100 ที่เที่ยวเด็ด วันธรรมดา ต้องไปสักครั้ง

ครั้งนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวกันให้ครบทั้ง 4 ภาค ในคลิกเดียว กับ “100 ที่เที่ยวเด็ด วันธรรมดา” ที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง ตอบโจทย์เอาใจทั้งคนรักเขา รักทะเล สายบุญก็มี พิพิธภัณฑ์เด่น ๆ ก็มา แชร์เก็บไว้วางแพลนแล้วหาเวลาดี ๆ วันธรรมดา ชวนเพื่อนชวนแฟนสะพานกระเป๋าออกไปเที่ยวกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ตะลุยไปด้วยกันเลย

1. ปางอุ๋ง

“ปางอุ๋ง” หรือที่มีชื่อเต็มว่า “โครงการพระราชดำริปางตอง2”  สถานที่ท่องเที่ยวในดวงใจของใครหลายๆคน รวมถึงผมด้วย เป็นที่เที่ยวที่สวยงามเสียจนได้ชื่อว่า “สวิสเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทยเลยทีเดียว

ภูมิประเทศของที่นี่เต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีอ่างเก็บน้ำอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบไปด้วยป่าสนสองใบ สนสามใบและดอกไม้เมืองหนาว  ช่วงเช้าๆ จะเห็นหมอกหนาลอยอยู่เรี่ยผืนน้ำ เป็นที่มาของชื่อปางอุ๋งนั่นเอง มีหงส์ขาวและหงส์ดำที่ว่ายน้ำเล่นไปมาเป็นฉากหลัง อากาศหนาวเย็น บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ ไปเลย

ด้วยความสวยงามและโรแมนติก จึงทำให้ที่นี่ เป็นสถานที่กางเต็นท์ยอดนิยม หรือใครที่ไม่ชอบนอนเต็นท์ บริเวณโดยรอบก็มีโฮมสเตย์และรีสอร์ทของชาวบ้านในพื้นที่ให้บริการอยู่หลายแห่ง

เส้นทางขึ้นปางอุ๋งสูงชันและแคบ ต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง

ที่ตั้ง : ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

พิกัด : https://goo.gl/maps/bdCGa2cAgm97AWtk6

2. ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาบ้านจ่าโบ่

ที่นี่บรรยากาศโคตรฟิน แนะนำว่าต้องมาโดน ไฮไลท์เด็ด คือ การมานั่งห้อยขาเสียว ๆ กินก๋วยเตี๋ยวยามเช้า ชมวิวทะเลหมอกสุดอลัง ได้ยินแบบนี้แล้วจะพลาดได้ยังไง นอกจากนี้ใกล้ ๆ กันยังมีโฮมสเตย์ของชาวลาหู่ให้บริการอีกด้วย ดีงามสุด ๆ

ที่ตั้ง : ต.ปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

เปิด-ปิดเวลา : 07.00-16.00 น. หยุดวันอังคาร

พิกัด : https://goo.gl/maps/kzjaY8zqgLPArgfk6

3. ทุ่งดอกไฮเดนเยีย ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ

จากตัวเมืองเชียงใหม่ 113 กม. บนเนื้อที่กว่า 200 ไร่ ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ เพื่อน ๆ จะได้พบกับทุ่งดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าม่วงสลับขาวกำลังบานสะพรั่ง ซึ่งสามารถชมความสวยงามได้ตั้งแต่เดือน พ.ย. – ก.พ. ของทุกปี ค่าเข้าชมไม่แพงแค่คนละ 30 บาท และต้องโดยสารรถโฟวิลชาวบ้านเข้าไปที่ทุ่งดอกไฮเดนเยียเท่านั้น ราคาคันละ 500 บาท นั่งได้ครั้งละ 8 คน

ที่ตั้ง : ต.บ้านแปะ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

โทร. 09-8008-8441

พิกัด : https://goo.gl/maps/WeZAmEcZiPTVBuYu9

4. ภูสอยดาว

ภูสอยดาว ตั้งอยู่ในเขตของอทุยานแห่งชาติภูสอยดาว โดยยอดสูงสุดของภูสอยดาว มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,102 เมตร ซึ่งถือเป็นยอดดอยที่สูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของทุ่งดอกหงอนนาค ที่มีสีม่วงสวยงาม มีเสน่ห์ ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณในทุกช่วงฤดูฝน ราว ๆ เดือนสิงหาคม–กันยายน ของทุกปี   เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งน้ำค้างเที่ยงวัน เพราะเป็นสถานที่ที่มีหมอกปกคลุมอยู่เกือบตลอดทั้งวัน

สำหรับเส้นทางพิชิตลานสน ภูสอยดาว นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าขึ้นเขาลาดชัน และผ่านเนินวัดใจทั้งหมด 5 เนิน คือ เนินส่งญาติ, เนินปราบเซียน, เนินป่าก่อ, เนินเสือโคร่ง และเนินมรณะ ซึ่งถือเป็นเนินสุดท้าย ที่ลาดชันที่สุด จนแทบจะต้องใช้สี่ขา คลานอย่างเดียว รวมระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 4 – 6 ชั่วโมง โดยรวมแล้วถือว่าไม่ได้ยากมากครับ เหมาะสำหรับนักเดินป่ามือใหม่ (ที่สุขภาพแข็งแรง)

ถ้าใครอยากดูทะเลหมอก ให้มาที่ภูสอยดาวได้เลย รับรองว่าไม่ผิดหวัง

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ต.ห้วยมุ่น อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์

พิกัด : https://goo.gl/maps/CDewSzq9GCKttgdY9

5. ดอยสกาด

ชื่อนี้อาจยังไม่คุ้นหูนักเดินทาง แต่เชื่อว่าอีกไม่นานนัก ‘ดอยสกาด’ จะเป็นที่เที่ยวที่มีคนพลุกพล่าน ติดลมบนอย่างแน่นอน ด้วยการเดินทางที่แสนสะดวก สามารถขับรถขึ้นมาได้เองจนถึงบนดอย ซึ่งข้างบนเป็นชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น มองเห็นจั่วหลังคาบนทิวเขาได้ตั้งแต่ไกล ๆ

จากการสอบถามไกด์ท้องถิ่นได้ความว่า ชุมชนแห่งนี้ประกอบไปด้วยคนเมืองและชาวลัวะ ทำไร่ชา สวนผลไม้ คือ ลิ้นจี่ และอะโวคาโด เป็นอาชีพหลัก ส่วนกาแฟปัจจุบันยังค่อนข้างมีน้อย จัดอยู่ในช่วงบุกเบิก โดยพันธุ์ที่ปลูกเป็นพันธุ์อาราบิกา ปลูกบนความสูงกว่า 1,200 เมตร

สำหรับกิจกรรมบน ‘ดอยสกาด’ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศชุมชนได้ คนที่นี่เขายิ้มแย้มเป็นมิตรดี ขอถ่ายรูปได้ไม่เขินกล้อง แต่ถ้าอยากขึ้นไปชมไร่กาแฟ อันนี้ให้แจ้งทางโฮมสเตย์ได้เลย มีค่าใช้จ่ายเป็นค่ารถโฟร์วิลเพิ่มเติม บนไร่กาแฟบรรยากาศดีสามารถมองเห็น ‘ดอยภูคา’ ได้อย่างชัดเจน

ที่ตั้ง : ต.สกาด อ.ปัว จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/DP5XtG7iDHrwabJu9

ติดต่อเที่ยวดอยสกาด : โทร. 08-3084-6411 (พี่ชัยยินดิ์)

Facebook : Skaddee homestay สกาดดีโฮมสเตย์ https://bit.ly/2ZCsLX6

6. น้ำตกคลองลาน

ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติคลองลาน เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ไหลลงจากหน้าผาสูง 100 เมตร ด้านล่างมีลำธารและแอ่งน้ำลงไปแช่น้ำได้สบายเลยล่ะ แนะนำให้มาช่วงเดือนสิงหาคม–ตุลาคม จะเป็นช่วงที่น้ำตกสวยงามที่สุด

ค่าเข้าอุทยาน ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

ตั้งอยู่ : ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร

เปิด : 08.00-18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/d5Bzia1fwDZ68hSaA

7. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือชื่อที่เรียกกันทั่วไปว่า “วัดใหญ่” ตั้งอยู่ที่ ถนนพุทธบูชา ริมฝั่งแม่น้ำน่านด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เป็นพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในฐานะสถานที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นวัดที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย มีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และประติมากรรมที่งดงามยิ่ง ถือได้ว่าเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของเมืองพิษณุโลก

เป็นเสมือนแลนด์มาร์คของเมือง “สองแคว” ที่ไม่ว่าใครที่มาเที่ยวที่นี่ ก็ต้องแวะมากราบไหว้สักการะขอพรกันทุกครั้งไป

ที่ตั้ง : ถ.พุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

พิกัด : https://goo.gl/maps/XnnJALF4gexDwrJSA

8. ภูทับเบิก

ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล จ. เพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีภูมิประเทศงดงาม เต็มไปด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีทะเลหมอกและกลุ่มเมฆตัดกับยอดภูสีเขียว มีไร่กะหล่ำปลีที่ปลูกลดหลั่นไปตามไหล่เขา เป็นที่ตั้งของ เครื่องวัดอุณหภูมิที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง ที่มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ นั่นคือ เขาค้อ และ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นต้น

ชาวบ้านที่ภูทับเบิก เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง หรือแม้ว ที่อพยพย้ายถิ่นฐานลงมาจากทางภาคเหนือ และได้ใช้พื้นที่ในบริเวณนี้ปลูกฝิ่น ซึ่งเป็นยาเสพติด ในปี พ.ศ. 2510 ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ได้ชักชวนให้ชาวเขาเหล่านี้เข้าร่วมต่อต้าน รัฐบาล แต่เมื่อรัฐบาลมีการเข้าปราบปราม และกวาดล้างผกค. ชาวบ้านจึงได้เข้ามอบตัวกับทางการ ทางการจึงได้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ขึ้น ในปี พ.ศ. 2525  โดยหวังให้ชาวบ้านในพื้นที่เลิกปลูกฝิ่น และหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทน และต่อมาได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในที่สุด

ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามและอลังการอีกแห่งหนึ่ง ทั้งหน้าที่พักและบริเเวณจุดชมวิวสูงสุดซึ่งเป็นหอวัดอุณหภูมิ โดยเฉพาะหากมาในช่วงหน้าฝนประมาณ เดือนมิ.ย.- ต.ค.มักจะ พบเห็นทะเลหมอกได้ง่ายกว่าหน้าหนาว

ที่ตั้ง : ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

พิกัด : https://goo.gl/maps/9pi92cgUvCjA9qDS9

9. หมู่บ้านแม่กำปอง

เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก อยู่บนเนินเขาท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นไม้ ลำธาร และน้ำตกอยู่ในตัวหมู่บ้าน แถมอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ในหมู่บ้านนี้มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และโฮมสเตย์ จะมาเที่ยววันเดียว หรือมาพักที่โฮมสเตย์สักคืนก็ได้ บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติริมธารน้ำ เงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนมาก ๆ

ที่ตั้ง : ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

พิกัด : https://goo.gl/maps/faSpfmuwUgjVnavW8

10. พาสาน (อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา)

พาสาน อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของปากน้ำโพ ตั้งอยู่บริเวณแหลมเกาะยม จุดที่แม่น้ำใหญ่สองสายมาบรรจบกัน นั่นคือแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา  ชื่อ “พาสาน” มีที่มาจากคำว่า “ผสาน” คือ การรวมกัน แต่ “พาสาน” คือ การพาคนเข้าไปสานให้เกิดการผสมผสานกันระหว่าง คน สถานที่ และสภาพแวดล้อมนั่นเอง

ตอนนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้แล้ว สามารถเตรียมชุดเก๋ๆ ไปถ่ายรูปเช็คอินกันได้ รถยนต์สามารถเข้าถึง หรือจะจอดรถไว้ที่ฝั่งศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ เจ้าแม่ทับทิม หรือฝั่งตลาด ก็สามารถขึ้นเรือข้ามฟาก ข้ามมาที่พาสานได้ ค่าบริการไปกลับ คนละ 20 บาทเท่านั้นเอง

ที่ตั้ง : แหลมเกาะยม อ.เมือง จ.นครสวรรค์

พิกัด : https://goo.gl/maps/dhoLBxW88XW4mv4k6

11. บ้านรักไทย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของแม่ฮ่องสอน ที่ใครๆ หลายคนใฝ่ฝัน ว่าจะเดินทางมาพักผ่อนในโฮมสเตย์ในไร่ชาของบ้านรักไทยที่นี่ให้ได้ ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานอพยพ โดยเป็นอดีตทหารจีนคณะชาติ กองพล 93ก๊กมินตั๋งที่อพยพหนีภัยสงครามเข้ามาอยู่ในเมืองไทยและได้พำนักอยู่ที่นี่เป็นการถาวร

โดยที่นี่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล กว่า 1,776 เมตร เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกชาพันธุ์ดีและพืชเมืองหนาว ทิวทัศน์ของ หมู่บ้านโอบล้อมไปด้วยทิวเขาสูงสลับซับซ้อน ทำให้อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีทะเลสาบกลางหมู่บ้าน บ้านเรือนที่ปลูกก็เป็นแบบจีน ดูสวยงามแปลกตา มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ เพียบ ทั้งไร่ชา กำแพงเมืองจีนจำลอง หรือจะนึกสนุกใส่ชุดจีนโบราณถ่ายรูปชิคๆ ก็ดูน่าสนุกไปอีกแบบ

ที่ตั้ง : ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

พิกัด : https://goo.gl/maps/7yFzJF8rakoDh4TL6

12. ดอยสวนยาหลวง

บ้านสันเจริญเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเมี่ยนหรือเผ่าเย้า แต่เดิมมีอาชีพปลูกฝิ่น บริเวณแถบนี้จึงมีชื่อเรียกในภาษาถิ่นว่า ‘ตมอินเด่’ ที่แปลว่า พื้นที่ปลูกฝิ่นอันกว้างใหญ่ไพศาล ก่อนจะหันมาปลูกกาแฟพันธุ์อราบิกาครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,500 ไร่ บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,100 – 1,600 เมตร ที่นี่จึงเป็นสวรรค์ของรักกาแฟอีกแห่งของจังหวัดน่าน

โดยไฮไลต์สำหรับของการเที่ยวดอยสวนยาหลวงก็คือ การนั่งรถโฟร์วิลขึ้นไปชมวิวแบบ 360 องศาแบบยอดดอย และจิบกาแฟดูแสงแรกของวัน รับรองว่าด้วยบรรกาศและกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟจะทำให้เพื่อน ๆ หลงรักที่นี่ได้อย่างง่ายดาย

ที่ตั้ง : บ้านสันเจริญ อ.ท่าวังผา จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/cTU6TFXVG4vQHLwG9

ต่อติดเที่ยวดอยสวนยาหลวง : โทร. 086 390 7737 (พี่กริช)

Fackbook : ท่องเที่ยวดอยสวนยาหลวง บ้านสันเจริญ https://bit.ly/32oBEWg

13. บ้านเพราะช้าง

“บ้านเพราะช้าง” ตั้งอยู่ติดกับชายแดนพม่า มีเพียงแม่น้ำเมยที่กั้นเอาไว้ ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวปกาเกอะญอ ที่มีอาชีพเลี้ยงช้าง และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์เลี้ยงช้างด้วยตัวเอง

ความพิเศษของที่นี่คือ การให้ช้างได้อยู่ในสภาวะที่เหมือนกับธรรมชาติจริงๆ จะไม่มีการขึ้นขี่หลังช้างใดๆ ทั้งสิ้น เลี้ยงเหมือนเพื่อน เหมือนญาติสนิทในครอบครัวเลย แถมเป็นการส่งเสริมให้ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้ โดยที่ไม่ต้องนำช้างออกไปเร่ร่อนหากินนอกพื้นที่

กิจกรรมของที่นี่มีหลายรูปแบบ และหลายแพคเกจ ทั้งการทำวิตามินช้าง พอกโคลนสปาให้กับช้าง ปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารให้กับช้าง และอาบน้ำให้ช้าง โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ช้างที่นี่เชื่องมากๆ เชื่อฟังคำสั่งของควาญช้างเป็นอย่างดี ออกแนวจะขี้เล่นและซนเสียด้วยซ้ำ

บอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกรูปแบบหนึ่งครับ สนุกมากๆ อยากให้ทุกคนลองไปสัมผัส

ที่ตั้ง : บ้านยะพอ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก

พิกัด : https://goo.gl/maps/LhSHhmSTtXaKEhre6

โทร. 09 4605 8492

14. บ้านห้วยปูแกง กระเหรี่ยงคอยาว

ชาวกะเหรี่ยงที่นี่อพยพมาจากรัฐกะยา ประเทศพม่า ตั้งหมู่บ้านมาได้ 30 กว่าปีแล้ว ที่นี่เราจะได้ชมวิถีความเป็นอยู่ของพวกเขาที่ยังคงสวมห่วงคอทองเหลือง และแต่งกายแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นภาพที่หาชมได้ยาก ยังไงก่อนกลับก็อย่าลืมอุดหนุนงานฝีมือของพี่ ๆ เขาด้วยล่ะ

ที่ตั้ง : ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

พิกัด : https://goo.gl/maps/4GzFXM67AUJngdaq6

15. บ้านข้างวัด

คอมมูนิตี้มอลล์ที่เต็มไปด้วยมุมศิลปะและงานแฮนด์เมดน่ารัก ภายในมีลานกิจกรรมรูปไข่ ปูด้วยหญ้าเป็นขั้นบันไดสำหรับนั่งเล่นนั่งชิลล์ รอบด้านสร้างเป็นบ้านกึ่งปูนกึ่งไม้ ซึ่งเป็นทั้งร้านจำหน่ายสินค้าแฮนด์เมด ของตกแต่งบ้าน ร้านอาหาร ร้านกาแฟ งานไม้ งานเซรามิก สมุดทำมือ เสื้อผ้าพื้นเมือง กล้องฟิล์ม ฯลฯ และยังมีการจัดเวิร์คช็อปกิจกรรมต่าง ๆ เป็นประจำ นอกจากนี้เช้าวันหยุดยังมี Morning Market จำหน่ายอาหาร ผักและผลไม้สดอีกด้วย

ที่ตั้ง : ถ.บ้านร่ำเปิง ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

เปิด-ปิดเวลา : 10.00-18.00 น. หยุดวันจันทร์

โทร. 09-5691-0888

พิกัด : https://goo.gl/maps/cF6NDbucuiBWknHj6

16. กว๊านพะเยา

ปิดท้ายกันที่กว๊านพะเยา จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามไม่แพ้ที่ไหน ๆ เมื่อมองจากฝั่งอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมืองจะเห็นขุนเขาดอยแม่ใจตั้งทะมึนอยู่ฝั่งตรงข้าม ยิ่งสวยบาดใจสุด ๆ และหากมีเวลาเหลือ ๆ เราแนะนำให้ลองนั่งเรือไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนเกาะกลางน้ำ (วัดติโลกอารามเดิม) จะยิ่งได้ฟิวไปอีกแบบ

ที่ตั้ง : ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา

พิกัด : https://goo.gl/maps/46Y5ujkyEevuskkg9

17. วัดพระธาตุหริภุญชัย

สถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดของจังหวัดลำพูน ชนิดที่ที่ว่า ถ้ามาเที่ยวลำพูน แล้วไม่ได้แวะมาสักการะ “พระธาตุหริภุญชัย” เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้วล่ะก็ ถือว่ามาไม่ถึงเมืองลำพูนแห่งนี้เลยทีเดียว

ที่นี่เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี สร้างขึ้นในสมัยของพญาอาทิตยราช พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จามเทวีวงศ์ ราวพุทธศตวรรษที่ 17 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โดยสร้างเป็นเจดีย์ทรงลังกาฐานเหลี่ยม ปิดทองจังโกฐทั้งองค์ งดงามยามที่ต้องแสงอาทิตย์

นอกจากผู้ที่มีจิตศรัทธาจะมาเดินเวียนรอบองค์พระธาตุเพื่อสักการะพระธาตุและเสริมสิริมงคลสำหรับคนที่เกิดในปีระกาแล้วภายในวัดยังมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ให้ชมอีกมากมายทั้งวิหารหลวงซุ้มประตูสุวรรณเจดีย์เป็นต้น

ส่วนใครมองหาของที่ระลึก ของฝากจากเมืองลำพูน แค่ข้ามถนนมาก็ถึงแล้ว เพราะบริเวณตรงข้ามกับวัดวัดพระธาตุหริภุญชัย มีตลาดเล็กๆ ที่มีชื่อว่า “กาดขัวมุง” ให้แวะเข้าไปชิมช้อปใช้อีกด้วย

ที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน

พิกัด : https://goo.gl/maps/R4k3cap2xcKRY7LF8

18. บึงบอระเพ็ด

อุทยานนกน้ำบึงบอระเพ็ด จัดเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย บนเนื้อที่ 132,737 ไร่ ภายในจึงมีพันธุ์พืชน้ำและสัตว์หายากอาศัยอยู่จำนวนมาก โดยระหว่างเดือน พ.ย. – ธ.ค. จะช่วงที่บึงบอเพ็ดเต็มไปด้วยบัวแดง จึงเหมาะกับการนั่งเรือรับลม ชมบัว ชมนกเพลิน ๆ ชิลล์สุด ๆ เลยละ

ที่ตั้ง : ต.พระนอน อ.เมือง จ.นครสวรรค์

พิกัด : https://goo.gl/maps/VvDimGdCbFL2

19. อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (นอกเขตกำแพงเมือง)

อดีตที่นี่เคยเป็นเขตของพระสงฆ์ฝ่ายอรัญญิก มีไฮไลตท์สำคัญ คือ วัดช้างรอบ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สร้างโดยพระมหากษัตริย์ และตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของอุทยานฯ นอกจากนี้ยังมีวัดพระสี่อิริยาบถ หรือ วัดพระยืน ที่ปัจจุบันปรากฏเหลือเพียงซากพระยืนขนาดใหญ่ที่สวยงาม เป็นศิลปะสุโขทัยแบบกำแพงเพชร

ตั้งอยู่ : ต.หนองปลิง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร

พิกัด : https://goo.gl/maps/d5Bzia1fwDZ68hSaA

20. กิ่วฝิ่น

เป็นจุดชมวิวที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,517 เมตร ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน กรมอุทยานแห่งชาติ และอยู่ในเขตรอยต่อระหว่าง จ.ลำปาง และ จ.เชียงใหม่ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ถึง 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน ที่นี่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และในช่วงเดือนธันวาคม – มกราคม จะหนาวเย็นที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่งที่ห้ามพลาด

ที่ตั้ง : ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง

โทร. 0-5438-0000 (อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จ.ลำปาง)

พิกัด : https://goo.gl/maps/7YinZcZ1kHAo4RR6A

21. วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร 

พระธาตุพนม พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ และพระธาตุประจำปีเกิดผู้ที่เกิดปีวอก ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ที่เปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของชาวอีสาน และเป็นพระบรมธาตุที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองทางพุทธศาสนาของนครพนมและภาคอีสานมาแต่ครั้งโบราณกาล เชื่อกันว่าภายในประดิษฐานพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการพระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม 1 ครั้ง ก็ถือ เป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว

ที่ตั้ง : ถ.ชยางกูร ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

เปิด-ปิดเวลา : 06.00-18.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/uNph8exTHRVqdxAv9

22. ปราสาทเมืองต่ำ

สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 เป็นเทวสถานศิลปะขอมในลัทธิไวษณพนิกายเพื่อถวายแด่พระวิษณุ ภายในมีปรางค์ประธานก่อด้วยศิลาแลง ล้อมรอบด้วยระเบียงคดทั้ง 4 ด้าน และมีสระน้ำรูปตัวแอล (L) มีดอกบัวขึ้นเต็มสระล้อมรอบระเบียงคดอีกชั้นหนึ่งเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยรวมนับเป็นปราสาทที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ยังเหลือเค้าความงามให้จินตนาการถึงความรุ่งเรืองในอดีตได้ และไม่ควรพลาดมาเช็กอิน

ที่ตั้ง : ต.จรเข้มาก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์

เปิด-ปิดเวลา : 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://g.page/Muangtam?share

23. วัดสิรินธรรัตนาราม (ภูพร้าว)

วัดสิรินธรวราราม (ภูพร้าว)  หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดเรืองแสง เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง โดยจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์หรือเขาไกรลาศ  บริเวณบนยอดเขาจะมองเห็นพระอุโบสถสีทอง ตั้งเด่นเป็นสง่า

ไฮไลท์ของที่นี่นั่นคือ การได้มาชมภาพเรืองแสงเป็นสีเขียวของของต้นกัลปพฤกษ์ที่เป็นจิตรกรรมที่อยู่บนผนังด้านหลังของอุโบสถในยามค่ำคืน ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการมาชมและถ่ายภาพคือ ตั้งแต่เวลา 6.00.19.30 น. ซึ่งหากโชคดีก็จะได้เห็นดวงดาวมากมายเต็มท้องฟ้าอีกด้วย

ที่ตั้ง : ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/AhL1acHTcSyv7BAQ6

24. ทะเลบัวแดง หนองหาน

หนองหาน เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 22,500 ไร่ โดยช่วงสิ้นปีระหว่างเดือน ธ.ค. – ก.พ. จะมีการจัดเทศกาลท่องเที่ยวทะเลบัวแดง เพื่อชวนนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสความงามจากบัวแดงนับล้าน ๆ ดอก โดยมาขึ้นเรือได้ที่ท่าเรือบ้านเชียงแหว มีเรือให้เลือก 2 แบบ คือ เรือเล็ก 150 บาท (นั่งไม่เกิน 2 คน) และเรือใหญ่ 500 บาท (นั่งไม่เกิน 6 คน)

ที่ตั้ง : ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/FxFXRASVsLKiTYn48

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

25. พระมหาเจดีย์ชัยมงคล

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ตั้งอยู่บริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่วิจิตรพิสดาร ใช้ศิลปกรรมร่วมสมัยระหว่างภาคกลางและภาคอีสาน เป็นการผสมกันระหว่าง พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม และพระธาตุพนม จ.นครพนม

องค์พระมหาเจดีย์ชัยมงคล รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กทั้ง 8 ทิศ มีความสวยงามมาก เมื่อมองลงมาจากมุมสูง ภายในองค์พระมหาเจดีย์เหมือนอยู่บนวิมานแดนสวรรค์ โดยภายในพระมหาเจดีย์ชัยมงคล มีทั้งหมด 5 ชั้น  แต่ละชั้นมีเรื่องราวแตกต่างกันไป

ชั้นที่ 1 เป็นห้องโถงกว้างใหญ่ ผนังจารึกนามทานาธิบดีต่าง ๆ ใช้เป็นห้องประชุม บำเพ็ญบุญ

ชั้นที่ 2 เป็นห้องโถง ผนังติดตั้งรูปพระพุทธประวัติ ลวดลายไทยวิจิตรพิสดาร

ชั้นที่ 3 เป็นที่ประดิษฐานรูปพระณาจารย์ ปราชญ์ อีสานในอดีต เป็นรูปเหมือนสลักหินอ่อนหุ่นรูปเหมือนพระสุปฏิปันโน 101 องค์

ชั้นที่ 4 จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงวัดวาอาราม สถานปฏิบัติสม ถะวิปัสสนา กรรมฐานที่หลวงปู่ศรี เคยบำเพ็ญธรรมมา

ชั้นที่ 5 บันไดเวียน 119 ชั้น เป็นห้องโถงรูประฆัง 8 เหลี่ยมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

ที่ตั้ง : ต.ผาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด

พิกัด : https://goo.gl/maps/rYWr9TComqP3DUej6

26. สนามฟุตบอล ช้างอารีนา

สนามฟุตบอลที่ได้รับมาตรฐานฟีฟ่าแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศ ใช้เวลาสร้างเพียง 256 วัน โดยเฉพาะกับบรรดาแฟนบอลไทยที่นี่นับเป็นจุดหมายปลายทางที่พวกเขาต่างตั้งใจจะมาเยือนให้ได้สักครั้ง

สำหรับความยิ่งใหญ่ของสนามช้างอารีนา สามารถจุผู้ชมได้มากถึง 32,600 ที่นั่ง ที่สำคัญเข้าชมได้ฟรีใกล้ชิดถึงขอบสนามหญ้า บรรยากาศอลังการเดินเข้ามาถึงกับอ้าปากค้างทีเดียว ก่อนกลับบ้านอย่าลืมแวะร้านขายของที่ระลึก ที่นี่เขามีสินค้าให้ซื้อติดไม้ติดมือมากมาย

ที่ตั้ง : ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

เว็บไซต์ : www.buriramunited.com/home

โทร. 0-2658-3768

พิกัด : https://goo.gl/maps/g8xmERzAFz1JqWep8

27. หินสามวาฬ

นี่คือไฮไลท์ที่ต้องห้ามพลาดของจังหวัดบึงกาฬ ก็คงจะเหมาะสมที่สุดด้วยประการทั้งปวง หินสามวาฬวันนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาก เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวในวงกว้าง จากภาพความสวยงามที่ออกไปสู่สายตาประชาชน

กลุ่มก้อนหินขนาดใหญ่ ซุ่งถ้าดูจากภาพถ่ายทางอากาศ จะพบว่ามีลักษณะเหมือนวาฬตัวใหญ่ ยื่นออกมาจากภูเขา เป็นกลุ่มวาฬสามตัว พ่อ แม่ ลูก เรียงตามลำดับขนาดของก้อนหิน โดยนักท่องเที่ยวสามารถไปยืนเล่นถ่ายภาพบนหินวาฬแต่ละตัวัได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะหินจะค่อนข้างลื่น หากตกลงไปนั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตแน่ๆ

ที่ตั้ง : บ้านนนไทรทอง ต.โคกก่อง อ.เมือง จ.บึงกาฬ

พิกัด : https://goo.gl/maps/pxMRp9Zb8fKLeQ6b9

28. พิพิธภัณฑ์บ้านเชียง

ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2524 เพื่อเก็บรวมรวบและจัดแสดงโบราณวัตถุที่ขุดค้นได้ในพื้นที่บ้านเชียง ภายในมีส่วนจัดแสดงนิทรรศการถาวรจำนวน 9 ห้อง ได้แก่ ส่วนจัดแสดงที่ 4 จัดแสดงหลุมขุดค้นจำลองและการปฏิบัติงานทางโบราณคดีต่าง ๆ , ส่วนจัดแสดงที่ 6 จัดแสดงหุ่นจำลองวิถีชีวิตมนุษย์ในวัฒนธรรมบ้านเชียงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และส่วนจัดแสดงที่ 8 จัดแสดงเรื่องแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงที่ได้รับการยกย่องและประกาศให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรม เมื่อ พ.ศ. 2535

ที่ตั้ง : ถ.สุทธิพงษ์ ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

เปิด-ปิด เวลา : 09.00-16.00 น. หยุดวันจันทร์และวันอังคาร

ค่าเข้าชม : ชาวไทย 30 บาท / ชาวต่างชาติ 150 บาท

โทร. 0-4223-5040

พิกัด : https://goo.gl/maps/e8puyGV5WWQgTyc8A

29. วัดทุ่งเศรษฐี

เป็นวัดที่สร้างอยู่บนความเชื่อว่าเป็นประตูหรือตัวเชื่อมระหว่างสามโลกคือโลกบาดาล โลกมนุษย์ และสวรรค์ โดยมีมหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุครอบอยู่จุดเชื่อมทั้งสามโลกธาตุ

ที่นี่มีสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัย ศิลปกรรมภายในวัดท แฝงไปด้วยปริศนาธรรม ทั้งในตัววิหารหลัก ซึ่งจะไดพบรูปปั้นท้าวจตุโลกบาลในรูปแบบที่ไม่เคยเจอที่อื่น สวนองค์ปฐมซึ่งแฝงคติธรรมเกี่ยวกับการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารและเมืองนรกแสดงโทษของผู้ที่ผิดศีลห้า

ไฮไลท์ของที่นี่ คือ “มหาเจดีย์รัตนะ” เจดีย์ประธาน ที่สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นตัวแทนของ เจดีย์ “จุฬามณี” เจดีย์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ตามความเชื่อว่าจุดนี้เป็นจุดบรรจบของสามโลก และอยู่ตรงกลางระหว่างจุฬามณีเจดีย์ บรรจุพระเขี้ยวแก้วซี่บนขวา กับเจดีย์ในนาคพิภพบรรจุพระเขี้ยวแก้วซี่ล่างซ้าย หลวงตาได้อธิษฐานอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วซี่ล่างขวามาบรรจุไว้ในพระมหาเจดีย์องค์นี้

ที่ตั้ง : ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น

พิกัด : https://goo.gl/maps/cCP9XGHFX4AvzLNF9

30. สามพันโบก

สถานที่ท่องเที่ยวที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ “สามพันโบก” ซึ่งเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ ที่ถูกแม่น้ำโขงกัดเซาะ ผ่านกาลเวลานับพันนับหมื่นปี จนกลายเป็นแอ่งและหลุมมากมาย โดยผลงานของแม่น้ำโขงที่กัดเซาะแก่งหินนี้ ในช่วงฤดูน้ำหลากทุกๆปี ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดเป็นแอ่งมากมายมากกว่า 3,000 โบก และฝั่งตรงข้ามที่ห่างไปไม่กี่เมตรก็เป็นฝั่งประเทศลาว นอกจากจะมาเที่ยว สามพันโบกได้เห็นความงามของธรรมชาติแล้ว ยังได้เห็นวิถีชีวิตของการอยู่ร่วมกันระหว่างชาวไทยและชาวลาวริมฝั่งโขงอีกด้วย

ในช่วงหน้าแล้ง สามพันโบก จะโผล่พ้นน้ำให้เห็นเป็นเนินแก่งหินขนาดใหญ่กลางลำน้ำโขง ความสวยงามตระการตาของหินที่ถูกน้ำเซาะมองเห็นเป็นภาพศิลปะ บางแห่งใหญ่ขนาดเป็นสระว่ายน้ำ บางแอ่งขนาดเล็ก มีรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เช่น รูปดาว วงรี มิกกี้เม้าส์ และหินที่ถูกน้ำกัดเซาะจนดูคล้ายรูปหัวสุนัขพูเดิล มีความสวยงาม

นับเป็นสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวสุดอันซีน ที่ควรแวะมาเที่ยวให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต !

ที่ตั้ง : ต.เหล่างาม อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/FFr1Zxwfv4zU5vvH9

31. ปราสาทพนมรุ้ง

ที่นี่จัดเป็นปราสาทหินศิลปะขอมที่สวยงาม และสมบูรณ์ระดับต้น ๆ ของประเทศไทย ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง ภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว ตัวปราสาทสร้างจากศิลาแลงและหินทรายสีชมพูช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 15-17 ตามความเชื่อลัทธิไศวนิกาย เพื่อเป็นเทวสถานถวายแด่พระศิวะ ภายในมีศิวลึงค์และประติมากรรมโคนนทิ นอกจากนี้ที่ปราสาทพนมรุ้งยังขึ้นชื่อเรื่องลวดลายแกะสลักที่วิจิตรงดงาม เช่น ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ และสะพานนาคราช

ตั้งอยู่ : ต.ยายแย้มวัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์

เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://g.page/phanomrung?share

32. อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่

ชุมชนเล็กๆ ในอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ซึ่งโดดเด่นเพราะเป็นชุมชนชาวคริสต์ นิกายคาทอลิค ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เริ่มต้นจากชาวเวียดนามอพยพมาตั้งถิ่นฐานในสกลนคร ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานถึงปัจจุบันทายาทของพวกเขายังศรัทธาในพระเยซูเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง

อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอลท่าแร่  ใช้เป็นที่ทำพิธีกรรมทางศาสนา แต่เดิมเป็นอาคารไม้ มีหอด้านหน้า 2 หอด้านหลังสุดอีก 1 หอ มีมุขด้านข้าง ๆ ละ 2 มุข จุคนได้ประมาณ 1,000 คน โบสถ์เก่าหลังนี้คาดว่า สร้างขึ้นระหว่าง ค.ศ.1898 – 1900

ต่อมาได้รื้อวิหารหลังเก่า และสร้างวิหารขึ้นมาใหม่ โดยสถาปัตยกรรมอาคารหลังใหม่ เป็นรูปทรงเรือใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนย้ายชาวคริสตัง จากฝั่งสกลนคร มายังฝั่งท่าแร่ และเรียกชื่อว่า “อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล” มาจนถึงปัจจุบัน

ที่ตั้ง : ต.ท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร

พิกัด : https://goo.gl/maps/gmBEusj7Yw5FVyim6

33. ศาลเจ้าปู่-ย่า อุดรธานี

ก่อตั้งโดยกลุ่มพ่อค้าชาวจีน เมื่อ พ.ศ. 2488 และได้รับความเคารพศรัทธาอย่างกว้างขวาง ภายในตกแต่งเป็นสวนหย่อม มีเก๋งจีนริมน้ำ ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคนไทยเชื้อสายจีน ที่เข้ามาตั้งรกรากในจังหวัดอุดรธานี เมื่อ 120 ปี ก่อน ทั้งด้านการค้าขาย และพลังศรัทธาต่อองค์เทพเจ้าปู่-ย่า

ที่ตั้ง: ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี

ศูนย์วัฒนธรรมฯ เปิดทุกวัน 09.00-19.00 น.

โทร. 04-224-2333

พิกัด : https://goo.gl/maps/cBgNLa6nVvVmQS8h6

34. เชียงคาน

ด้วยเสน่ห์ที่ล้นเหลือของเชียงคาน ที่ถึงแม้จะผ่านกาลเวลาไปเนิ่นนานเท่าไหร่ แต่ก็ยังไม่อาจลดเลือนความน่ารักของเมืองนี้ไปได้เลย ถึงแม้ว่าใครจะบอกว่าเปลี่ยนไปเยอะมากจากตอนที่เพิ่งฮิตใหม่ๆ แต่ผมก็ว่า มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ก็ในเมื่อเชียงคานมันสวย มันชิค มันคูลซะขนาดนี้ ใครๆ ก็คงอยากมาสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต

ที่เชียงคานนี่มีกิจกรรมให้ทำกันเพียบเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็น เดินเล่นชิลล์ๆ ชมวิวแม่น้ำโขง ปั่นจักรยานเลียบโขง ไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดศรีคุณเมือง กินอาหารถิ่นอร่อยๆ ที่ถนนคนเดินริมโขง ตักบาตรข้าวเหนียวยามเช้า ตื่นเช้าไปชมทะเลหมอกภูทอก ชิมมะพร้าวแก้วหวานมัน ล่องเรือชมแม่น้ำโขงที่แก่งคุดคู้ ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ

ที่ตั้ง : ต.เชียงคาน อ.เชียงคาน จ.เลย

พิกัด : https://goo.gl/maps/iytn2v1teAAK3u769

35. วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร

พระธาตุเชิงชุม ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสกลนคร  องค์พระธาตุสร้างขึ้นเพื่อครอบรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า 4 พระองค์ ภายในวิหารยังเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อพระองค์แสน พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะเชียงแสนที่งดงามตามพุทธลักษณะ

แต่แรกเริ่ม พระธาตุเชิงชุม เป็นปราสาทหินทรายศิลปะสมัยขอม ภายในกรอบประตูทางเข้าอุโมงค์ด้านขวามือ มีจารึกพระธาตุเชิงชุมอักษรขอมโบราณ ราวพุทธศตวรรษที่ 16 แต่องค์พระธาตุในปัจจุบัน นั้นเป็นศิลปะล้านช้าง เนื่องจากช่วงที่อิทธิพลของอาณาจักรล้านช้างแผ่เข้ามาบริเวณภาคอีสานของไทย ราวพุทธศตวรรษที่ 19 ได้มีการบูรณะองค์พระธาตุขึ้นมาใหม่ และได้รับการบูรณะเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ชาวสกลนครเชื่อว่าการมาสักการะพระธาตุเชิงชุม จะช่วยให้รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวง มีโชค มีลาภ เงินทองไหลมาเทมา

ที่ตั้ง : ถ.เรืองสวัสดิ์ ​อ.เมือง​ จ.สกลนคร

พิกัด : https://goo.gl/maps/JX9uVQZpABpBjCdP7

36. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

สิ่งที่ทำให้คนไทยที่ไม่ใช่เพียงนักท่องเที่ยวรู้จักกับผาแต้ม คือ การที่ผาแต้มเป็นพื้นที่ที่ใช้อ้างอิงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นของประเทศไทย ดังจะได้ยินกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศในทุกเช้าอยู่เสมอว่าเวลาพระอาทิตย์ขึ้นวัดจากผาชะนะได ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของอุทยานจึงเป็นจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ก่อนใครในสยาม

ในด้านธรรมชาติที่นี่ยังอุดมด้วยป่าเต็งรังและป่าดิบแล้งจำนวนมาก สลับกับลานหินกระจายอยู่ทั่วภูเขา รวมถึงหน้าผาหินที่บริเวณผาแต้มเมื่อมองดูจากแม่น้ำโขงด้านล่างจะเห็นเป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติ  เป็นจุดไฮไลท์ที่ถ่ายภาพออกมายังไงก็สวยแน่นอน

บริเวณด้านล่างของหน้าผามีภาพเขียนของสีก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏเรียงรายอยู่ตามผนังเป็นจำนวนมาก เป็นภาพเขียนสีศิลปะถ้ำโบราณที่มีอายุเก่าแก่ และเป็นแหล่งที่พบมากที่สุดในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งคงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ควรค่าแก่การเก็บรักษา

ที่ตั้ง : ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/P71mWEQtWTEeL8ps5

37. พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี

อาคารเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีของจังหวัด ก่อนได้รับการบูรณะและพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์ ภายในอาคารมีห้องจัดแสดงทั้งหมด 26 ห้อง บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองอุดรธานีทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ธรรมชาติวิทยา ศิลปวัฒนธรรม และบุคคลที่มีชื่อระดับประเทศของจังหวัด นอกจากนี้ยังจำลองวิถีชีวิตของชาวอุดรธานีในด้านต่าง ๆ อีกด้วย

ที่ตั้ง : ถ.โพศรี ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี

เวลาเปิด-ปิด : 08.30 – 16.30 หยุดวันจันทร์

โทร. 04-224-5967

พิกัด : https://goo.gl/maps/uH5ZD8GwwrmArM6V7

เฟซบุ๊ก พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี : www.facebook.com/udmuseum

38. ลานพญาศรีสัตตนาคราช

พญาศรีสัตตนาราช ประดิษฐาน บนลานศรีสัตตนาคราช  ริมฝั่งแม่น้ำโขง จ.นครพนม ถือเป็นเป็นองค์พญานาคทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน ซึ่งใช้เวลาในการสร้างนานเกือบ 5 ปี และที่สำคัญองค์พญาศรีสัตตนาคราชองค์นี้ จะไม่มีที่ใดเหมือนเพราะมีสร้อยสังวาล คล้องคอ เหมือนกับลวดลายที่ซุ้มประตูขององค์พระธาตุพนม เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของจังหวัดที่สืบสานต่อเนื่องมายาวนาน

เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของนครพนม ที่ไม่ว่าใครที่ได้มาเที่ยวที่นครพนม จะต้องแวะมาถ่ายรูปเช็คอินอวดเพื่อนๆ ในโลกโซเชียลด้วยทุกครั้ง

ที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม

พิกัด : https://goo.gl/maps/3r3Ztov3fHfWH3RR7

39. เพ ลา เพลิน

ที่นี่เป็นทั้งที่พักและแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย จะมาทัศนศึกษา จัดสัมมนา หรือพักผ่อนหย่อนใจก็มีพื้นที่ให้พร้อมเพียง โดยจุดเด่นของ อุทยาน เพ ลา เพลิน คือ การจัดแสดงพันธุ์ไม้ ที่เนรมิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ มีด้วยกันถึง 6 โรงเรือน ได้แก่ พรรณไม้ตามฤดูกาล เฟิร์น กล้วยไม้ พืชกินแมลง และแคคตัส

นอกจากนี้ยังมีโซนทำสปา พื้นที่สำหรับคนชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์ เช่น ซิปไลน์ ไต่หน้าผาจำลอง ฯลฯ และพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของเล่น ตุ๊กตาดินเผาโบราณ ในส่วนที่พักมีทั้งหมด 73 ห้อง ตกแต่งสไตล์โพสต์โมเดิร์น โดยจะมีให้เลือกด้วยกัน 4 แบบ คือ Deluxe Room , Grand Deluxe , Suite , Connecting Room ราคาเริ่มที่ 2,500 บาท

ที่ตั้ง : ต.หนองขมาร อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์

เวลาเปิด-ปิด : จันทร์-ศุกร์ 09.00-17.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 08.00-20.00 น.

ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 80 บาท

โทร. 0-4463-4736-8 , 08-7798-1039

พิกัด : https://goo.gl/maps/cipEyngZTmBw1E8s9

40. วัดพระธาตุหนองบัว

วัดใหญ่สวยงามระดับแลนด์มาร์คของอุบลราชธานี  ที่หากว่ามีโอกาสได้มาเที่ยวเมืองอุบลก็ต้องมากราบสักการะพระธาตุหนองบัวเพื่อความเป็นสิริมงคลให้ได้

ที่นี่เป็นสถานที่ประดิษฐานพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ จำลองแบบมาจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย สูงถึง 56 เมตร เมื่อเดินเข้าไปในพระเจดีย์จะพบพระเจดีย์องค์เดิมความสูง 17 เมตร บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นองค์ดั้งเดิมก่อนมีการสร้างองค์ใหญ่ครอบไว้อีกชั้น

โดยเฉพาะตอนนี้ทางวัดจัดสร้างพญานาคฉัพยาปุตตะ หรือพญานาคสีรุ้งคู่ 2 ตน ความสูงถึง 15 เมตรบริเวณหน้าองค์พระธาตุสำเร็จเสร็จสิ้นแล้วยิ่งเพิ่มเติมความน่าไปเที่ยวชมมากขึ้นอีก

ใครมาเที่ยวเมืองอุบลห้ามพลาดเลยล่ะ

ที่ตั้ง : ถ.ธรรมวิถี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/fAhVD5jNTjfBVmr39

41. ตลาดไทยย้อนยุคบ้านบางระจัน 

ตลาดย้อนยุคบรรยากาศร่มรื่น สินค้าที่จำหน่ายเป็นพวกอาหารถิ่น ขนมโบราณหากินยาก ผลิตภัณฑ์ทำมือ รวมถึงพืชผักผลไม้สด ๆ ขายกันในราคาไม่แพง นอกจากนี้ยังมีการแสดงพื้นบ้าน เพลงฉ่อย และวีรกรรมชาวบ้านบางระจันให้ชื่นชม บอกเลยว่าใครที่ชอบบรรยากาศย้อนยุคต้องมา พ่อค้าแม่ขายพูดจา “เจ้าคะ เจ้าขา” น่าเอ็นดู

ที่ตั้ง : ต.บางระจัน อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี

เปิด-ปิดเวลา : 08:30–17:00 น. เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

พิกัด : https://goo.gl/maps/29fbJZ8KXKRXL4dg9

42. พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ 

แหล่งเรียนรู้เชิงเกษตรที่เน้นถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านนิทรรศการในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ในอาคาร และพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่เป็นฐานเรียนรู้ให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษา และได้ทดลองปฏิบัติจริง นอกจากนี้ยังมีเส้นทางจักรยานให้เราปั่นไปชมตามจุดต่าง ๆ ดูธรรมชาติเพลิน ๆ เหมาะกับเด็ก ครอบครัว และประชาชนทั่วไป

ที่ตั้ง : ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

เปิด-ปิดเวลา : 09.00-16.00 น. หยุดวันจันทร์

โทร. 02-529 2212-13 / 087-359 7171

พิกัด : https://goo.gl/maps/5phwjytuTFJidG3B6

43. สถานีรถไฟหัวหิน 

ที่นี่ถือเป็น Landmark สำคัญของเมืองหัวหินเลยนะ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 เป็นสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล ครึ่งตึกครึ่งไม้ ใกล้กันมีพลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ ที่ย้ายมาจากพระราชวังสนามจันทร์ตั้งอยู่ แชะรูปมุมไหนก็สวยปัง คลาสสิกมาก ๆ

ที่ตั้ง : ถ.สถานีรถไฟ ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

เปิด-ปิดเวลา : 06.00-18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/M47yiP5MTzb4ncpTA

44. เดอะ ซีนเนอรี่ วินเทจ ฟาร์ม 

ที่เที่ยวสุดฮิตของสวนผึ่งที่เด็ก ๆ ก็มาได้ ผู้ใหญ่มาก็ชอบเพราะมีมุมถ่ายรูปปัง ๆ เยอะ มีกิจกรรมให้ทำเพียบ เช่น ขี่ม้า ให้อาหารสัตว์ ปาลูกโป่ง ยิงธนู ชมการตัดขนแกะ และการแสดงจากสัตว์แสนรู้ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร บ้านพักสุดชิลล์หลายหลัง เหมาะกับยกครอบครัวมาพักผ่อนในวันว่างสุดสัปดาห์

ภายในออกแบบตกแต่งสไตล์ English Country เสมือนยกฟาร์มจากยุโรปมาไว้ที่ อ.สวนผึ้ง เลยทีเดียว และตอนนี้ที่ เดอะ ซีนเนอรี่ วินเทจ ฟาร์ม ก็พึ่งมีกิจกรรมใหม่ คือ Afternoon Tea หรือการจิบชากลางลำธารสุดแสนโรแมนติก ราคาเบา ๆ แค่ชุดละ 880 บาท เสิร์ฟชา 1 กา พร้อมเบเกอรี่ 5 ชนิด แบบนี้คงพลาดไม่ได้แล้ว

ที่ตั้ง : ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 08.30-18.00 น. ทุกวัน

โทร. 08-1000-6677

พิกัด : https://goo.gl/maps/yrNEHkzwGrS74B4H9

45. พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ (หลวงพ่ออู่ทอง)

เป็นพระพุทธรูปปางโปรดพุทธมารดา ที่เกิดจากการแกะสลักหน้าผาหิน ความสูง 108 เมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างพุทธมณฑล จ.สุพรรณบุรี บนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ ปัจจุบันองค์พระแล้วเสร็จกว่า 80% พระเกตุมาลา (ส่วนที่อยู่เหนือเศียรพระ) ยังอยู่ข้างล่าง สามารถปิดทองสักการะได้

ที่ตั้ง : ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

เปิด-ปิดเวลา : ทุกวัน 08.00 – 18.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/iav2AuutTar588ub8

46. สวนสัตว์เปิดซาฟารีปาร์ค 

เป็นสวนสัตว์เปิดแห่งแรกของ จ.กาญจนบุรี มีสัตว์ให้ชมหลากหลายชนิด เช่น ยีราฟ ช้าง ม้าลาย เสือโคร่ง สิงโต เสือดาว หมีควาย และกวาง ฯลฯ โดยไฮไลท์ของที่นี่ คือ พานักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด แบบที่เรียกว่า ‘หายใจรดต้นคอ’ เลยทีเดียว

ที่ตั้ง : ถ.ลาดหญ้า-บ่อพลอย ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 09:00 – 17:00 น. ทุกวัน

โทร. 03-467-8225

พิกัด : https://goo.gl/maps/JsN848H2B8xZqmvX7

47. วัดปัญญานันทาราม

จัดตั้งเป็นวัดเมื่อ พ.ศ. 2537 มีเนื้อที่ทั้งหมด 69 ไร่ เมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาจะได้พบกับเจดีย์พุทธคยาจำลองขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ที่หน้าองค์เจดีย์มีประติมากรรมพระเทพวิสุทธิเมธี หรือหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ นอกจากนี้ยังเป็นค่ายปฏิบัติธรรมสำหรับเยาวชนและพุทธศาสนิกชนทั่วไป ใครแต้มบุญใกล้หมดเชิญจ้า

ที่ตั้ง : ต.คลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

เปิด-ปิดเวลา : 06.00-18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/XX3hqrAVWQaiHihV8

48. โครงการพระราชดำริแหลมผักเบี้ย

เป็นโครงการที่จัดตั้งเพื่อศึกษาวิจัยปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียและกำจัดขยะ ภายในมีเส้นทางศึกษา ธรรมชาติป่าชายเลน เป็นสะพานไม้ระยะทาง 850 เมตร บรรยากาศร่มรื่น เย็นสบาย เต็มไปด้วยสัตว์น้ำชุกชุม เช่น ปลาตีน ปูแสม ปูก้ามด้าม และยังเป็นแหล่งดูนกนานาชนิด มาเที่ยวเพชรบุรีทั้งทีไม่ควรพลาด

ที่ตั้ง : ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

เปิด-ปิดเวลา : ทุกวัน เวลา 8.30 – 17.30 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/kGKVhuuRAchtezPT9

49. บ้านหุ่นเหล็ก

พื้นที่แห่งจินตนาการที่เกิดจากผลงานของคุณไพโรจน์ ถนอมวงษ์ ที่นำเศษเหล็ก อะไหล์รถยนต์เก่า ๆ มาสร้างสรรค์เป็นตัวละครจากภาพยนต์ที่ใครหลายคนชื่นชอบ ทั้งจากจักรวาลทรานฟอร์เมอร์และมาร์เวล ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท

ที่ตั้ง : ต.ตลาดกรวด อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง

เปิด-ปิดเวลา : 09.00-17.00 น. ทุกวัน

โทร. 08-1339-3345

พิกัด : https://goo.gl/maps/khxxx7X4F5D6TBow5

50. ฟาร์มลุงแดง เมล่อน&ผักสลัด 

ที่นี่เป็นฟาร์มเกษตรอินทรีย์และศูนย์เรียนรู้ บนพื้นที่กว่า 8 ไร่ ภายในมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น การเก็บเมล่อน ผักสลัด มะเขือเชอรี่ ลูกหม่อน และไข่ไก่ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารเสิร์ฟเมนูสเต๊ก สลัดทูน่า ข้าวผัดปู ผัดไทย ลองชิมแล้วอร่อยทุกจาน เครื่องดื่มขอแนะนำเป็นน้ำเมล่อนปั่นอร่อยสดชื่นดีมาก

ที่ตั้ง : ต.คลองเจ็ด อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

เปิด-ปิดเวลา : 09.00-18.00 น. หยุดวันจันทร์-อังคาร

โทร. : 08-1989-5906

พิกัด : https://goo.gl/maps/nQnFQPARwvkwxDzP7

51. วัดเขาตะเกียบ

เขาตะเกียบเป็นเขาหินปูนยื่นออกไปในทะเล ด้านบนมีวิหารยอดสูงประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามญาติขนาดใหญ่ มองลงมาจะเห็นวิวชายหาดเขาตะเกียบยาว 1.5 กม. มีฝูงลิงเดินป้วนเปี้ยนไปมา น่ารักน่าเอ็นดู สำหรับทางขึ้นเป็นขั้นบันไดค่อนข้างสูงเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารซีฟู้ดเรียงรายตลอดทางเข้าวัด น่าแวะเติมพลังลงท้อง

ที่ตั้ง : ถ.หนองแก-ตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

เปิด-ปิดเวลา : 06.00-18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/NLhidFus9eG69y3m8

52. ทัศนาคายัค 

ใครชอบกิจกรรมล่องแก่งมาที่สวนผึ้งได้เลย โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยา-ตุลา ลำน้ำภาชีจะไหลแรง ยิ่งลองสนุก ซึ่งที่ทัศนาคายัคเขามีโปรแกรมให้เลือกหลากหลาย เริ่มจากล่องระยะชิลล์ ๆ 4 กม. ราคา 250 บาท ไปจนถึงระยะไกลใช้เวลา 7-8 ชม. ราคา 1,000 บาท นอกจากนี้ยังกิจกรรมยิงธนู สนามบีบีกัน และบ้านพักค้างคืนด้วยละ

ที่ตั้ง : ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

โทร. 08-9033-8868

พิกัด : https://goo.gl/maps/FCLroTpYvhSry3MD7

53. นาเกลือ 

ช่วงหน้าแล้งระหว่างเดือน พ.ย. – พ.ค. สองข้างทางของถนนสายรอง 4028 อ.บ้านแหลม เราจะพบแต่ความขาวโพลนของนาเกลือที่ตกผนึก และรอให้ถูกขนย้าย ซึ่งช่วงนี้เองเราจะได้เห็นวิถีชีวิตของหนุ่ม-สาวนาเกลือที่ทำงานกันอย่างแข็งขัน เป็นภาพที่หาดูได้ยากในชีวิตประจำวัน จะพาแฟนมาถ่ายรูปก็เลิศ หรือมาดูนกอพยพต่างถิ่นก็เยี่ยม

ที่ตั้ง : ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี

เปิด-ปิดเวลา : ทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/owijiZfiQCbqdQpJ9

54. วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร 

เป็นวัดเก่าแก่ที่ไม่ปรากฏหลักฐานทางลายลักษณ์อักษรว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่สันนิษฐานกันคราว ๆ ว่าอาจเป็นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ร่วมสมัยสุโขทัย หรืออาจเก่าแก่ไปกว่านั้น จุดเด่นของวัดแน่นอนว่า คือ พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ ซึ่งมีลักษณะอ่อนช้อย เป็นงานพุทธศิลป์ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และชื่นชม

ที่ตั้ง : ต.จักรสีห์ อ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี

เปิด-ปิดเวลา : 06.00-18.00 น. ทุกวัน

โทร. 0-3654-3234

พิกัด : https://goo.gl/maps/vHiWSCdiCBBn6Bka7

55. Woodland เมืองไม้ แฟนตาซี 

ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมและจัดแสดงงานไม้แกะสลักทั้งจากในและนอกประเทศกว่า 2,000 ชิ้น ซึ่งเป็นสมบัติส่วนตัวของ นายณรงค์ ทิวไผ่งาม ผู้รักและชื่นชอบในงานไม้ โดยจัดแสดงในอาคารพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร แบ่งออกเป็น 10 ห้อง ได้แก่ ห้องชาวเมืองไม้ ที่มีรูปสลักนางอัปสราศิลปะขอม ห้องถ้ำพญานาค ห้องโลกใต้บาดาล และห้องเทวาณฤมิตร

โดยงานไม้แกะสลักที่จัดแสดงจะมีทั้งงานที่เกี่ยวเนื่องในพุทธศาสนา พราหมณ์-ฮินดู และคริสต์ รวมถึงประติมากรรมรูปสัตว์ ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ซึ่งแต่ละชิ้นล้วนเป็นงานฝีมือชั้นยอด หาชมได้ยาก และบางชิ้นก็มีอายุมากกว่าร้อยปีทีเดียว สำหรับผู้สนใจมีค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 100 บาท

ที่ตั้ง : ต.ดอนแฝก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม

เปิด-ปิดเวลา : 09:00 – 17:00 น. ทุกวัน

โทร. 08-4994-6369

พิกัด : https://goo.gl/maps/fuVkEpqXWs9ESXNn7

56. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง

จัดแสดงโบราณวัตถุที่ได้จากเมืองโบราณอู่ทอง ซึ่งเป็นเมืองร่วมสมัยทวารวดี โดยนักวิชาการเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับดินแดนสุวรรณภูมิ ศูนย์กลางการค้าโลกยุคโบราณเมื่อประมาณ 2,500 ปีก่อน และยังเป็นจุดที่พุทธศาสนาเข้ามาประดิษฐานเป็นแห่งแรก ๆ ในประเทศไทย ค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท

ที่ตั้ง : ถ.มาลัยแมน ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

เปิด-ปิดเวลา 09:00 – 16:00 น. หยุดวันจันทร์-อังคาร

โทร. 03-555-1021

พิกัด : https://goo.gl/maps/JtGs2p5uwfkLhLty7

57. The Lao Cafe 

คาเฟ่ชายทุ่งบรรยากาศสบาย ๆ มองเห็นวิวพระใหญ่วัดม่วงชัดเจนแต่ไกล ภายในมีมุมจิบกาแฟหลายมุมให้เลือกนั่ง ทั้งเป็นส่วนตัวและอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน มีเครื่องดื่ม ขนมหวาน และอาหารสารพัดให้เลือกสั่ง ราคาเริ่มต้นที่ 50 บาท

ที่ตั้ง : ต.ศาลเจ้าโรงทอง อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง

เปิด-ปิดเวลา : 08.00-18.00 น. หยุดวันจันทร์

พิกัด : https://goo.gl/maps/guNUEkn8U7ozsM796

58. ตลาดโอ๊ะป่อย 

โอ๊ะป่อย เป็นภาษากะเหรี่ยงแปลว่า พักผ่อน ซึ่งทีนี่เป็นตลาดชุมชนบรรยากาศอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ติดลำน้ำภาชี บอกเลยว่ามาแล้วจะชิลล์ ผู้คนน่ารัก ได้ซึมซับวิถีชาวกะเหรี่ยง นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์เด็ดต้องห้ามพลาด คือ การตักบาตรทางน้ำ ซึ่งเป็นภาพที่สวยงาม และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ที่ตั้ง : ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 07.00-14.00 น. เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์

พิกัด : https://goo.gl/maps/Kr5EbhFvE8coxPS16

59. สวนป่าพุทธอุทยาน – พระพุทธเมตตาประชาไทยฯ

ภายในเป็นพื้นที่สีเขียว เนื้อที่กว่า 170 ไร่ ตกแต่งจนมีภูมิทัศน์สวยงาม โดยพรรณไม้ที่คัดมาปลูกล้วนเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ ตรงใจกลางอุทยานเป็นที่ตั้งของพระพุทธเมตตาประชาไทยฯ พระพุทธรูปศิลปะคันธาระ ปางขอฝน ความสูง 32 เมตร

ที่ตั้ง : ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 06.00 – 19.00 น. ทุกวัน

โทร. 03-451-0993

พิกัด : https://goo.gl/maps/9zMuu24CWZdDo7W9A

60. สวนตาลลุงถนอม 

ปิดท้ายกันที่ “สวนตาลลุงถนอม” ที่นี่เราจะได้ชมวิถีชีวิตของชาวสวนตาลที่นับวันจะหาดูได้ยากไปทุกที ผ่านกิจกรรมทั้งหมด 4 ฐาน อันได้แก่ 1. พาดูต้นตาล การปาดตาล 2. การทำน้ำตาลปี๊บ 3. การแปรรูปตาล และ 4. การทำขนมตาล ย้ำเลยว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่อะไรที่หาดูได้ง่าย ๆ แล้ว ถ้าสนใจก็โทรนัดล่วงหน้าได้เลย

ตั้งอยู่ : ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

เปิด : ทุกวัน เวลา 08.30 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 08-1736-8981 (พี่กบ)

พิกัด : https://goo.gl/maps/DcpFW4QfmbLuFJWs7

61. จุดชมวิวเขาพระตำหนัก

“จุดชมวิวเขาพระตำหนัก” ตั้งอยู่ในเขตเขาพระตำหนัก หรือเขาพระบาท ลักษณะเป็นภูเขาเตี้ย ๆ คั่นระหว่างชายหาดพัทยาใต้กับหาดจอมเทียน แต่ก็สูงพอที่จะเห็นวิวสวย ๆ ของเมืองพัทยาแบบสุดหูสุดตาได้ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรฯ ซึ่งผู้คนนิยมมากราบไหว้กันมาก มีที่จอดรถให้บริการสะดวกสบาย

ที่ตั้ง : เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 07.00 – 22.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/4akLCKCbsTUSYAim6

62. อ่าวบางเบ้า เกาะกูด

หาดบางเบ้า ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะกูด ใกล้กับอ่าวง่ามโข่ เป็นหาดทรายขาวยาวประมาณ 800 เมตร รูปโค้ง จนเกือบจะเป็นวงกลม เหมาะแก่การเล่นน้ำ นับเป็นหาดทรายที่สวยงามที่สุดของเกาะกูดเลยก็ว่าได้ บริเวณชายหาดอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสวนมะพร้าว ด้านหลังของชายหาดมีคลองเล็กๆ มีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี

ที่ตั้ง : ต.เกาะกูด อ.เกาะกูด จ.ตราด

พิกัด : https://goo.gl/maps/jDNes7bXXvy8thUQ6

63. ทุ่งโปร่งทอง

แหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศน์ป่าชายเลนขนาดใหญ่ มีสะพานไม้ทอดเข้าไปเป็นทางเดินระยะกว่า 2 กิโลเมตร ไฮไลต์คือทุ่งต้นโปร่งใบสีเขียวอ่อนที่ขึ้นหนาแน่นอยู่เต็มพื้นที่ เมื่อแดดสาดต้องจะสะท้อนเป็นสีทองดูสวยงามสุดหูสุดตา แน่ละว่ากิจกรรมที่ทุกคนไม่พลาดเมื่อมาเยือน คือการคว้ากล้องออกมาแชะภาพ ทั้งร่มรื่น สวยงาม และไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เลย

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำกระแส อ.แกลง จ.ระยอง

เปิด-ปิดเวลา : 06.00–18.00 ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/wspHnGBiBLuNoWtS8

64. น้ำตกเขาสอยดาว

ที่นี่เป็นน้ำตกขนาด 16 ชั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นได้เองจนถึงชั้นที่ 9 ข้อควรรู้ คือ ป่านี้มีทากชุกชุม ฉะนั้นจึงควรเตรียมเครื่องป้องกันให้เรียบร้อย และปฏิบัติตามกฎของอุทยานฯ เรื่องเวลาขึ้น-ลง อย่างเคร่งครัด เพราะช้างป่าก็ชุกชุมเช่นกัน (ควรลงไม่เกิน 15.30 น.)

สำหรับเวลาในการพิชิตอยู่ที่ 1 ชั่วโมง 30 นาที กับระยะทาง 1.8 กม. หนทางค่อนข้างทุลักทุเล เป็นทางไต่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงนี้จะยากเป็นพิเศษเพราะดินลื่น หินลื่น ต้องระวังก้นจ้ำเบ้ากันให้ดี ส่วนที่เป็นไฮไลท์ คือ น้ำตกชั้นที่ 6 ผานางลื่น และชั้นที่ 9 วังพญางิ้วดำ “ที่-สุด-เลย-เว้ย-แก” คือ 5 คำ ที่ผมมอบให้แก่ที่นี่

ที่ตั้ง : ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 08.30-16.30 น. ทุกวัน

โทร. 08-1384-5164

พิกัด : https://goo.gl/maps/qetF8tSuyxFZNBXP6

65. สวนน้ำรามายณะ

ด้วยพื้นที่กว่า 106 ไร่ ทำให้ที่นี่ติดอันดับสวนน้ำขนาดใหญ่ 1 ใน 10 ของโลก การออกแบบตกแต่งเป็นธีมเรื่องราว ‘รามเกียรติ์’ ที่คนไทยคุ้นเคย ภายในแบ่งเป็น 14 โซน มีเครื่องเล่นโดดเด่น เช่น Python and Aquaconda และ Aqua coaster หนึ่งในสไลเดอร์ที่ยาวที่สุดในโลก และเครื่องเล่นสำหรับเด็กกว่า 21 ชนิด ค่าเข้าเด็ก 890 บาท, ผู้ใหญ่ 1,190 บาท

ที่ตั้ง : ถ.บานเย็น ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 10.00-18.00 น. ทุกวัน

โทร. 0-3300-5929

พิกัด : https://goo.gl/maps/n27hXqvYFsPTuhuw5

66. ล่องเรือกอนโดล่า สลักเพชร เกาะช้าง

กิจกรรมล่องเรือกอนโดล่า เมืองไทยที่เราเรียกกันเก๋ๆ แบบนี้ จริงๆ แล้วคือ การล่องเรือมาดของชุมชนนำเที่ยวพื้นบ้านสลักคอก “เรือมาด” นี้เป็นเรือที่ชมรมนำเที่ยวฯ ได้ต่อขึ้นใหม่ โดยใช้แม่แบบเป็นเรือมาดพื้นบ้านดั้งเดิมแล้วมาประยุกต์เพื่อการท่องเที่ยว

เป็นเรือมาดแจวหลักคู่ นั่งได้ 4 คน มีเก้าอี้พนักพิงให้นั่ง 2 ข้าง มีโต๊ะอยู่ตรงกลาง พร้อมร่มสีขาว ถึงขนาดที่ใครและใครหลายคนยกให้นี่เป็น “เรือกอนโดลา” แห่งเกาะช้างเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด

พิกัด : https://goo.gl/maps/rkPqdxcmwo3jeWxu6

67. บ้านท่าระแนะ ลานไม้ตะบูนดึกดำบรรพ์

บ้านท่าระแนะ ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีผืนป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าชายเลนผืนใหญ่ แต่ละต้นมีขนาดใหญ่มาก เป็นแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ชาวบ้านได้อาศัยผืนป่าแห่งนี้ทำมาหากิน จับปู ปลา กุ้ง หอย จนกลายอัศจรรย์ป่าชายเลน 1 ใน สถานที่ท่องเที่ยว Unseen แห่งจังหวัดตราด

ความมหัศจรรย์อยู่ตรงที่การนั่งเรือไปลานตะบูน 10 นาที เราจะผ่านช่วงป่าในคลองถึง 3 ป่า คือ ป่าโกงกาง ป่าจากและป่าตะบูน ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเราได้เข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์

ที่ตั้ง : ต.หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด

พิกัด : https://goo.gl/maps/GSqdwGiZpe3JDUhu7

68. ละลุ

ปราการธรรมชาติที่เกิดจากการถูกน้ำฝนและลมกัดกร่อนจนมีรูปทรงแปลกตา คล้ายถูกปั้นด้วยมือของประติมากร กระจายอยู่บนพื้นที่กว้างกว่า 3,200 ตารางกิโลเมตร ถ้าอยากเข้าชมจะต้องไปติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวละลุ โดยเขาจะมีรถอีแต๊กพาเข้าไป 1 คัน นั่งได้ 6-8 คน หรือใครที่ประสงค์อยากพักค้างคืนที่นี่ก็มีโฮมสเตย์ไว้บริการ พร้อมอาหาร 2 มื้อ หรือถ้าอยากจัดทริปถ่ายดาว-ล่าช้างเผือก ก็รับรองได้ว่าละลุจะไม่ทำให้สายลุยอย่างคุณผิดหวัง

ที่ตั้ง : ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว

พิกัด : https://goo.gl/maps/4LpMWtH5atJTbzvd7

โทร. 06-5457-7801

69. สะพานรักษ์แสม

แหล่งทางเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีสะพานแขวนเป็นทางเดินไม้เชื่อมต่อโลกภายนอกกับป่าชายเลนเป็นจุดเด่น ที่นี่ธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ มีต้นโกงกางขึ้นหนาแน่น ทั้งยังเป็นบ้านพักของปูแสมที่สามารถมองเห็นได้อย่างง่ายดาย แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือช่วงบ่าย เพราะแสงกำลังดี ทำให้ถ่ายรูปสวย ที่นี่มีที่จอดรถบริเวณด้วยนะ ขับตาม GPS มาได้เลย

ที่ตั้ง : ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง

เปิด-ปิดเวลา : 07.00–18.00 ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/GYCPFae1yY5Sn1Ts5

70. ป้อมพระจุลจอมเกล้า

เป็นที่นึงที่มีความสำคัญเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ภายในเป็นที่ตั้งของหน่วยงานกองทัพเรือ มีสโมสรร้านอาหาร ลานอนุสาวรีย์ ร.5 และป้อมปืนเสือหมอบ นอกจากนี้ยังมีเรือหลวงแม่กลอง เรือรบที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน และเส้นทางอนุรักษ์ธรรมชาติป่าชายเลนให้สูดอากาศอย่างชุ่มปอดอีกด้วย

ที่ตั้ง : ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ

เปิด-ปิดเวลา : 7.00 – 19.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/dSq7CFLdLqa4fvxR7

ค่าเข้าชม : ฟรี

71. Mini Murrah Farm (มินิ มูร่าห์ ฟาร์ม)

แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรสำหรับครอบครัวและหนู ๆ ภายในมีสัตว์เลี้ยงนานาชนิด เช่น กระต่าย หมู แพะ ควายนมพันธุ์มูร่าห์ การสาธิตการดำนา ปลูกผัก ร้านอาหารสไตล์ Farmmade นอกจากนี้ยังมีเวิร์คชอปสอนทำไอศกรีมและพิซซ่า ซึ่งมีส่วนผสมจากนมและชีสที่ได้จากน้ำนมควาย ปิดเทอมนี้ลูกชั้นต้องมีรูปไปอวดเพื่อนเยอะแน่นอน

ที่ตั้ง : ถ.หนองแบน-ท่าข้าม ม.5 ต.สิบเอ็ดศอก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

เปิด-ปิดเวลา : 10.00 – 20.00 น. ทุกวัน

โทร. 08-1819-2819

พิกัด : https://g.page/MiniMurrahFarm?share

72. อ่างเก็บน้ำห้วยตาโบ

ใครอยากไปปางอุ๋ง จ.แม่ฮ่องสอน แต่ติดขัดเรื่องการเดินทาง หรือมีเวลาหยุดน้อย เราแนะนำที่นี่เลยจ้า เหมือนยังกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันยังไงอย่างงั้น ฟิลลิ่งเดียวกันเป๊ะ ขาดก็แต่ต้นสนกับหงส์คู่เท่านั้นละแกเอ้ย

ที่ตั้ง : ต.อ่างคีรี อ.มะขาม จ.จันทบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 06.00-18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/dqNbFhgxbmDPDbwH6

73. สวนเสือศรีราชา

บนเนื้อที่ 250 ไร่ นักท่องเที่ยวจะได้พบกับความสนุกจากกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การป้อนนมลูกเสือ การได้สัมผัสใกล้ชิดกับเสือโคร่งขนาดใหญ่ การดูโชว์จระเข้ ละครสัตว์ หมูคิดเลขได้ และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยที่นี่มีวัตถุประสงค์การก่อตั้งเพื่อเพาะเลี้ยงเสือโคร่งพันธุ์เบงกอลที่มีขนาดใหญ่ สีเข้ม ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 200 ตัว

ที่ตั้ง : ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

เปิด-ปิดเวลา  : เวลา 09.00-18.00 น. ทุกวัน

ค่าเข้าชม : เช็กแพ็คเกจได้ทาง www.tigerzoo.com

โทร. 08-1750-9104 / 08-4945-3722

พิกัด : https://goo.gl/maps/HKgUuNcx4UMyTKqRA

74. หาดนางรำ – นางรอง

นับเป็นหาดยอดฮิตของ อ.สัตหีบ ก็ว่าได้ ตั้งอยู่ในเขตการดูแลของกองทัพเรือ หน้าหาดยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นหาดพี่น้องเชื่อมต่อกัน และมีทิวต้นสนให้ความร่มรื่นเป็นที่หลบแดด ในช่วงหน้าร้อนน้ำทะเลจะสวยมาก มองเห็นเป็นสีฟ้าไล่ระดับกันไป ตัดกับผืนทรายสีขาวละเอียดยังกับทะเลใต้ยังไงอย่างนั้น แค่ได้นั่งมองก็ชิลล์แล้ว

ที่ตั้ง : ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 06.00 – 18.00 น. ทุกวัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/ZG64xoivu4zuiQSZ7

75. เกาะรัง

เกาะรัง เป็นเกาะเล็กๆที่ตั้งอยู่ในหมู่เกาะรัง ซึ่งอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง เป็นเกาะที่มีสีสันของท้องทะเล อันสวยงามน้ำทะเลใสๆ ทำให้มองเห็นสีสันของแนวปะการังและโขดหินใต้น้ำ มีหาดทรายอันขาวละเอียด บริเวณรอบๆ หมู่เกาะรัง มีเกาะน้อย ใหญ่อยู่จำนวนมาก แต่ละเกาะสวยๆ ทั้งนั้นเลย

ที่ตั้ง : อ.เกาะกูด จ.ตราด

พิกัด : https://goo.gl/maps/PGfsEQBKsaC2scBU7

76. ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง – ถ้ำหาดทรายแก้ว

ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง มีทั้งหมด 5 ห้อง ความยาว 160 เมตร ห้องแรกชื่อว่าประตูสู่ถ้ำเพชร ห้องสองเขียวมรกต ห้องสามคือห้องโถงอุโมงค์ใหญ่ ห้องสี่ชื่อห้องมุขประดับเพชร และสุดท้ายห้องชุมนุมเทวดา โดยถ้ำดังกล่าวมีทางเชื่อมต่อกับถ้ำหาดทรายแก้วจึงได้ชื่อว่าเป็นถ้ำ 2 พี่น้อง ส่วนความพิเศษ คือ ภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อย และผนังถ้ำบางส่วนเป็นสีเขียวมรกตเนื่องจากถูกโปรยละอองฝนจนเกิดตะไคร่น้ำขึ้นจับ

นอกจากนี้ที่ถ้ำเพชรโพธิ์ทองและถ้ำหาดทรายแก้ว ยังมีกิจกรรมโรยตัวจากหน้าผาด้วยกัน 3 จุด ราคา 300 บาท ต่อคนต่อ 1 หน้าผา สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อพี่ต้น ณรงค์ ศรีคุณ มัคคุเทศก์ประจำท้องถิ่น โทร. 08-8529-9895

ที่ตั้ง : ต.คลองหาด อ.คลองหาด จ.สระแก้ว

เปิด-ปิดเวลา : 08.00-17.30 น. ทุกวัน

โทร. 08-8529-9895

พิกัด : https://goo.gl/maps/hZoEmrw9wnDDjxzx9

77. พระจุฑาธุชราชฐาน

เป็นพระราชวังบนเกาะแห่งเดียวของประเทศไทย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นสถานตากอากาศของเจ้านาย และพระราชวงศ์ ตามประวัติอยู่ระหว่างการก่อสร้างต่อเติมพระที่นั่งต่าง ๆ แต่ต้องยกเลิกไปเมื่อเกิดกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส (รศ.112) ก่อนมีการรื้อฟื้นขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2545 เพื่อจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน และสถานที่ท่องเที่ยว

ที่ตั้ง : ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสีชัง จ.ชลบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 09.00-17.00 น. หยุดวันจันทร์

ค่าเข้าชม : ฟรี

โทร. 0-3821-6412 / 0-3821-6416

พิกัด : https://goo.gl/maps/aXPc3L462rdKWsoq8

78. ดำน้ำอ่าวแสมสาร

ทริปนี้เราใช้บริการทีมงาน Dong Snorkeling พาไปดำผุดดำว่ายดูปลาและปะการังหลากสีในอ่าวแสมสาร บอกเลยว่าเพื่อน ๆ จะได้รับแต่ความทรงจำที่ดี ถ้าวันนั้นมีแดดและท้องฟ้าเป็นใจ สำหรับราคาแพ็กเกจจะอยู่ที่กรุ๊ปละ 3,500 บาท ฟรีทั้งประกันอุบัติเหตุ อุปกรณ์ดำน้ำ และบริการถ่ายภาพใต้น้ำให้สวย ๆ ถ้าสนใจก็โทรไปตามเบอร์ด้านล่างได้เลยนะแก

ที่ตั้ง : ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 07.00 – 17.00 น. ทุกวัน

โทร. 09-2281-6380

พิกัด : https://g.page/Dongsnorkeling?share

79. น้ำตกกระทิง

เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 13 ชั้น มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาคิชฌกูฏ แต่ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยและทางเดินที่ไม่สะดวก เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จึงอนุญาตให้ขึ้นถึงเพียงชั้น 8 สำหรับที่นี่ถือว่าเดินง่าย ส่วนใหญ่เป็นทางราบ มีไต่เนินบ้างเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็พิชิตได้แล้ว ลักษณะทั่วไปเป็นป่าดิบชื้น ไม่มีตัวทากหรือคุ่นให้รำคาญใจ

ที่ตั้ง : ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี

เปิด-ปิดเวลา : 08.30-16.30 น. ทุกวัน

โทร. 08-1945-0049 , 0-3960-9666

พิกัด : https://goo.gl/maps/GACKiW5xhxLwhiRW7

80. จุดชมวิวเขาแหลมหญ้า

เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ที่หลายคนอาจจะเลือกนั่งเรือออกไปเที่ยวเกาะเสม็ด แต่ถ้าอยากเที่ยวบนฝั่งชิลๆ เขาแหลมหญ้าก็เป็นอีกจุดที่มีมุมถ่ายรูปสวยๆเยอะโดยเฉพาะในยามเย็น อย่างสะพานไม้ที่ทอดไปในทะเล และถนนข้างๆกันที่มีศาลาไลฟ์การ์ดสีขาวทรงมินิมอลโดดเด่นอยู่ปลายทาง นอกจากนี้ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติยาว 1.4 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเลียบริมทะเลแล้ววนขึ้นเขาเป็นวงกลม จุดนี้ก็ถ่ายรูปสวยเช่นกัน

ที่ตั้ง : ต.เพ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

เปิด-ปิดเวลา : 08:00-18:00 น. เปิดทุกวัน

โทร. : 0-3865-3034

พิกัด : https://goo.gl/maps/JBSVgvgpARfqDti99

81. เขื่อนเชี่ยวหลาน (เขื่อนรัชชประภา) 

เขื่อนรัชประภา หรือที่ใครๆ รู้จักกันดีว่า “เขื่อนเชี่ยวหลาน” อันเป็นชื่อดั้งเดิม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชื่อปัจจุบัน อันเป็นชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั่นเอง สำหรับตัวเขื่อนรัชชประภานั้น เป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวอเนกประสงค์ สูง 95 เมตร ยาว 700 เมตร ทะเลสาบเหนือเขื่อนก็เต็มไปด้วย ภูเขาหินปูนธรรมชาติที่มีรูปร่างต่าง ๆ แปลกตา และเมื่อธรรมชาติได้จัดวางผืนน้ำเคียงข้างกำแพงแห่งขุนเขาหินปูนได้อย่างลงตัวราวกับบรรจงสร้างมาอย่างไรอย่างนั้น ได้ทำให้ที่นี่กลายเป็นโลกใบใหม่ที่ห่มคลุมด้วยความสงบงาม

ที่ตั้ง : ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/ADaeDT94bc9zUj169

82. ภูเขาหญ้า 

ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้านหรือเขาผี เป็นภูเขาที่ไม่มีไม้ใหญ่ขึ้น ในแต่ละฤดูจะได้บรรยากาศที่สวยงามแตกต่างกันไป ในฤดูฝนมีหญ้าสีเขียวขึ้นปกคลุมแนวเขาที่ทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ บางครั้งจึงเรียกว่า ภูเขาหญ้า ส่วนในฤดูหนาวและฤดูร้อนจะได้บรรยากาศหญ้าแห้งสีน้ำตาลก็ให้ความรู้สึกไปอีกแบบ ที่ราบเชิงเขามีทางเดินเท้าสำหรับนักท่องเที่ยวขึ้นสู่บนสันเขาเพื่อชมทิวทัศน์โดยรอบแบบ 360 องศา

ที่ตั้ง : ต.หงาว อ.เมือง จ.ระนอง

พิกัด : https://goo.gl/maps/jUMGQEVqwGEUqdbg9

83. วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร 

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเดิมเรียกว่าวัดพระบรมธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดวรมหาวิหาร และมีอายุการก่อสร้างเก่าแก่ โดยมีความสำคัญทางศาสนามาแต่โบราณ อีกทั้งมีโบราณสถานที่สำคัญของประวัติศาสตร์ทางโบราณคดีและศาสนา

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ ที่ชาวนครเรียกว่าวัดพระธาตุ โบราณสถานสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็น มิ่งขวัญชาวเมืองนครศรีธรรมราชตลอดจนพุทธศานิกชนทั้งหลาย

มีความน่าอัศจรรย์ใจอีกอย่างหนึ่งจนผู้คนต่างพากันเรียกว่า “พระธาตุไร้เงา” เนื่องจาก องค์พระธาตุจะไม่มีเงาทอดลงพื้นไม่ว่าแสงอาทิตย์จะส่องกระทบไปทางไหนซึ่งยังไม่มีใครสามารถหาคำตอบได้ว่าเป็นเพราะอะไร ทำให้พระบรมธาตุเจดีย์กลางเป็นหนึ่งในอันซีนไทยแลนด์สัญลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้

ที่ตั้ง : 435 ถ.ราชดำเนิน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

พิกัด : https://g.page/Detkaphon?share

84. เกาะสมุย

เกาะที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก อยู่บริเวณอ่าวไทย 1 ใน 3 ของเกาะเป็นที่ราบ ล้อมรอบภูเขา ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงคลื่นลมสงบเหมาะแก่การท่องเที่ยวที่สุด เกาะสมุย เป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยทรายขาวมีชื่อหลายแห่ง อาทิ หาดเฉวง หาดนาเทียน หาดตลิ่งงาม หาดละไม นักท่องเที่ยวที่ต้องการหาดทราย ทะเล สายลม และแสงแดด ชายหาดที่ทอดยาวขนานไปกับทะเล ต้นมะพร้าวริมชายหาดและน้ำทะเลใสสวย ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เคยไปสมุยมาแล้วต้องหวนกลับไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

ที่ตั้ง : อ.เกาะสมุย .สุราษฎร์ธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/aADzXbbWwPom4ozz8

85. เกาะนางยวน 

เป็นเกาะที่มีเกาะเล็กๆ 3 เกาะเชื่อมกัน บรรยากาศเงียบสงบ สามารถเห็นหาดทรายเชื่อมกันเวลาที่น้ำลงเป็นเกาะที่มีหาดทรายเนื้อละเอียดขาว น้ำทะเลใสเหมาะสำหรับผู้ที่นิยมความสงบเป็นเกาะที่มีปะการังน้ำตื้นและน้ำลึกที่ยังสมบูรณ์และสวยงามที่นักนิยมการดำน้ำมักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนอยู่เสมอ

บนเกาะยังมีจุดชมทัศนียภาพที่สามารถจะมองหาดทรายสามหาดเชื่อมต่อกันได้อย่างสวยงามและมีที่พักเอกชนที่ปลูกอยู่ตามไหล่เขาที่สามารถมองเห็นความงามของท้องทะเลได้อยู่หนึ่งแห่ง

ที่ตั้ง : อ.เกาะสมุย .สุราษฎร์ธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/j9B3wfHSECQQUx9A8

86. คลองสังเน่ห์

สายน้ำเล็กๆ ที่ตัดผ่านผืนป่าอุดมสมบูรณ์ และหลายหลากด้วยพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ จนได้ฉายาว่า LittleAmazon ที่นี่ตั้งอยู่ ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า นักท่องเที่ยวจะได้ล่องเรือชมธรรมชาติ ที่รายล้อมด้วยอุโมงค์ต้นไทรขนาดใหญ่ ต้นตีนเป็ด และต้นจาก โดยมีไฮไลท์สุดเสียว คือ การชมงูสารพัดชนิด เช่น งูปล้องทอง งูเขียว และงูเหลือม ที่นอนหลับพาดตัวอยู่บนกิ่งไม้เหนือศรีษะของเรา นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นแหล่งอาศัยของนกเงือกฝูงใหญ่ ซึ่งเป็นสัตว์สงวนหายาก

ที่ตั้ง : ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

พิกัด : https://goo.gl/maps/KADAwy37JFy

87. ถนนคนเดินตะกั่วป่า

มีความยาวประมาณ 400 เมตร ตลอดสองข้างทางรายล้อมด้วยตึกเก่าแก่ สไตล์ชิโนโปตุกีส อันสะท้อนถึงความรุ่งเรืองของเมืองตะกั่วป่าในอดีต จัดขึ้นทุกเย็นวันอาทิตย์ ช่วงเดือน พ.ย. – พ.ค ของทุกปี ภายในมีของแปลกๆ ให้เลือกชิมมากมาย ใครที่ชอบบรรยากาศตึกเก่า การออกร้านขายอาหารถิ่นหากินยาก ต้องแวะมาให้ได้เลยนะ

ที่ตั้ง : ถ.ศรีตะกั่วป่า ต.ตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา

พิกัด : https://goo.gl/maps/Sx777e9oMzSK1Hpn8

88. เกาะหลีเป๊ะ 

เกาะหลีเป๊ะ หรือ เกาะลีเป๊ะ เป็นเกาะกลางทะเลอยู่ในเขตจังหวัดสตูล อยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดัง ห่างจากแผ่นดินของจังหวัดสตูล 85 กิโลเมตร เขตอำนาจการควบคุมของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตาในจังหวัดสตูล เป็นชายหาดบนเกาะที่อุดมไปด้วยท้องทะเลที่สดใสสะอาด สวยงาม เป็นเกาะที่เงียบสงบ และมีน้ำที่ตื้นเขิน จุดเด่นของทางเกาะหลีเป๊ะ คือ ความเป็นธรรมชาติของปะการังรายล้อมรอบเกาะ มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายละเอียดนิ่มนวลขาวเหมือนแป้ง เกาะหลีเป๊ะ มีชายหาดที่สำคัญ ๆ อยู่ 4 หาด ได้แก่

หาดพัทยา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะหลีเป๊ะ เป็นเกาะที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปมากที่สุด

หาดซันไรท์ อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะหลีเป๊ะ ใกล้ ๆ กับหมู่บ้านชาวเล

หาดคาร์มา อยู่ทางตอนเหนือ ซึ่งหันหน้าเข้ากับเกาะอาดัง

หาดซันเซ็ท อยู่ทางทิศตะวันตก ซึ่งหันหน้าเข้ารับแสงของพระอาทิตย์ ตามชื่อของหาด

เกาะหลีเป๊ะ เป็นเกาะที่มีความกว้างระหว่างหัวเกาะไปถึงท้ายเกาะประมาณ 3 กิโลเมตร จัดเป็นเกาะขนาดเล็ก ถือเป็นเกาะที่อยู่สุดท้ายทางตอนใต้ของทะเลอันดามันของไทย เนื่องจากพื้นที่ถัดไปคือทะเลสากลที่เชื่อมกับทะเลของประเทศเพื่อนบ้าน คือ มาเลเซีย

ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.สตูล

พิกัด : https://goo.gl/maps/UW8e9u3VHAkCuNuV6

89. ปราสาทหินพันยอด

ปราสาทหินพันยอด ชายหาดและน้ำทะเลสีเขียวมรกตที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหินหน้าตาประหลาดมองดูคล้ายปราสาทที่มียอดแหลมนับพันแห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านบ่อเจ็ดลูก ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา จังหวัดสตูล เกิดจากการยกตัวของเปลือกโลกมากว่าหลายร้อยล้านปีทำให้หินมีรูปร่างแปลกตา

การมาเที่ยวที่นี่ต้องพายเรือคายัคลอดผ่านช่องแคบเข้าไปจะพบกับความอลังการของหินทรงปราสาทแห่งนี้ นอกจากปราสาทหินพันยอด เกาะเขาใหญ่แล้ว ทางชุมชนบ้านบ่อเจ็ดลูกยังมีบริการนำเที่ยวเส้นทางพายเรือคายัคชมสันหลังมังกรตัวเล็กหรือทะเลแหวก ที่อยู่ไม่ไกลจากชายหาดบ้านบ่อเจ็ดลูกด้วยนะ

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล

พิกัด : https://goo.gl/maps/8uosF5tuFTZWMtgR8

90. พายคายัคชมถ้ำผีหัวโต

ถ้ำผีหัวโตเป็นถ้ำหินปูน การจะเข้าถึงได้ต้องพายเรือคายักเข้าไปประมาณ 15-20 นาที ลักษณะถ้ำเป็นโพรงใหญ่มีแสงสว่างส่องลอดเข้ามาได้ ภายในมีภาพเขียนสีอายุก่อนสมัยประวัติศาสตร์ เขียนเป็นรูปคนและสัตว์ เช่น จระเข้ ฝ่ามือ นก ฯลฯ นอกจากนี้บนพื้นถ้ำยังมีเปลือกหอยทับถมอยู่จำนวนมาก สันนิษฐานว่าที่นี่เคยจมอยู่ใต้ทะเลมาก่อน

เพื่อน ๆ สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่ บริษัท โชคธารา โทร. 08 1273 9762 และ บริษัทบ่อท่อซีแคนู โทร. 09 0485 9273 ราคาอยู่ที่ 300-500 บาท

ที่ตั้ง : ต.เขาทอง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ (ลงเรือที่ท่าเรือบ่อท่อ)

พิกัด : https://goo.gl/maps/QgqJvBJTfTcUh7aEA

91. เกาะพระทอง

เกาะพระทอง เกิดจากการทับถมของซากปะการังรูปทรงแบนราบ และเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดของ จ.พังงา การเดินทางต้องไปขึ้นเรือสปีดโบ๊ทที่ท่าเรือ อ.คุระบุรี ระยะทางจากชายฝั่งประมาณ 2 กม. ใช้เวลา 20-25 นาที โดยเรือจะจอดส่งที่บ้านท่าแป๊ะโย้ย ด้านฝั่งตะวันตกของเกาะ สำหรับไฮไลต์ของเกาะพระทองจะมีอยู่ด้วยกัน 2 จุด คือ ทุ่งเสม็ดขาว และทุ่งหญ้าสะวันนา

ที่ตั้ง : ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา

พิกัด : https://goo.gl/maps/HHhVevKRha449GmH6

92. เกาะพยาม

เกาะพยาม เกาะสวยใสแห่งอันดามัน เจ้าของฉายา “มัลดีฟส์เมืองไทย” เป็นฉายาของสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในบ้านเรา ทั้งแม่น้ำ ทะเล ทะเลสาบ ที่มีบรรยากาศและบางมุมมอง ชวนให้จินตนาการถึง“หมู่เกาะมัลดีฟส์” สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่ถือเป็นอีกหนึ่งเกาะในฝันสวรรค์ของคนรักทะเล

บนเกาะพยามไม่ได้มีเสน่ห์แค่เฉพาะมุมมัลดีฟส์เมืองไทยเท่านั้น หากแต่บนเกาะแห่งนี้ยังมีอีกหลายแง่มุมให้เราได้ไปสัมผัสในมนต์เสน่ห์ความงามกัน ไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติ หาดทรายชายทะเล วิวทิวทัศน์ วิถีชีวิต รอให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัสด้วยตาทั้งสองตา

ที่ตั้ง : ต.เกาะพยาม อ.เมืองระนอง จ.ระนอง

พิกัด : https://goo.gl/maps/tGfHtC5fgFGkdEfz9

93. ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด

แหล่งท่องเที่ยวสุด Unseen ที่ค่อย ๆ เผยตัวให้โลกรู้จัก เสน่ห์คือความชุ่มฉ่ำของผืนป่าและสระน้ำที่ใสสะอาดเป็นสีฟ้าคราม น่าลงแช่น้ำที่สุดเลยเว้ยแก สำหรับระเบียบการเที่ยวชมป่าต้นน้ำ ห้ามนำอาหาร เครื่องดื่ม สบู่ ยาสระผม กระดาษชำระ ภาชนะบรรจุของ และสัตว์เลี้ยงเข้าไปเด็ดขาด และมีค่าบำรุงพื้นที่ คนไทย ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท

ที่ตั้ง : ต.บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น.

โทร. 0-7720-5206

พิกัด : https://goo.gl/maps/mds5sMQpBs8Fht5DA

94. เมืองเก่าภูเก็ต 

ภูเก็ต ดินแดนแห่งไข่มุกอันดามันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรทั้งทางบกและทางทะเล เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่ต้องมาเยือนซักครั้งในชีวิต

นอกจากภูเก็ตจะเป็นที่ต้องตาต้องใจของ นักท่องเที่ยว ยังมีชุมชนย่านเมืองเก่าที่หล่อหลอมวัฒนธรรมหลากหลายรูปมารวมกัน จนเป็นชุมชนย่านเมืองเก่า ผ่านเข้าไปในย่านเมืองเก่าภูเก็ตจะสะดุดตากับตึกแถวแบบโบราณเรียงรายสองฝั่งถนน ที่เป็นร่องรอยประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคสมัยการทำเหมืองแร่เฟื่องฟู สัมผัสมนต์เสน่ห์สถาปัตยกรรมชิโน-โปรตุกีส และชมความงดงามแบบคลาสสิคของย่านเมืองเก่า และพัฒนาเมืองเก่าให้ลูกหลานได้เห็นคุณค่าสืบต่อไป

ย่านเมืองเก่าเป็นแหล่งรวมสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส ที่ยังคงรักษาไว้จนถึงปัจจุบัน มีรูปแบบวัฒนธรรมเฉพาะที่เรียกว่า “เพอรานากัน” มีพิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว เป็นแหล่งรวบรวมเรื่องราวของย่านเมืองเก่าและวิถีชีวิตวัฒนธรรมชาวจีนโพ้นทะเล ที่อพยพ มาทำเหมืองแร่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ควรแวะมาเที่ยวชมให้ได้สักครั้งหนึ่ง

ที่ตั้ง : ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

พิกัด : https://goo.gl/maps/rzDebcuQyAc3RaPV6

95. ท่าปอม คลองสองน้ำ

แหล่งศึกษาเชิงนิเวศวิทยาเพื่อเรียนรู้ความสมบูรณ์ของธรรมชาติทั้งในแง่ของทางน้ำใต้ดินและพืชพรรณที่สามารถเติบโตได้ทั้งในน้ำและบนดิน คลองสองสายน้ำมีลักษณะพิเศษคือ ลำคลองมีทั้งช่วงที่น้ำจืดสนิท และช่วงที่มีน้ำกร่อยเมื่อน้ำทะเลลดน้ำในคลองจืดสนิทยามน้ำทะเลขึ้นก็เปลี่ยนเป็นคลองน้ำเค็มได้ลำธารที่ใสสะอาดราวกระจก

อุดมไปด้วยหญ้าทะเลเขียวสดงอกงามจำนวนมากทำให้สามารถพายเรือแคนูในคลองสองน้ำได้หรือใช้เส้นทางเดินธรรมชาติ ซึ่งผ่านป่าพรุน้ำจืดและรอยต่อป่าสองถิ่นตลอดแนวลำคลอง ความยาวประมาณ 700 เมตร ตลอดทางเดินนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความงามของพื่ชวงศ์ปาล์ม และผักพื้นบ้านนานาชนิด

ที่ตั้ง : ต.เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่

พิกัด : https://goo.gl/maps/rymZyrS7Jjdhb6er5

96. เขามัทรี 

จุดชมวิวเขามัทรี อยู่บนเส้นทาง ชุมพร-ปากน้ำ-หาดทราย ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวจุดชมวิวทิวทัศน์ ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง ของชุมพร สามารถชมวิวทิวทัศน์ ได้ 360 องศา สามารถมองเห็นชุมชนปากน้ำชุมพรและชายหาดของทะเลชุมพร โดยเฉพาะใน ยามเย็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์งดงามมาก ซึ่งบริเวณจุดชมวิวมีร้านกาแฟพร้อมระเบียงชมวิวให้ได้ชมทัศนียภาพอีกด้วย

ข้างบนจุดชมวิวมีห้องน้ำให้บริการ และลานจอดรถซึ่งจอดได้ไม่มากนักด้านบนจุดชมวิวเขามัทรี มีพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปางมหาราชลีลาลักษณะคล้ายกับท่านั่งขององค์จตุคามรามเทพมองออก ไปที่ชายทะเลชุมพรด้านขวาเป็นหาดภราดรภาพ มองจากบนเขาเห็นชุมชนปากน้ำชุมพรและชายหาดปากน้ำชุมพรเป็นชุมชนขนาดใหญ่ดูสวยงามไปอีกแบบ

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร

พิกัด : https://goo.gl/maps/VQ32ViGv85QRHPXP7

97. เขาตังกวน 

เขาตังกวน เป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุ คู่เมืองสงขลา เป็นศิลปะในสมัยทวาราวดี โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.4) ได้พระราชทานเงินหลวงให้เป็นทุน ในการบูรณะปฎิสังขรณ์ และในปี พ.ศ.2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุ ให้นำมาบรรจุในองค์พระเจดีย์

เขาตังกวนเป็นสถานที่จัดงานประเพณีสำคัญของสงขลา คือ พิธีห่มผ้าองค์พระเจดีย์ประเพณีลากพระและตักบาตรเทโว ที่มีขึ้นช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี และด้วยความสูง 2,000 ฟุต จึงทำให้เขาตังกวนเป็นจุดชมทิวทัศน์ของเมืองสงขลาได้โดยรอบ

ที่ตั้ง : ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา

พิกัด : https://goo.gl/maps/iQkKnzEDnKRDgePRA

98. เกาะลังกาจิว & เกาะกุลา 

เกาะลังกาจิว ตั้งอยู่ในท้องทะเลฝั่งอ่าวไทย ในพื้นที่ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ได้รับสัมปทานรังนกจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร แต่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมได้ บริเวณรอบ ๆ ของเกาะลังกาจิวจะมีแนวปะการังหนาแน่นและสวยงามมาก น้ำทะเลสวยใส จึงสามารถมองเห็นแนวปะการังได้จากบริเวณชายหาด หาดทรายก็ขาวสะอาดตา บรรยากาศเงียบสงบ

นอกจากนี้ยังมีลายพระหัตถ์จารึกพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สลักอยู่บนผาหินหน้าปากถ้ำรังนก คราวเสด็จประพาสทอดพระเนตรการเก็บรังนกอีแอ่น ปรากฏปี ร.ศ. 108 นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวได้แบบวันเดย์ทริปจากเมืองชุมพร

ส่วนใครที่อยากจะไปกางเต็นท์นอนชิลล์ๆ ที่เกาะ แนะนำว่าให้ลองไปแคมป์ปิ้งที่เกาะกุลาดูนะครับ ได้เสน่ห์ไปอีกแบบ

ที่ตั้ง : ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร

พิกัด : https://goo.gl/maps/U9WC5FCjSEw1DP1QA

99. คลองสก แบมบูราฟ

ที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งของประเทศที่คนไทยไม่ค่อยรู้จักแต่ฝรั่งมากันเยอะมาก ไฮไลท์คือการสวมมง (หมวกหวาย) และล่องแพไม้ไผ่เริ่ด ๆ เหมือนนางพญาไปตามลำคลองสกที่ตัดผ่านผืนป่า ชมวิวเขาหินปูนรูปทรงแปลกตา พร้อมจีบนิ้วจิบชา กาแฟ ดื่มด่ำบรรยากาศ โอ้ย…ดีงามเป็นบ้า กิจกรรมนี้ใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษ แต่เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอว่ามะ

ที่ตั้ง : ต.คลองศก อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/ZcegmqkdwULftwzN6

โทร. 09-8695-8928

100. หาดทุ่งวัวแล่น

เป็นชายหาดที่สวยงามขึ้นชื่อของอำเภอปะทิว ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร ป็นชายหาดที่มีเม็ดทรายสีขาวนวลละเอียด ทอดตัวยาวสุดสายตา ลักษณะเป็นชายหาดน้ำตื้นค่อย ๆ ลาดเอียงลงทีละน้อย หาดกว้าง เหมาะแก่การเล่นน้ำ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว

ส่วนทางด้านใต้ของหาดติดภูเขาจะเป็นหาดที่มีหินอยู่มากมาย เป็นที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากของอำเภอปะทิวและของจังหวัดชุมพร หาดทรายที่มีเม็ดทรายสีขาวนวลละเอียดยาวสุดสายตา ชายหาดลาดเอียงน้อย เหมาะที่จะเล่นน้ำทะเล

ที่ตั้ง : ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร

พิกัด : https://goo.gl/maps/nixgY5ZGT82gcRPf7