เที่ยวใกล้ๆ ไปชิลล์ๆ วันธรรมดา พระนครศรีอยุธยา-สระบุรี

ช่วงนี้ถ้าไม่รู้ไปเที่ยวไหน เที่ยวใกล้ เที่ยวง่าย ได้ใจสุดๆ ก็ พระนครศรีอยุธยา และ สระบุรี ขับรถจากกรุงเทพฯแค่ 1-2 ชั่วโมง ก็ได้สัมผัสถึง 2 รสชาติ ตั้งแต่ความคลาสสิคของเมืองมรดกโลกที่พระนครศรีอยุธยา ไหว้พระ เที่ยววัง ซึมซับประวัติศาสตร์ กินก๋วยเตี๋ยวเรือ โรตีสายไหม เสร็จแล้วข้ามไปสระบุรี เที่ยวสวนเกษตร นอนเต๊นท์ สัมผัสอากาศเย็นๆ ท่ามกลางขุนเขา เห็นมั้ย ความสุขไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลเลย

1.พระราชวังบางปะอิน เดิมคือพื้นที่พระราชวังเก่าแก่ในสมัยพระเจ้าปราสาททอง แห่งกรุงศรีอยุธยา เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 4 จึงได้เกิดการบูรณะพระราชวังหลังจากที่ถูกทิ้งร้างไปนาน โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งได้เกิดการสร้างอาคารที่สำคัญเพิ่มเติม รวมทั้งเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานและรับรองพระราชอาคันตุกะ ภายในมีสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจ เช่น หอเหมมณเฑียรเทวราช หรือปรางค์ศิลาจำลองแบบขอม, พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ปราสาททรงจตุรมุขกลางน้ำ, พระที่นั่งวโรภาษพิมาน ใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับเสด็จออกขุนนางในงานพระราชพิธี, พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ ที่ประทับฤดูหนาวซึ่งสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมจีน, หอวิฑูรทัศนา สำหรับชมวิวจากมุมสูง เป็นต้น

ที่ตั้ง : อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-16:00 น. ทุกวัน

โทร. : 035 261 044

2.วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอกที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจากเขตพระราชวังบางปะอิน โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่บำเพ็ญพระราชกุศลในสมัยรัชกาลที่ 5 ความโดดเด่นและไม่เหมือนวัดอื่นในไทย คือเป็นวัดพุทธที่สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมยุโรป โดยเฉพาะพระอุโบสถสไตล์กอธิค ประดับสเตนกลาสเหนือช่องหน้าต่างประตู ภายในประดิษฐานพระพุทธนฤมลธรรโมภาส บนฐานชุกชีสร้างเป็นไม้กางเขนเหมือนโบสถ์ ด้านนอกยังมีหอพระที่ประดิษฐานพระคันธารราฐ พระพุทธรูปยืนปางขอฝน และพระพุทธรูปศิลาปางนาคปรก ศิลปะสมัยลพบุรี นอกจากสถาปัตยกรรมที่งดงามแปลกตาแล้ว การเข้าถึงวัดยังต้องนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

ที่ตั้ง : อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. ทุกวัน

โทร. : 035 262 139

3.วัดชุมพลนิกายาราม ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังบางปะอินเช่นกัน สันนิษฐานว่าสร้างโดยพระเจ้าปราสาททองในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อปีพ.ศ. 2175 ต่อมาได้รับการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5 ความงดงามรวมอยู่ที่อุโบสถ ซึ่งด้านหน้าประดิษฐานพระศรีอาริยะเมตไตรโพธิสัตว์แบบทรงเครื่อง เมื่อเข้าสู่ด้านในจะพบกับพระประธานเป็นพระพุทธรูปหินทรายปูนปั้นถึง 7 องค์ ส่วนฝาผนังทุกด้าน กระทั่งเสา ก็งดงามด้วยภาพจิตรกรรมที่อ่อนช้อย เล่าเรื่องพุทธประวัติ บนเสาวาดเป็นลายดอกไม้ ส่วนบนบานประตูเป็นภาพวาดชุดเครื่องบูชาแบบจีน ซึ่งแตกต่างจากวัดอื่นๆ ที่มักจะวาดเป็นรูปทวารบาล นอกจากนี้ ข้างอุโบสถยังมีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างแบบย่อมุมไม้สิบสองศิลปะอยุธยาให้ชมด้วย

ที่ตั้ง : ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

โทร. : 035 263 530

4.วัดมหาธาตุ ภาพเศียรพระพุทธรูปที่ถูกรากไม้โอบล้อมราวกับกำลังถูกกลืนกินด้วยกาลเวลา น่าจะเป็นภาพจำที่หลายคนเคยเห็น แต่จริงๆแล้วในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดมหาธาตุเป็นวัดสำคัญที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร และเป็นที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชฝ่ายคามวาสี จึงเป็นสถานที่จัดพระราชพิธีสำคัญต่างๆโดยตลอดยุคสมัย ภายในวัดมีทั้งฐานขององค์พระปรางค์หลัก เจดีย์แปดเหลี่ยมหนึ่งเดียวในพระนครศรีอยุธยาที่คงสภาพสมบูรณ์ ไปจนถึงวิหารเล็กซึ่งด้านหน้ามีเศียรพระที่ถูกรากไม้โอบล้อมไว้นั่นเอง

ที่ตั้ง : อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. ทุกวัน

5.วัดใหญ่ชัยมงคล ตั้งอยู่อีกฟากฝั่งของแม่น้ำป่าสัก นอกเขตพระนครชั้นใน เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ส่วนพระเจดีย์ชัยมงคลที่โดดเด่น สร้างขึ้นภายหลังในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะจากการกระทำยุทธหัตถีเหนือมังกะยอชวา พระมหาอุปราชของหงสาวดี โดยสามารถเดินขึ้นไปชมวิวมุมสูงของวัดที่ล้อมรอบด้วยพระพุทธรูปเก่าแก่ รวมทั้งวิวเมืองพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังมีวิหารพระพุทธไสยาสน์ ที่สร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเช่นกัน รวมทั้งพระตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่มีผู้ศรัทธาแวะมาบูชาสักการะกันไม่ขาดสาย

ที่ตั้ง : อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. ทุกวัน

6.บังอิมรอน มาจ.พระนครศรีอยุธยาทั้งทีมีหรือจะพลาดแวะซื้อ โรตีสายไหม ของอร่อยที่กินแล้วต้องวางคำว่าอ้วนทิ้งไปก่อน แต่ใครจะห้ามใจไหว โดยเฉพาะเจ้านี้ แป้งเค้านุ่มหนับ หอมกรุ่นใบเตย ไส้น้ำตาลสายไหมก็เส้นบางเฉียบ ละลายในปาก ถ้าแวะมาซื้อที่หน้าร้าน นอกจากจะมีโรตีสายไหมให้เลือกเป็นชุดๆ หลายราคาตามชอบแล้ว ด้านในยังเป็นโซนผลิตที่ทำให้ชมสดๆ สามารถเดินเข้าไปดูได้อย่างใกล้ชิด ทั้งลีลาแปะและปาดแป้งบนเตาอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการทำเส้นสายไหมที่เริ่มจากน้ำตาลก้อนใหญ่ เอามาดึงหลายรอบจนกลายเป็นสายไหมเส้นเล็กๆ ราวกับเส้นผม น่าทึ่งมากๆ

ที่ตั้ง : อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

โทร. : 085 812 4288

7.ก๋วยเตี๋ยวเรือคลองสระบัว มีคนบอกว่าก๋วยเตี๋ยวเรือต้องกินจากชามเล็กๆ รสชาติถึงจะโดนใจ ถ้ามาร้านนี้จะได้ทั้งราคาน่ารักในขนาดชามกำลังเหมาะ ได้มาตรฐานก๋วยเตี๋ยวเรือดั้งเดิม รสชาติทั้งแบบน้ำและแห้งเข้มข้นไม่ต้องรบกวนเครื่องปรุง มีทั้งเนื้อและหมูให้เลือก พร้อมเครื่องในสดสะอาด อร่อยแบบชามเดียวไม่พอจนแม่ค้าลวกเส้นมือเป็นระวิง คนแน่นร้านตลอดอย่างกับเล่นเก้าอี้ดนตรี ส่วนใครที่ไม่อิ่มก็มีผัดไทยกุ้งสด รวมทั้งหมูสะเต๊ะเพิ่มความอร่อยด้วย

ที่ตั้ง : ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. ทุกวัน

โทร. : 081 565 0089

8.ข้าวต้มกำลังภายใน บรรยากาศร้านสมชื่อ ราวกับมากินแถวเยาวราชกับอากงอาม่า ตกแต่งด้วยภาพวาด โคมไฟ และสีสัน ได้กลิ่นอายวัฒนธรรมจีน เมนูเด็ดก็ต้องบรรดากับข้าวกินกับข้าวต้ม เช่น ผัดกุยช่ายขาวกับเต้าหู้ เป็ดพะโล้ ผัดผักบุ้งไฟแดง ปลาอินทรีย์ทอด ยำสามกรอบ ออส่วนหอยนางรม ปีกไก่ทอดเกลือ และอีกหลายอย่างให้เลือก บอกเลยข้าวต้มถ้วยเดียวไม่พอ

ที่ตั้ง : ถ.นเรศวร อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

เวลาเปิด-ปิด : 15:00-23:00 น. ทุกวัน

โทร. : 035 241 934

9.Nice Nite Campervans x River ที่พักรถบ้านซุกซ่อนอยู่ในซอยเล็กๆกลางเมืองพระนครศรีอยุธยา ด้านในได้บรรยากาศเหมือนมาปิคนิคกลางสวน มีรถบ้านจอดล้อมอยู่ 6 คัน ภายในมีทั้งห้องที่ดัดแปลงเป็นเตียงนอน และแบบโซฟาเบดดั้งเดิมจากอังกฤษ หน้ารถมีมุมนั่งชิลเป็นเก้าอี้ผ้าใบ เดินไปไม่ไกลอยู่ติดคลองสัญจร นั่งมองเรือเครื่องแล่นผ่านไปมาก็เพลินดีเหมือนกัน นอกจากความสะดวกสบายที่รถบ้านจะมีให้ ทั้งทีวี ตู้เย็น แอร์ น้ำอุ่น ที่นี่ยังมีสแน็ครูมที่เปิดให้ผู้เข้าพักเดินมาหาอะไรกินได้ตลอด 24 ชั่วโมง จักรยานให้ยืมปั่นฟรี ส่วนใครชอบชิลเขาก็มีชุดปิคนิคให้สั่งมานั่งกินเล่นกรุบกริบที่สนามหญ้าได้ด้วย

ที่ตั้ง : ซอยอู่ทอง 29 ถ.อู่ทอง อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน

โทร. : 087-510-8116

10.วัดพระพุทธฉาย วัดบนไหล่เขาสูงที่มีความเก่าแก่ย้อนไปถึงสมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา ตำนานเล่าว่าในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าเสด็จมาที่เขาฆาฏกะ หรือเขาพระพุทธฉาย เพื่อโปรดนายพรานฆาฏกะ จนได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ จากนั้นทรงแสดงพุทธปาฏิหาริย์ให้เงาของพระองค์ติดอยู่ในเนื้อหิน ตามคำขอของพระฆาฏกะ จนสมัยพระเจ้าทรงธรรมจึงมีการค้นพบรอยพระพุุทธฉายบนเขาแห่งนี้ ส่วนบนยอดเขายังพบรอยพระพุทธบาทด้วย และนอกจากเขาลูกนี้จะเป็นจุดชมวิวมุมสูงที่สวยมาก ด้วยเอกลักษณ์ของบันไดขึ้นเขากว่า 270 ขั้น ช่วงออกพรรษาที่นี่จึงมีการจัดประเพณีตักบาตรเทโวด้วยข้าวต้มลูกโยนเป็นประจำทุกปีด้วย

ที่ตั้ง : ต.หนองปลาไหล อ.เมืองสระบุรี จ.สระบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08:30-16:30 น. ทุกวัน

11.น้ำตกเจ็ดสาวน้อย ออกไปเติมความชุ่มฉ่ำแบบไม่ไกลจากกรุงเทพฯ กับน้ำตกกลางป่าโปร่งที่ใครก็เข้าถึงได้ง่ายๆ ตัวน้ำตกอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย มีทั้งหมด 7 ชั้น ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ละชั้นก็ไม่สูงนัก ธารน้ำแต่ละชั้นจะไหลลงมาในแอ่งน้ำใสสะอาด เหมาะสำหรับลงไปแหวกว่ายเล่นน้ำ โดยเฉพาะชั้น 1-4 ที่มีแอ่งน้ำให้เล่นได้ แต่แอ่งชั้น 3 จะลึกกว่าชั้นอื่น ส่วนชั้น 4 จะเป็นชั้นที่สวยงามที่สุด ใครชอบความสงบก็ไปที่ชั้น 6-7 กระแสน้ำอาจจะแรงหน่อย แต่คนไม่พลุกพล่าน บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นด้วยแมกไม้ ใครที่ไม่ได้เล่นน้ำก็สามารถนั่งพักริมธาร หรือเดินเล่นไปตามทางเดินที่สะดวกสบาย ชมวิวที่สะพานข้ามน้ำตกและถ่ายรูปสวยๆกับวิวน้ำตกชั้น 1-4 ด้านหลัง นอกจากนี้ใครที่กำลังหิวหรืออยากซื้อของฝาก ก็มีร้านค้าให้แวะตรงลานจอดรถด้วย

ที่ตั้ง : ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-17:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 036 346 586

12.สวนบิ๊กเต๊ สวนเบญจมาศหลากสีเป็นทั้งอาชีพหลักของเกษตรกรแถบสระบุรี และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนชอบถ่ายรูปกับสวนดอกไม้ด้วย ที่นี่กว้างขวางนับร้อยไร่ มีแปลงดอกเบญจมาศเบ่งบานอวดสีสันทั้งดอกเล็ก ใหญ่ สีเหลือง ม่วง ขาว ชมพู ฯลฯ หมุนเวียนทั้งบริเวณ ให้มาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปีแบบไม่ต้องรอฤดูกาล เรียกว่าถูกใจสายพอร์เทรตและมาโครแน่นอน นอกจากนี้ทางสวนยังมีคาเฟ่ให้สั่งเครื่องดื่มและเบเกอรี่มานั่งกินเล่นพลางชมวิวขุนเขา รวมทั้งมีพืชผลทางการเกษตรต่างๆ รวมทั้งดอกเบญจมาศตัดสดมาวางจำหน่ายด้วย

ที่ตั้ง : ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

13.มัลเบอร์รี่ ฟาร์มสายทอง เที่ยว จ.สระบุรีทั้งทีต้องมีแวะสวนเกษตรถึงจะได้อรรถรสเมืองคาวบอย โดยที่ฟาร์มสายทองของป้าน้อย สายสุนีย์ แกได้แบ่งพื้นที่ไว้ 5 ไร่ เพื่อปลูกมัลเบอร์รี่โดยเฉพาะ ซึ่งมีผลผลิตให้เก็บมาแปรรูปและเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเด็ดชิมสดๆ ได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว โดยทางฟาร์มก็นำเอามัลเบอร์รี่มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแยม ที่จะกินกับแครกเกอร์หรือทาขนมปังก็อร่อย ไม่หวานเกินไป น้ำมัลเบอร์รี่ ที่ยิ่งดื่มเย็นๆ ก็ยิ่งชื่นใจ หรือจะไปชมแปลงต้นมัลเบอร์รี่ เดินเล่นใต้เงาไม้ ถ่ายรูป เด็ดมาชิมจากต้น ป้าน้อยก็ไม่หวงห้าม แถมนอกจากอร่อยแล้ว ยังได้ประโยชน์มากมายอีกด้วย ไม่เชื่อก็ดูจากป้าน้อยในวัย 70 กว่า ที่ยังแข็งแรงราวกับสาวๆอยู่เลย

ที่ตั้ง : ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน

โทร. : 089 045 1558

14.สวนผักครูสรรเสริญ บุกชิมผักสดๆ กันถึงสวนเนื้อที่กว่า 47 ไร่ โดยที่นี่เป็นแหล่งปลูกผักสลัดแบบปลอดสารพิษ มีหลากหลายชนิดทั้ง กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส เบบี้แครอท ต้นอ่อนทานตะวัน ฯลฯ สามารถแวะมาเที่ยวชมแปลงผักยาวๆสุดสายตา เก็บผักสดๆจากแปลง รวมทั้งมีเวิร์คช็อปให้ลองทำสลัดโรลจากผักสด จิ้มน้ำสลัดโฮมเมดที่ทางสวนทำเอง มีทั้งสูตรทาวซันไอส์แลนด์ ซีซาร์สลัด สลัดครีม บอกเลยว่าผักสดๆ ที่เพิ่งเก็บจากแปลงทั้งหวานทั้งกรอบ โดนใจคนชอบกินผักแน่นอน แถมใครติดใจก็ยังสามารถซื้อติดมือกลับบ้านไปฟินต่อได้ด้วย

ที่ตั้ง : ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน

โทร. : 081 828 3917

15.ครัวน้องเพ็ญ ร้านอาหารสไตล์ไทย-อีสานที่ขึ้นชื่อในอ.มวกเหล็ก ภายในร้านตกแต่งเรียบง่าย เปิดโล่ง มีโต๊ะเก้าอี้ไม้เข้าบรรยากาศจัดวางทั่วร้าน รองรับได้ทั้งครอบครัวและหมู่คณะ โดยทางร้านมีเมนูอาหารให้เลือกเยอะมาก แนะนำเช่น ปลาช่อนน้ำตก ปลาช่อนทอดกระเทียม ตับหวาน คอหมูย่าง ผัดหมี่โคราช ต้มแซ่บ ส้มตำต่างๆ และอีกหลากหลายเมนูแซ่บ รสชาติอร่อยสมคำร่ำลือ เรียกว่าร้านนี้เป็นที่แนะนำของมวกเหล็กจนคนแน่นร้านทุกวัน

ที่ตั้ง : ต.มวกเหล็ก อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี

เวลาเปิด-ปิด : 09:00-21:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 036 909 331