ใกล้ชิด และจุดกางเต๊นท์เขาพะเนินทุ่ง ตรงนี้อยู่สูงขึ้นมาอีก อากาศก็จะเย็นกว่า รวมทั้งใกล้จุดชมวิวพะเนินทุ่ง ซึ่งเป็นจุดชมทะเลหมอกใกล้กรุงที่สวยงามมาก สามารถเช่าเต็นท์ของอุทยานได้มี 2 ขนาด ราคา 120 และ 250 บาท หรือนำเต็นท์มาเอง ก็เสียค่าธรรมเนียมคืนละ 30 บาท กดจองที่ www.dnp.go.th

ที่ตั้ง : อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 091 050 4461, 032 772 311

10.ภูผา-ป่าสน หรือภูผาแคมป์ จุดกางเต๊นท์ติดริมอ่างเก็บน้ำท่าเคย กลางอ้อมกอดขุนเขาตะนาวศรี เป็นอีกจุดกางเต๊นท์ที่ดีงามไม่แพ้ที่อื่น โดยเฉพาะบรรยากาศกางเต๊นท์ใต้ทิวสนบนผืนหญ้าเขียวๆ มองไปแอบคล้ายลานกางเต๊นท์ที่ปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน ไม่น้อย เพียงแต่ที่นี่อยู่ใกล้แค่ อ.บ้านคา จ.ราชบุรีเท่านั้นเอง นอกจากจะได้สัมผัสธรรมชาติกับวิวสวยๆให้สดชื่นแล้ว ยังมีมุมถ่ายรูปกับรถบ้าน Airstream สีเงินคันเท่ รวมทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ ภูผา-ป่าสน ที่มีทั้งเครื่องดื่มและเมนูเด็ดรสชาติจัดจ้านให้สั่งหลากหลายเมนู หรือใครที่อยากทำอาหารก็ตั้งเตาทำเองได้ที่บริเวณเต๊นท์เช่นกัน สังสรรค์เพลินๆ พอค่ำคืนก็นอนดูดาวเหนือยอดสน ชิลกว่านี้ไม่มีแล้ว

ที่ตั้ง : ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-21:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 097 353 6564