50 ที่เที่ยวธรรมชาติ วันธรรมดา ไปแล้วจะหลงรัก

เข้าหน้ากรีนซีซั่นแล้ว เพื่อน ๆ หลายคนคงกำลังเตรียมตัวแพ็กกระเป๋า หาที่เที่ยวแนวธรรมชาติกันอยู่ เราเลยไม่รอช้า รีบคัดสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ เด็ด ๆ มาให้เป็นตัวเลือกกันถึง 50 แห่ง ทั่วไทย ไล่ไปตั้งแต่ภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก และใต้ เอาใจทั้งสายป่าล่าหมอก และคนรักคลื่นทะเล ถ้าพร้อมแล้วก็ตะตุยไปด้วยกันเลย

1. ดอยสกาด

ชื่อนี้อาจยังไม่คุ้นหูนักเดินทาง แต่เชื่อว่าอีกไม่นานนัก ‘ดอยสกาด’ จะเป็นที่เที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน ติดลมบนอย่างแน่นอน ด้วยการเดินทางที่แสนสะดวก สามารถขับรถขึ้นมาได้เองจนถึงบนดอย ซึ่งข้างบนเป็นชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น มองเห็นจั่วหลังคาบนทิวเขาได้ตั้งแต่ไกล ๆ

จากการสอบถามไกด์ท้องถิ่นได้ความว่า ชุมชนแห่งนี้ประกอบไปด้วยคนเมืองและชาวลัวะ ทำไร่ชา สวนผลไม้ คือ ลิ้นจี่ และอะโวคาโด เป็นอาชีพหลัก ส่วนกาแฟปัจจุบันยังค่อนข้างมีน้อย จัดอยู่ในช่วงบุกเบิก โดยพันธุ์ที่ปลูกเป็นพันธุ์อาราบิกา ปลูกบนความสูงกว่า 1,200 เมตร

สำหรับกิจกรรมบน ‘ดอยสกาด’ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศชุมชนได้ คนที่นี่เขายิ้มแย้มเป็นมิตรดี ขอถ่ายรูปได้ไม่เขินกล้อง แต่ถ้าอยากขึ้นไปชมไร่กาแฟ อันนี้ให้แจ้งทางโฮมสเตย์ได้เลย มีค่าใช้จ่ายเป็นค่ารถโฟร์วิลเพิ่มเติม บนไร่กาแฟบรรยากาศดีสามารถมองเห็น ‘ดอยภูคา’ ได้อย่างชัดเจน

ที่ตั้ง : ต.สกาด อ.ปัว จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/DP5XtG7iDHrwabJu9

ติดต่อเที่ยวดอยสกาด : โทร. 08-3084-6411 (พี่ชัยยินดิ์)

Facebook : Skaddee homestay สกาดดีโฮมสเตย์ https://bit.ly/2ZCsLX6

2. ทุ่งดอกไฮเดนเยีย ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ

จากตัวเมืองเชียงใหม่ 113 กม. บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ เพื่อน ๆ จะได้พบกับทุ่งดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าม่วงสลับขาวกำลังบานสะพรั่ง ซึ่งสามารถชมความสวยงามได้ตั้งแต่เดือน พ.ย. – ก.พ. ของทุกปี ค่าเข้าชมไม่แพงแค่คนละ 30 บาท และต้องโดยสารรถโฟวิลชาวบ้านเข้าไปที่ทุ่งดอกไฮเดนเยียเท่านั้น ราคาคันละ 500 บาท นั่งได้ครั้งละ 8 คน

ที่ตั้ง : ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

โทร. 09-8008-8441

พิกัด : https://goo.gl/maps/WeZAmEcZiPTVBuYu9

3. ปางอุ๋ง

“ปางอุ๋ง” หรือที่มีชื่อเต็มว่า “โครงการพระราชดำริปางตอง2”  สถานที่ท่องเที่ยวในดวงใจของใครหลายๆคน รวมถึงผมด้วย เป็นที่เที่ยวที่สวยงามเสียจนได้ชื่อว่า “สวิสเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทยเลยทีเดียว

ภูมิประเทศของที่นี่เต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีอ่างเก็บน้ำอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบไปด้วยป่าสนสองใบ สนสามใบและดอกไม้เมืองหนาว  ช่วงเช้าๆ จะเห็นหมอกหนาลอยอยู่เรี่ยผืนน้ำ เป็นที่มาของชื่อปางอุ๋งนั่นเอง มีหงส์ขาวและหงส์ดำที่ว่ายน้ำเล่นไปมาเป็นฉากหลัง อากาศหนาวเย็น บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ ไปเลย

ด้วยความสวยงามและโรแมนติก จึงทำให้ที่นี่ เป็นสถานที่กางเต็นท์ยอดนิยม หรือใครที่ไม่ชอบนอนเต็นท์ บริเวณโดยรอบก็มีโฮมสเตย์และรีสอร์ทของชาวบ้านในพื้นที่ให้บริการอยู่หลายแห่ง

เส้นทางขึ้นปางอุ๋งสูงชันและแคบ ต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง

ที่ตั้ง : ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

พิกัด : https://goo.gl/maps/bdCGa2cAgm97AWtk6

4. ภูสอยดาว

ภูสอยดาว ตั้งอยู่ในเขตของอทุยานแห่งชาติภูสอยดาว โดยยอดสูงสุดของภูสอยดาว มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,102 เมตร ซึ่งถือเป็นยอดดอยที่สูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของทุ่งดอกหงอนนาค ที่มีสีม่วงสวยงาม มีเสน่ห์ ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณในทุกช่วงฤดูฝน ราว ๆ เดือนสิงหาคม–กันยายน ของทุกปี   เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งน้ำค้างเที่ยงวัน เพราะเป็นสถานที่ที่มีหมอกปกคลุมอยู่เกือบตลอดทั้งวัน

สำหรับเส้นทางพิชิตลานสน ภูสอยดาว นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าขึ้นเขาลาดชัน และผ่านเนินวัดใจทั้งหมด 5 เนิน คือ เนินส่งญาติ, เนินปราบเซียน, เนินป่าก่อ, เนินเสือโคร่ง และเนินมรณะ ซึ่งถือเป็นเนินสุดท้าย ที่ลาดชันที่สุด จนแทบจะต้องใช้สี่ขา คลานอย่างเดียว รวมระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 4 – 6 ชั่วโมง โดยรวมแล้วถือว่าไม่ได้ยากมากครับ เหมาะสำหรับนักเดินป่ามือใหม่ (ที่สุขภาพแข็งแรง)

ถ้าใครอยากดูทะเลหมอก ให้มาที่ภูสอยดาวได้เลย รับรองว่าไม่ผิดหวัง

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ต.ห้วยมุ่น อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์

พิกัด : https://goo.gl/maps/CDewSzq9GCKttgdY9

5. น้ำตกคลองลาน

ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติคลองลาน เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ไหลลงจากหน้าผาสูง 100 เมตร ด้านล่างมีลำธารและแอ่งน้ำลงไปแช่น้ำได้สบายเลยล่ะ แนะนำให้มาช่วงเดือนสิงหาคม–ตุลาคม จะเป็นช่วงที่น้ำตกสวยงามที่สุด

ค่าเข้าอุทยาน ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

ตั้งอยู่ : ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร

เปิด : 08.00-18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/d5Bzia1fwDZ68hSaA

6. ภูทับเบิก

ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล จ. เพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีภูมิประเทศงดงาม เต็มไปด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีทะเลหมอกและกลุ่มเมฆตัดกับยอดภูสีเขียว มีไร่กะหล่ำปลีที่ปลูกลดหลั่นไปตามไหล่เขา เป็นที่ตั้งของ เครื่องวัดอุณหภูมิที่มีขนาดใหญที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง ที่มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ นั่นคือ เขาค้อ และ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นต้น

ชาวบ้านที่ภูทับเบิก เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง หรือแม้ว ที่อพยพย้ายถิ่นฐานลงมาจากทางภาคเหนือ และได้ใช้พื้นที่ในบริเวณนี้ปลูกฝิ่น ซึ่งเป็นยาเสพติด ในปี พ.ศ. 2510 ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ได้ชักชวนให้ชาวเขาเหล่านี้เข้าร่วมต่อต้าน รัฐบาล แต่เมื่อรัฐบาลมีการเข้าปราบปราม และกวาดล้างผกค. ชาวบ้านจึงได้เข้ามอบตัวกับทางการ ทางการจึงได้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ขึ้น ในปี พ.ศ. 2525  โดยหวังให้ชาวบ้านในพื้นที่เลิกปลูกฝิ่น และหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทน และต่อมาได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในที่สุด

ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามและอลังการอีกแห่งหนึ่ง ทั้งหน้าที่พักและบริเเวณจุดชมวิวสูงสุดซึ่งเป็นหอวัดอุณหภูมิ โดยเฉพาะหากมาในช่วงหน้าฝนประมาณ เดือนมิ.ย.- ต.ค.มักจะ พบเห็นทะเลหมอกได้ง่ายกว่าหน้าหนาว

ที่ตั้ง : ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

พิกัด : https://goo.gl/maps/9pi92cgUvCjA9qDS9

7. หมู่บ้านแม่กำปอง

เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก อยู่บนเนินเขาท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นไม้ ลำธาร และน้ำตกอยู่ในตัวหมู่บ้าน แถมอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ในหมู่บ้านนี้มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และโฮมสเตย์ จะมาเที่ยววันเดียว หรือมาพักที่โฮมสเตย์สักคืนก็ได้ บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติริมธารน้ำ เงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนมาก ๆ

ที่ตั้ง : ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

พิกัด : https://goo.gl/maps/faSpfmuwUgjVnavW8

8. ดอยสวนยาหลวง

บ้านสันเจริญเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเมี่ยนหรือเผ่าเย้า แต่เดิมมีอาชีพปลูกฝิ่น บริเวณแถบนี้จึงมีชื่อเรียกในภาษาถิ่นว่า ‘ตมอินเด่’ ที่แปลว่า พื้นที่ปลูกฝิ่นอันกว้างใหญ่ไพศาล ก่อนจะหันมาปลูกกาแฟพันธุ์อราบิกาครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,500 ไร่ บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,100 – 1,600 เมตร ที่นี่จึงเป็นสวรรค์ของรักกาแฟอีกแห่งของจังหวัดน่าน

โดยไฮไลต์สำหรับของการเที่ยวดอยสวนยาหลวงก็คือ การนั่งรถโฟร์วิลขึ้นไปชมวิวแบบ 360 องศาแบบยอดดอย และจิบกาแฟดูแสงแรกของวัน รับรองว่าด้วยบรรกาศและกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟจะทำให้เพื่อน ๆ หลงรักที่นี่ได้อย่างง่ายดาย

ที่ตั้ง : บ้านสันเจริญ อ.ท่าวังผา จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/cTU6TFXVG4vQHLwG9

ต่อติดเที่ยวดอยสวนยาหลวง : โทร. 086 390 7737 (พี่กริช)

Fackbook : ท่องเที่ยวดอยสวนยาหลวง บ้านสันเจริญ https://bit.ly/32oBEWg

9. บ้านรักไทย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของแม่ฮ่องสอน ที่ใครๆ หลายคนใฝ่ฝัน ว่าจะเดินทางมาพักผ่อนในโฮมสเตย์ในไร่ชาของบ้านรักไทยที่นี่ให้ได้ ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานอพยพ โดยเป็นอดีตทหารจีนคณะชาติ กองพล 93ก๊กมินตั๋งที่อพยพหนีภัยสงครามเข้ามาอยู่ในเมืองไทยและได้พำนักอยู่ที่นี่เป็นการถาวร

โดยที่นี่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล กว่า 1,776 เมตร เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกชาพันธุ์ดีและพืชเมืองหนาว ทิวทัศน์ของ หมู่บ้านโอบล้อมไปด้วยทิวเขาสูงสลับซับซ้อน ทำให้อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีทะเลสาบกลางหมู่บ้าน บ้านเรือนที่ปลูกก็เป็นแบบจีน ดูสวยงามแปลกตา มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ เพียบ ทั้งไร่ชา กำแพงเมืองจีนจำลอง หรือจะนึกสนุกใส่ชุดจีนโบราณถ่ายรูปชิคๆ ก็ดูน่าสนุกไปอีกแบบ

ที่ตั้ง : ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

พิกัด : https://goo.gl/maps/7yFzJF8rakoDh4TL6

10. กิ่วฝิ่น

เป็นจุดชมวิวที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,517 เมตร ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน กรมอุทยานแห่งชาติ และอยู่ในเขตรอยต่อระหว่าง จ.ลำปาง และ จ.เชียงใหม่ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ถึง 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน ที่นี่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และในช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม จะหนาวเย็นที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งที่ห้ามพลาด

ที่ตั้ง : ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง

โทร. 0-5438-0000 (อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จ.ลำปาง)

พิกัด : https://goo.gl/maps/7YinZcZ1kHAo4RR6A

11. ปราสาทเมืองต่ำ

สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 เป็นเทวสถานศิลปะขอมในลัทธิไวษณพนิกายเพื่อถวายแด่พระวิษณุ ภายในมีปรางค์ประธานก่อด้วยศิลาแลง ล้อมรอบด้วยระเบียงคดทั้ง 4 ด้าน และมีสระน้ำรูปตัวแอล (L) มีดอกบัวขึ้นเต็มสระล้อมรอบระเบียงคดอีกชั้นหนึ่งเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยรวมนับเป็นปราสาทที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ยังเหลือเค้าความงามให้จินตนาการถึงความรุ่งเรืองในอดีตได้ และไม่ควรพลาดมาเช็กอิน

ที่ตั้ง : ต.จรเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์

เปิด-ปิดเวลา : 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://g.page/Muangtam?share

12. วัดสิรินธรรัตนาราม (ภูพร้าว)

วัดสิรินธรวราราม (ภูพร้าว)  หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดเรืองแสง เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง โดยจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์หรือเขาไกรลาศ  บริเวณบนยอดเขาจะมองเห็นพระอุโบสถสีทอง ตั้งเด่นเป็นสง่า

ไฮไลท์ของที่นี่นั่นคือ การได้มาชมภาพเรืองแสงเป็นสีเขียวของของต้นกัลปพฤกษ์ที่เป็นจิตรกรรมที่อยู่บนผนังด้านหลังของอุโบสถในยามค่ำคืน ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาชมและถ่ายภาพคือ ตั้งแต่เวลา 6.00.19.30 น. ซึ่งหากโชคดีก็จะได้เห็นดวงดาวมากมายเต็มท้องฟ้าอีกด้วย

ที่ตั้ง : ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/AhL1acHTcSyv7BAQ6

13. ทะเลบัวแดง หนองหาน

หนองหาน เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 22,500 ไร่ โดยช่วงสิ้นปีระหว่างเดือน ธ.ค. – ก.พ. จะมีการจัดเทศกาลท่องเที่ยวทะเลบัวแดง เพื่อชวนนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสความงามจากบัวแดงนับล้าน ๆ ดอก โดยมาขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือบ้านเชียงแหว มีเรือให้เลือก 2 แบบ คือ เรือเล็ก 150 บาท (นั่งไม่เกิน 2 คน) และเรือใหญ่ 500 บาท (นั่งไม่เกิน 6 คน)

ที่ตั้ง : ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/FxFXRASVsLKiTYn48

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

14. หินสามวาฬ

นี่คือไฮไลท์ที่ต้องห้ามพลาดของจังหวัดบึงกาฬ ก็คงจะเหมาะสมที่สุดด้วยประการทั้งปวง หินสามวาฬวันนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาก เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวในวงกว้าง จากภาพความสวยงามที่ออกไปสู่สายตาประชาชน

กลุ่มก้อนหินขนาดใหญ่ ซุ่งถ้าดูจากภาพถ่ายทางอากาศ จะพบว่ามีลักษณะเหมือนวาฬตัวใหญ่ ยื่นออกมาจากภูเขา เป็นกลุ่มวาฬสามตัว พ่อ แม่ ลูก เรียงตามลำดับขนาดของก้อนหิน โดยนักท่องเที่ยวสามารถไปยืนเล่นถ่ายภาพบนหินวาฬแต่ละตัวัได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะหินจะค่อนข้างลื่น หากตกลงไปนั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตแน่ๆ

ที่ตั้ง : บ้านนนไทรทอง ต.โคกก่อง อ.เมือง จ.บึงกาฬ

พิกัด : https://goo.gl/maps/pxMRp9Zb8fKLeQ6b9

15. สามพันโบก

สถานที่ท่องเที่ยวที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ “สามพันโบก” ซึ่งเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ ที่ถูกแม่น้ำโขงกัดเซาะ ผ่านกาลเวลานับพันนับหมื่นปี จนกลายเป็นแอ่งและหลุมมากมาย โดยผลงานของแม่น้ำโขงที่กัดเซาะแก่งหินนี้ ในช่วงฤดูน้ำหลากทุกๆปี ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดเป็นแอ่งมากมายมากกว่า 3,000 โบก และฝั่งตรงข้ามที่ห่างไปไม่กี่เมตรก็เป็นฝั่งประเทศลาว นอกจากจะมาเที่ยว สามพันโบกได้เห็นความงามของธรรมชาติแล้ว ยังได้เห็นวิถีชีวิตของการอยู่ร่วมกันระหว่างชาวไทยและชาวลาวริมฝั่งโขงอีกด้วย

ในช่วงหน้าแล้ง สามพันโบก จะโผล่พ้นน้ำให้เห็นเป็นเนินแก่งหินขนาดใหญ่กลางลำน้ำโขง ความสวยงามตระการตาของหินที่ถูกน้ำเซาะมองเห็นเป็นภาพศิลปะ บางแห่งใหญ่ขนาดเป็นสระว่ายน้ำ บางแอ่งขนาดเล็ก มีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่น รูปดาว วงรี มิกกี้เม้าส์ และหินที่ถูกน้ำกัดเซาะจนดูคล้ายรูปหัวสุนัขพูเดิล มีความสวยงาม

นับเป็นสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีน ที่ควรแวะมาเที่ยวให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต !

ที่ตั้ง : ต.เหล่างาม อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/FFr1Zxwfv4zU5vvH9

16. ปราสาทพนมรุ้ง

ที่นี่จัดเป็นปราสาทหินศิลปะขอมที่สวยงาม และสมบูรณ์ระดับต้น ๆ ของประเทศไทย ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง ภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว ตัวปราสาทสร้างจากศิลาแลงและหินทรายสีชมพูช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 15-17 ตามความเชื่อลัทธิไศวนิกาย เพื่อเป็นเทวสถานถวายแด่พระศิวะ ภายในมีศิวลึงค์และประติมากรรมโคนนทิ นอกจากนี้ที่ปราสาทพนมรุ้งยังขึ้นชื่อเรื่องลวดลายแกะสลักที่วิจิตรงดงาม เช่น ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ และสะพานนาคราช

ตั้งอยู่ : ต.ยายแย้มวัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://g.page/phanomrung?share

17. เชียงคาน

ด้วยเสน่ห์ที่ล้นเหลือของเชียงคาน ที่ถึงแม้จะผ่านกาลเวลาไปเนิ่นนานเท่าไหร่ แต่ก็ยังไม่อาจลดเลือนความน่ารักของเมืองนี้ไปได้เลย ถึงแม้ว่าใครจะบอกว่าเปลี่ยนไปเยอะมากจากตอนที่เพิ่งฮิตใหม่ๆ แต่ผมก็ว่า มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ก็ในเมื่อเชียงคานมันสวย มันชิค มันคูลซะขนาดนี้ ใครๆ ก็คงอยากมาสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต

ที่เชียงคานนี่มีกิจกรรมให้ทำกันเพียบเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็น เดินเล่นชิลล์ๆ ชมวิวแม่น้ำโขง ปั่นจักรยานเลียบโขง ไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดศรีคุณเมือง กินอาหารถิ่นอร่อยๆ ที่ถนนคนเดินริมโขง ตักบาตรข้าวเหนียวยามเช้า ตื่นเช้าไปชมทะเลหมอกภูทอก ชิมมะพร้าวแก้วหวานมัน ล่องเรือชมแม่น้ำโขงที่แก่งคุดคู้ ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ

ที่ตั้ง : ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย

พิกัด : https://goo.gl/maps/iytn2v1teAAK3u769

18. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

สิ่งที่ทำให้คนไทยที่ไม่ใช่เพียงนักท่องเที่ยวรู้จักกับผาแต้ม คือ การที่ผาแต้มเป็นพื้นที่ที่ใช้อ้างอิงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นของประเทศไทย ดังจะได้ยินกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศในทุกเช้าอยู่เสมอว่าเวลาพระอาทิตย์ขึ้นวัดจากผาชะนะได ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของอุทยานจึงเป็นจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ก่อนใครในสยาม

ในด้านธรรมชาติที่นี่ยังอุดมด้วยป่าเต็งรังและป่าดิบแล้งจำนวนมาก สลับกับลานหินกระจายอยู่ทั่วภูเขา รวมถึงหน้าผาหินที่บริเวณผาแต้มเมื่อมองดูจากแม่น้ำโขงด้านล่างจะเห็นเป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ  เป็นจุดไฮไลท์ที่ถ่ายภาพออกมายังไงก็สวยแน่นอน

บริเวณด้านล่างของหน้าผามีภาพเขียนของสีก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏเรียงรายอยู่ตามผนังเป็นจำนวนมาก เป็นภาพเขียนสีศิลปะถ้ำโบราณที่มีอายุเก่าแก่ และเป็นแหล่งที่พบมากที่สุดในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ควรค่าแก่การเก็บรักษา

ที่ตั้ง : ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/P71mWEQtWTEeL8ps5

19. ลานพญาศรีสัตตนาคราช

พญาศรีสัตตนาราช ประดิษฐาน บนลานศรีสัตตนาคราช  ริมฝั่งแม่น้ำโขง จ.นครพนม ถือเป็นเป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน ซึ่งใช้เวลาในการสร้างนานเกือบ 5 ปี และที่สำคัญองค์พญาศรีสัตตนาคราชองค์นี้ จะไม่มีที่ใดเหมือนเพราะมีสร้อยสังวาล คล้องคอ เหมือนกับลวดลายที่ซุ้มประตูขององค์พระธาตุพนม เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของจังหวัดที่สืบสานต่อเนื่องมายาวนาน

เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของนครพนม ที่ไม่ว่าใครที่ได้มาเที่ยวที่นครพนม จะต้องแวะมาถ่ายรูปเช็คอินอวดเพื่อนๆ ในโลกโซเชียลด้วยทุกครั้ง

ที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม

พิกัด : https://goo.gl/maps/3r3Ztov3fHfWH3RR7

20. เพ ลา เพลิน

ที่นี่เป็นทั้งที่พักและแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย จะมาทัศนศึกษา จัดสัมมนา หรือพักผ่อนหย่อนใจก็มีพื้นที่ให้พร้อมเพียง โดยจุดเด่นของ อุทยาน เพ ลา เพลิน คือ การจัดแสดงพันธุ์ไม้ ที่เนรมิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีด้วยกันถึง 6 โรงเรือน ได้แก่ พรรณไม้ตามฤดูกาล เฟิร์น กล้วยไม้ พืชกินแมลง และแคคตัส

นอกจากนี้ยังมีโซนทำสปา พื้นที่สำหรับคนชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์ เช่น ซิปไลน์ ไต่หน้าผาจำลอง ฯลฯ และพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของเล่น ตุ๊กตาดินเผาโบราณ ในส่วนที่พักมีทั้งหมด 73 ห้อง ตกแต่งสไตล์โพสต์โมเดิร์น โดยจะมีให้เลือกด้วยกัน 4 แบบ คือ Deluxe Room , Grand Deluxe , Suite , Connecting Room ราคาเริ่มที่ 2,500 บาท

ที่ตั้ง : ต.หนองขมาร อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์

เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-ศุกร์ 09.00-17.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 08.00-20.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 80 บาท

โทร. 0-4463-4736-8 , 08-7798-1039

พิกัด : https://goo.gl/maps/cipEyngZTmBw1E8s9

21. พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ

แหล่งเรียนรู้เชิงเกษตรที่เน้นถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านนิทรรศการในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ในอาคาร และพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่เป็นฐานเรียนรู้ให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษา และได้ทดลองปฏิบัติจริง นอกจากนี้ยังมีเส้นทางจักรยานให้เราปั่นไปชมตามจุดต่าง ๆ ดูธรรมชาติเพลิน ๆ เหมาะกับเด็ก ครอบครัว และประชาชนทั่วไป

ที่ตั้ง : ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

เปิด-ปิดเวลา : 09.00-16.00 น. หยุดวันจันทร์

โทร. 02-529 2212-13 / 087-359 7171

พิกัด : https://goo.gl/maps/5phwjytuTFJidG3B6

22. เดอะ ซีนเนอรี่ วินเทจ ฟาร์ม

ที่เที่ยวสุดฮิตของสวนผึ่งที่เด็ก ๆ ก็มาได้ ผู้ใหญ่มาก็ชอบเพราะมีมุมถ่ายรูปปัง ๆ เยอะ มีกิจกรรมให้ทำเพียบ เช่น ขี่ม้า ให้อาหารสัตว์ ปาลูกโป่ง ยิงธนู ชมการตัดขนแกะ และการแสดงจากสัตว์แสนรู้ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร บ้านพักสุดชิลล์หลายหลัง เหมาะกับยกครอบครัวมาพักผ่อนในวันว่างสุดสัปดาห์

ภายในออกแบบตกแต่งสไตล์ English Country เสมือนยกฟาร์มจากยุโรปมาไว้ที่ อ.สวนผึ้ง เลยทีเดียว และตอนนี้ที่ เดอะ ซีนเนอรี่ วินเทจ ฟาร์ม ก็พึ่งมีกิจกรรมใหม่ คือ Afternoon Tea หรือการจิบชากลางลำธารสุดแสนโรแมนติก ราคาเบา ๆ แค่ชุดละ 880 บาท เสิร์ฟชา 1 กา พร้อมเบเกอรี่ 5 ชนิด แบบนี้คงพลาดไม่ได้แล้ว

ที่ตั้ง : ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 08.30-18.00 น. ทุกวัน

โทร. 08-1000-6677

พิกัด : https://goo.gl/maps/yrNEHkzwGrS74B4H9

23. พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ (หลวงพ่ออู่ทอง)

เป็นพระพุทธรูปปางโปรดพุทธมารดา ที่เกิดจากการแกะสลักหน้าผาหิน ความสูง 108 เมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างพุทธมณฑล จ.สุพรรณบุรี บนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ ปัจจุบันองค์พระแล้วเสร็จกว่า 80% พระเกตุมาลา (ส่วนที่อยู่เหนือเศียรพระ) ยังอยู่ข้างล่าง สามารถปิดทองสักการะได้

ที่ตั้ง : ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

เปิด-ปิดเวลา : ทุกวัน 08.00 – 18.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/iav2AuutTar588ub8

24. สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค

เป็นสวนสัตว์เปิดแห่งแรกของ จ.กาญจนบุรี มีสัตว์ให้ชมหลากหลายชนิด เช่น ยีราฟ ช้าง ม้าลาย เสือโคร่ง สิงโต เสือดาว หมีควาย และกวาง ฯลฯ โดยไฮไลท์ของที่นี่ คือ พานักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด แบบที่เรียกว่า ‘หายใจรดต้นคอ’ เลยทีเดียว

ที่ตั้ง : ถ.ลาดหญ้า-บ่อพลอย ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 09:00 – 17:00 น. ทุกวัน

โทร. 03-467-8225

พิกัด : https://goo.gl/maps/JsN848H2B8xZqmvX7

25. โครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย

เป็นโครงการที่จัดตั้งเพื่อศึกษาวิจัยปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียและกำจัดขยะ ภายในมีเส้นทางศึกษา ธรรมชาติป่าชายเลน เป็นสะพานไม้ระยะทาง 850 เมตร บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย เต็มไปด้วยสัตว์น้ำชุกชุม เช่น ปลาตีน ปูแสม ปูก้ามด้าม และยังเป็นแหล่งดูนกนานาชนิด มาเที่ยวเพชรบุรีทั้งทีไม่ควรพลาด

ที่ตั้ง : ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

เปิด-ปิดเวลา : ทุกวัน เวลา 8.30 – 17.30 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/kGKVhuuRAchtezPT9

26. ฟาร์มลุงแดง เมล่อน&ผักสลัด

ที่นี่เป็นฟาร์มเกษตรอินทรีย์และศูนย์เรียนรู้ บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ ภายในมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น การเก็บเมล่อน ผักสลัด มะเขือเชอรี่ ลูกหม่อน และไข่ไก่ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารเสิร์ฟเมนูสเต๊ก สลัดทูน่า ข้าวผัดปู ผัดไทย ลองชิมแล้วอร่อยทุกจาน เครื่องดื่มขอแนะนำเป็นน้ำเมล่อนปั่นอร่อยสดชื่นดีมาก

ที่ตั้ง : ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

เปิด-ปิดเวลา : 09.00-18.00 น. หยุดวันจันทร์-อังคาร

โทร. : 08-1989-5906

พิกัด : https://goo.gl/maps/nQnFQPARwvkwxDzP7

27. วัดเขาตะเกียบ

เขาตะเกียบเป็นเขาหินปูนยื่นออกไปในทะเล ด้านบนมีวิหารยอดสูงประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติขนาดใหญ่ มองลงมาจะเห็นวิวชายหาดเขาตะเกียบยาว 1.5 กม. มีฝูงลิงเดินป้วนเปี้ยนไปมา น่ารักน่าเอ็นดู สำหรับทางขึ้นเป็นขั้นบันไดค่อนข้างสูงเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารซีฟู้ดเรียงรายตลอดทางเข้าวัด น่าแวะเติมพลังลงท้อง

ที่ตั้ง : ถ.หนองแก-ตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

เปิด-ปิดเวลา : 06.00-18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/NLhidFus9eG69y3m8

28. ทัศนาคายัค

ใครชอบกิจกรรมล่องแก่งมาที่สวนผึ้งได้เลย โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยา-ตุลา ลำน้ำภาชีจะไหลแรง ยิ่งลองสนุก ซึ่งที่ทัศนาคายัคเขามีโปรแกรมให้เลือกหลากหลาย เริ่มจากล่องระยะชิลล์ ๆ 4 กม. ราคา 250 บาท ไปจนถึงระยะไกลใช้เวลา 7-8 ชม. ราคา 1,000 บาท นอกจากนี้ยังกิจกรรมยิงธนู สนามบีบีกัน และบ้านพักค้างคืนด้วยละ

ที่ตั้ง : ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

โทร. 08-9033-8868

พิกัด : https://goo.gl/maps/FCLroTpYvhSry3MD7

29. นาเกลือ อ.บ้านแหลม

ช่วงหน้าแล้งระหว่างเดือน พ.ย. – พ.ค. สองข้างทางของถนนสายรอง 4028 อ.บ้านแหลม เราจะพบแต่ความขาวโพลนของนาเกลือที่ตกผนึก และรอให้ถูกขนย้าย ซึ่งช่วงนี้เองเราจะได้เห็นวิถีชีวิตของหนุ่ม-สาวนาเกลือที่ทำงานกันอย่างแข็งขัน เป็นภาพที่หาดูได้ยากในชีวิตประจำวัน จะพาแฟนมาถ่ายรูปก็เลิศ หรือมาดูนกอพยพต่างถิ่นก็เยี่ยม

ที่ตั้ง : ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

เปิด-ปิดเวลา : ทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/owijiZfiQCbqdQpJ9

30. สวนป่าพุทธอุทยาน – พระพุทธเมตตาประชาไทยฯ

ภายในเป็นพื้นที่สีเขียว เนื้อที่กว่า 170 ไร่ ตกแต่งจนมีภูมิทัศน์สวยงาม โดยพรรณไม้ที่คัดมาปลูกล้วนเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ ตรงใจกลางอุทยานเป็นที่ตั้งของพระพุทธเมตตาประชาไทยฯ พระพุทธรูปศิลปะคันธาระ ปางขอฝน ความสูง 32 เมตร

ที่ตั้ง : ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 06.00 – 19.00 น. ทุกวัน

โทร. 03-451-0993

พิกัด : https://goo.gl/maps/9zMuu24CWZdDo7W9A

31. ทุ่งโปร่งทอง

แหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศน์ป่าชายเลนขนาดใหญ่ มีสะพานไม้ทอดเข้าไปเป็นทางเดินระยะกว่า 2 กิโลเมตร ไฮไลต์คือทุ่งต้นโปร่งใบสีเขียวอ่อนที่ขึ้นหนาแน่นอยู่เต็มพื้นที่ เมื่อแดดสาดต้องจะสะท้อนเป็นสีทองดูสวยงามสุดหูสุดตา แน่ละว่ากิจกรรมที่ทุกคนไม่พลาดเมื่อมาเยือน คือการคว้ากล้องออกมาแชะภาพ ทั้งร่มรื่น สวยงาม และไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เลย

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำกระแส อ.แกลง จ.ระยอง

เปิด-ปิดเวลา : 06.00–18.00 ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/wspHnGBiBLuNoWtS8

32. น้ำตกเขาสอยดาว

ที่นี่เป็นน้ำตกขนาด 16 ชั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นได้เองจนถึงชั้นที่ 9 ข้อควรรู้ คือ ป่านี้มีทากชุกชุม ฉะนั้นจึงควรเตรียมเครื่องป้องกันให้เรียบร้อย และปฏิบัติตามกฎของอุทยานฯ เรื่องเวลาขึ้น-ลง อย่างเคร่งครัด เพราะช้างป่าก็ชุกชุมเช่นกัน (ควรลงไม่เกิน 15.30 น.)

สำหรับเวลาในการพิชิตอยู่ที่ 1 ชั่วโมง 30 นาที กับระยะทาง 1.8 กม. หนทางค่อนข้างทุลักทุเล เป็นทางไต่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงนี้จะยากเป็นพิเศษเพราะดินลื่น หินลื่น ต้องระวังก้นจ้ำเบ้ากันให้ดี ส่วนที่เป็นไฮไลท์ คือ น้ำตกชั้นที่ 6 ผานางลื่น และชั้นที่ 9 วังพญางิ้วดำ “ที่-สุด-เลย-เว้ย-แก” คือ 5 คำ ที่ผมมอบให้แก่ที่นี่

ที่ตั้ง : ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 08.30-16.30 น. ทุกวัน

โทร. 08-1384-5164

พิกัด : https://goo.gl/maps/qetF8tSuyxFZNBXP6

33. จุดชมวิวเขาพระตำหนัก

“จุดชมวิวเขาพระตำหนัก” ตั้งอยู่ในเขตเขาพระตำหนัก หรือเขาพระบาท ลักษณะเป็นภูเขาเตี้ย ๆ คั่นระหว่างชายหาดพัทยาใต้กับหาดจอมเทียน แต่ก็สูงพอที่จะเห็นวิวสวย ๆ ของเมืองพัทยาแบบสุดหูสุดตาได้ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ ซึ่งผู้คนนิยมมากราบไหว้กันมาก มีที่จอดรถให้บริการสะดวกสบาย

ที่ตั้ง : เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 07.00 – 22.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/4akLCKCbsTUSYAim6

34. ล่องเรือกอนโดล่า สลักเพชร เกาะช้าง

กิจกรรมล่องเรือกอนโดล่า เมืองไทยที่เราเรียกกันเก๋ๆ แบบนี้ จริงๆ แล้วคือ การล่องเรือมาดของชุมชนนำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก “เรือมาด” นี้เป็นเรือที่ชมรมนำเที่ยวฯ ได้ต่อขึ้นใหม่ โดยใช้แม่แบบเป็นเรือมาดพื้นบ้านดั้งเดิมแล้วมาประยุกต์เพื่อการท่องเที่ยว

เป็นเรือมาดแจวหลักคู่ นั่งได้ 4 คน มีเก้าอี้พนักพิงให้นั่ง 2 ข้าง มีโต๊ะอยู่ตรงกลาง พร้อมร่มสีขาว ถึงขนาดที่ใครและใครหลายคนยกให้นี่เป็น “เรือกอนโดลา” แห่งเกาะช้างเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด

พิกัด : https://goo.gl/maps/rkPqdxcmwo3jeWxu6

35. ละลุ

ปราการธรรมชาติที่เกิดจากการถูกน้ำฝนและลมกัดกร่อนจนมีรูปทรงแปลกตา คล้ายถูกปั้นด้วยมือของประติมากร กระจายอยู่บนพื้นที่กว้างกว่า 3,200 ตารางกิโลเมตร ถ้าอยากเข้าชมจะต้องไปติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวละลุ โดยเขาจะมีรถอีแต๊กพาเข้าไป 1 คัน นั่งได้ 6-8 คน หรือใครที่ประสงค์อยากพักค้างคืนที่นี่ก็มีโฮมสเตย์ไว้บริการ พร้อมอาหาร 2 มื้อ หรือถ้าอยากจัดทริปถ่ายดาว-ล่าช้างเผือก ก็รับรองได้ว่าละลุจะไม่ทำให้สายลุยอย่างคุณผิดหวัง

ที่ตั้ง : ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว

พิกัด : https://goo.gl/maps/4LpMWtH5atJTbzvd7

โทร. 06-5457-7801

36. สะพานรักษ์แสม

แหล่งทางเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีสะพานแขวนเป็นทางเดินไม้เชื่อมต่อโลกภายนอกกับป่าชายเลนเป็นจุดเด่น ที่นี่ธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ มีต้นโกงกางขึ้นหนาแน่น ทั้งยังเป็นบ้านพักของปูแสมที่สามารถมองเห็นได้อย่างง่ายดาย แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย เพราะแสงกำลังดี ทำให้ถ่ายรูปสวย ที่นี่มีที่จอดรถบริเวณด้วยนะ ขับตาม GPS มาได้เลย

ที่ตั้ง : ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง

เปิด-ปิดเวลา : 07.00–18.00 ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/GYCPFae1yY5Sn1Ts5

37. บ้านท่าระแนะ ลานไม้ตะบูนดึกดำบรรพ์

บ้านท่าระแนะ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีผืนป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าชายเลนผืนใหญ่ แต่ละต้นมีขนาดใหญ่มาก เป็นแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ชาวบ้านได้อาศัยผืนป่าแห่งนี้ทำมาหากิน จับปู ปลา กุ้ง หอย จนกลายอัศจรรย์ป่าชายเลน 1 ใน สถานที่ท่องเที่ยว Unseen แห่งจังหวัดตราด

ความมหัศจรรย์อยู่ตรงที่การนั่งเรือไปลานตะบูน 10 นาที เราจะผ่านช่วงป่าในคลองถึง 3 ป่า คือ ป่าโกงกาง ป่าจากและป่าตะบูน ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเราได้เข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์

ที่ตั้ง : ต.หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด

พิกัด : https://goo.gl/maps/GSqdwGiZpe3JDUhu7

38. อ่างเก็บน้ำห้วยตาโบ

ใครอยากไปปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน แต่ติดขัดเรื่องการเดินทาง หรือมีเวลาหยุดน้อย เราแนะนำที่นี่เลยจ้า เหมือนยังกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันยังไงอย่างงั้น ฟิลลิ่งเดียวกันเป๊ะ ขาดก็แต่ต้นสนกับหงส์คู่เท่านั้นละแกเอ้ย

ที่ตั้ง : ต.อ่างคีรี อ.มะขาม จ.จันทบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 06.00-18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/dqNbFhgxbmDPDbwH6

39. หาดนางรำ – นางรอง

นับเป็นหาดยอดฮิตของ อ.สัตหีบ ก็ว่าได้ ตั้งอยู่ในเขตการดูแลของกองทัพเรือ หน้าหาดยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นหาดพี่น้องเชื่อมต่อกัน และมีทิวต้นสนให้ความร่มรื่นเป็นที่หลบแดด ในช่วงหน้าร้อนน้ำทะเลจะสวยมาก มองเห็นเป็นสีฟ้าไล่ระดับกันไป ตัดกับผืนทรายสีขาวละเอียดยังกับทะเลใต้ยังไงอย่างนั้น แค่ได้นั่งมองก็ชิลล์แล้ว

ที่ตั้ง : ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 06.00 – 18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/ZG64xoivu4zuiQSZ7

40. ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง – ถ้ำหาดทรายแก้ว

ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง มีทั้งหมด 5 ห้อง ความยาว 160 เมตร ห้องแรกชื่อว่าประตูสู่ถ้ำเพชร ห้องสองเขียวมรกต ห้องสามคือห้องโถงอุโมงค์ใหญ่ ห้องสี่ชื่อห้องมุขประดับเพชร และสุดท้ายห้องชุมนุมเทวดา โดยถ้ำดังกล่าวมีทางเชื่อมต่อกับถ้ำหาดทรายแก้วจึงได้ชื่อว่าเป็นถ้ำ 2 พี่น้อง ส่วนความพิเศษ คือ ภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อย และผนังถ้ำบางส่วนเป็นสีเขียวมรกตเนื่องจากถูกโปรยละอองฝนจนเกิดตะไคร่น้ำขึ้นจับ

นอกจากนี้ที่ถ้ำเพชรโพธิ์ทองและถ้ำหาดทรายแก้ว ยังมีกิจกรรมโรยตัวจากหน้าผาด้วยกัน 3 จุด ราคา 300 บาท ต่อคนต่อ 1 หน้าผา สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อพี่ต้น ณรงค์ ศรีคุณ มัคคุเทศก์ประจำท้องถิ่น โทร. 08-8529-9895

ที่ตั้ง : ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว

เปิด-ปิดเวลา : 08.00-17.30 น. ทุกวัน เวลา

โทร. 08-8529-9895

พิกัด : https://goo.gl/maps/hZoEmrw9wnDDjxzx9

41. ภูเขาหญ้า จ.ระนอง

ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้านหรือเขาผี เป็นภูเขาที่ไม่มีไม้ใหญ่ขึ้น ในแต่ละฤดูจะได้บรรยากาศที่สวยงามแตกต่างกันไป ในฤดูฝนมีหญ้าสีเขียวขึ้นปกคลุมแนวเขาที่ทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ บางครั้งจึงเรียกว่า ภูเขาหญ้า ส่วนในฤดูหนาวและฤดูร้อนจะได้บรรยากาศหญ้าแห้งสีน้ำตาลก็ให้ความรู้สึกไปอีกแบบ ที่ราบเชิงเขามีทางเดินเท้าสำหรับนักท่องเที่ยวขึ้นสู่บนสันเขาเพื่อชมทิวทัศน์โดยรอบแบบ 360 องศา

ที่ตั้ง : ต.หงาว อ.เมือง จ.ระนอง

พิกัด : https://goo.gl/maps/jUMGQEVqwGEUqdbg9

42. เกาะนางยวน จ.สุราษฎร์ธานี

เป็นเกาะที่มีเกาะเล็กๆ 3 เกาะเชื่อมกัน บรรยากาศเงียบสงบ สามารถเห็นหาดทรายเชื่อมกันเวลาที่น้ำลงเป็นเกาะที่มีหาดทรายเนื้อละเอียดขาว น้ำทะเลใสเหมาะสำหรับผู้ที่นิยมความสงบเป็นเกาะที่มีปะการังน้ำตื้นและน้ำลึกที่ยังสมบูรณ์และสวยงามที่นักนิยมการดำน้ำมักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนอยู่เสมอ

บนเกาะยังมีจุดชมทัศนียภาพที่สามารถจะมองหาดทรายสามหาดเชื่อมต่อกันได้อย่างสวยงามและมีที่พักเอกชนที่ปลูกอยู่ตามไหล่เขาที่สามารถมองเห็นความงามของท้องทะเลได้อยู่หนึ่งแห่ง

ที่ตั้ง : อ.เกาะสมุย .สุราษฎร์ธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/j9B3wfHSECQQUx9A8

43. คลองสังเน่ห์

สายน้ำเล็กๆ ที่ตัดผ่านผืนป่าอุดมสมบูรณ์ และหลายหลากด้วยพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ จนได้ฉายาว่า LittleAmazon ที่นี่ตั้งอยู่ ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า นักท่องเที่ยวจะได้ล่องเรือชมธรรมชาติ ที่รายล้อมด้วยอุโมงค์ต้นไทรขนาดใหญ่ ต้นตีนเป็ด และต้นจาก โดยมีไฮไลท์สุดเสียว คือ การชมงูสารพัดชนิด เช่น งูปล้องทอง งูเขียว และงูเหลือม ที่นอนหลับพาดตัวอยู่บนกิ่งไม้เหนือศรีษะของเรา นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นแหล่งอาศัยของนกเงือกฝูงใหญ่ ซึ่งเป็นสัตว์สงวนหายาก

ที่ตั้ง : ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

พิกัด : https://goo.gl/maps/KADAwy37JFy

44. ปราสาทหินพันยอด

ปราสาทหินพันยอด ชายหาดและน้ำทะเลสีเขียวมรกตที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหินหน้าตาประหลาดมองดูคล้ายปราสาทที่มียอดแหลมนับพันแห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านบ่อเจ็ดลูก ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา จังหวัดสตูล เกิดจากการยกตัวของเปลือกโลกมากว่าหลายร้อยล้านปีทำให้หินมีรูปร่างแปลกตา

การมาเที่ยวที่นี่ต้องพายเรือคายัคลอดผ่านช่องแคบเข้าไปจะพบกับความอลังการของหินทรงปราสาทแห่งนี้ นอกจากปราสาทหินพันยอด เกาะเขาใหญ่แล้ว ทางชุมชนบ้านบ่อเจ็ดลูกยังมีบริการนำเที่ยวเส้นทางพายเรือคายัคชมสันหลังมังกรตัวเล็กหรือทะเลแหวก ที่อยู่ไม่ไกลจากชายหาดบ้านบ่อเจ็ดลูกด้วยนะ

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล

พิกัด : https://goo.gl/maps/8uosF5tuFTZWMtgR8

45. พายคายัคชมถ้ำผีหัวโต

ถ้ำผีหัวโตเป็นถ้ำหินปูน การจะเข้าถึงได้ต้องพายเรือคายักเข้าไปประมาณ 15-20 นาที ลักษณะถ้ำเป็นโพรงใหญ่มีแสงสว่างส่องลอดเข้ามาได้ ภายในมีภาพเขียนสีอายุก่อนสมัยประวัติศาสตร์ เขียนเป็นรูปคนและสัตว์ เช่น จระเข้ ฝ่ามือ นก ฯลฯ นอกจากนี้บนพื้นถ้ำยังมีเปลือกหอยทับถมอยู่จำนวนมาก สันนิษฐานว่าที่นี่เคยจมอยู่ใต้ทะเลมาก่อน

เพื่อน ๆ สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่ บริษัท โชคธารา โทร. 08 1273 9762 และ บริษัทบ่อท่อซีแคนู โทร. 09 0485 9273 ราคาอยู่ที่ 300-500 บาท

ที่ตั้ง : ต.เขาทอง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ (ลงเรือที่ท่าเรือบ่อท่อ)

พิกัด : https://goo.gl/maps/QgqJvBJTfTcUh7aEA

46. เกาะพระทอง

เกาะพระทอง เกิดจากการทับถมของซากปะการังรูปทรงแบนราบ และเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดของ จ.พังงา การเดินทางต้องไปขึ้นเรือสปีดโบ๊ทที่ท่าเรือ อ.คุระบุรี ระยะทางจากชายฝั่งประมาณ 2 กม. ใช้เวลา 20-25 นาที โดยเรือจะจอดส่งที่บ้านท่าแป๊ะโย้ย ด้านฝั่งตะวันตกของเกาะ สำหรับไฮไลต์ของเกาะพระทองจะมีอยู่ด้วยกัน 2 จุด คือ ทุ่งเสม็ดขาว และทุ่งหญ้าสะวันนา

ที่ตั้ง : ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา

พิกัด : https://goo.gl/maps/HHhVevKRha449GmH6

47. ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด

แหล่งท่องเที่ยวสุด Unseen ที่ค่อย ๆ เผยตัวให้โลกรู้จัก เสน่ห์คือความชุ่มฉ่ำของผืนป่าและสระน้ำที่ใสสะอาดเป็นสีฟ้าคราม น่าลงแช่น้ำที่สุดเลยเว้ยแก สำหรับระเบียบการเที่ยวชมป่าต้นน้ำ ห้ามนำอาหาร เครื่องดื่ม สบู่ ยาสระผม กระดาษชำระ ภาชนะบรรจุของ และสัตว์เลี้ยงเข้าไปเด็ดขาด และมีค่าบำรุงพื้นที่ คนไทย ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท

ที่ตั้ง : ต.บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น.

โทร. 0-7720-5206

พิกัด : https://goo.gl/maps/mds5sMQpBs8Fht5DA

48. เกาะลังกาจิว & เกาะกุลา 

เกาะลังกาจิว ตั้งอยู่ในท้องทะเลฝั่งอ่าวไทย ในพื้นที่ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ได้รับสัมปทานรังนกจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร แต่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมได้ บริเวณรอบ ๆ ของเกาะลังกาจิวจะมีแนวปะการังหนาแน่นและสวยงามมาก น้ำทะเลสวยใส จึงสามารถมองเห็นแนวปะการังได้จากบริเวณชายหาด หาดทรายก็ขาวสะอาดตา บรรยากาศเงียบสงบ

นอกจากนี้ยังมีลายพระหัตถ์จารึกพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สลักอยู่บนผาหินหน้าปากถ้ำรังนก คราวเสด็จประพาสทอดพระเนตรการเก็บรังนกอีแอ่น ปรากฏปี ร.ศ. 108 นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวได้แบบวันเดย์ทริปจากเมืองชุมพร

ส่วนใครที่อยากจะไปกางเต็นท์นอนชิลล์ๆ ที่เกาะ แนะนำว่าให้ลองไปแคมป์ปิ้งที่เกาะกุลาดูนะครับ ได้เสน่ห์ไปอีกแบบ

ที่ตั้ง : ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร

พิกัด : https://goo.gl/maps/U9WC5FCjSEw1DP1QA

49. คลองสก แบมบูราฟ

ที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งของประเทศที่คนไทยไม่ค่อยรู้จักแต่ฝรั่งมากันเยอะมาก ไฮไลท์คือการสวมมง (หมวกหวาย) และล่องแพไม้ไผ่เริ่ด ๆ เหมือนนางพญาไปตามลำคลองสกที่ตัดผ่านผืนป่า ชมวิวเขาหินปูนรูปทรงแปลกตา พร้อมจีบนิ้วจิบชา กาแฟ ดื่มด่ำบรรยากาศ โอ้ย…ดีงามเป็นบ้า กิจกรรมนี้ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษ แต่เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอว่ามะ

ที่ตั้ง : ต.คลองศก อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/ZcegmqkdwULftwzN6

โทร. 09-8695-8928

50. เขามัทรี จ.ชุมพร

จุดชมวิวเขามัทรี อยู่บนเส้นทาง ชุมพร-ปากน้ำ-หาดทราย ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจุดชมวิวทิวทัศน์ ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ของชุมพร สามารถชมวิวทิวทัศน์ ได้ 360 องศา สามารถมองเห็นชุมชนปากน้ำชุมพรและชายหาดของทะเลชุมพร โดยเฉพาะใน ยามเย็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์งดงามมาก ซึ่งบริเวณจุดชมวิวมีร้านกาแฟพร้อมระเบียงชมวิวให้ได้ชมทัศนียภาพอีกด้วย

ข้างบนจุดชมวิวมีห้องน้ำให้บริการ และลานจอดรถซึ่งจอดได้ไม่มากนักด้านบนจุดชมวิวเขามัทรี มีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปางมหาราชลีลาลักษณะคล้ายกับท่านั่งขององค์จตุคามรามเทพมองออก ไปที่ชายทะเลชุมพรด้านขวาเป็นหาดภราดรภาพ มองจากบนเขาเห็นชุมชนปากน้ำชุมพรและชายหาดปากน้ำชุมพรเป็นชุมชนขนาดใหญ่ดูสวยงามไปอีกแบบ

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร

พิกัด : https://goo.gl/maps/VQ32ViGv85QRHPXP7