หนีโควิดเที่ยวธรรมชาติ กับ 20 ที่เที่ยวอากาศดี บรรยากาศสุดชิลล์

เอาใจนักท่องเที่ยว ที่มีหัวใจรักในธรรมชาติ พักผ่อนชิลล์ๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ ดื่มด่ำบรรยากาศฟินๆ ที่จะทำให้หัวใจของคุณได้พองโต

ยิ่งเป็นหน้าฝน สถานที่ท่องเที่ยวสีเขียวเหล่านี้ยิ่งมีเสน่ห์มากเป็นพิเศษ แม้อากาศจะไม่ได้หนาวเย็นจับใจเหมือนฤดูหนาว แต่ก็จะได้ความ สดชื่น สบายตา สบายใจไปกับความเขียวขจีของป่าไม้ และเมฆหมอกสีขาวนวลชวนฝัน ที่ลอยปกคลุมอยู่ทั่วทั้งขุนเขาเข้ามาแทน

ออกไปท่องเที่ยวเติมความสดชื่นมีชีวิตชีวา กับสถานที่ท่องเที่ยวสีเขียว ในเมืองไทยกันเถอะ แล้วคุณจะได้รู้ว่า เมืองไทยของเรา ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ อีกเยอะเลย

วันนี้ เรารวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวสีเขียวในเมืองไทย มาฝากเพื่อนๆ ทุกคน แชร์ไปเก็บไว้ จบเรื่องปัญหาโควิด-19 เมื่อไหร่ แล้วเราจะได้ออกไปเที่ยวกัน

ภูทับเบิก

ภูทับเบิก สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล จ. เพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีภูมิประเทศงดงาม เต็มไปด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีทะเลหมอกและกลุ่มเมฆตัดกับยอดภูสีเขียว มีไร่กะหล่ำปลีที่ปลูกลดหลั่นไปตามไหล่เขา เป็นที่ตั้งของ เครื่องวัดอุณหภูมิที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง ที่มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ นั่นคือ เขาค้อ และ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นต้น

ชาวบ้านที่ภูทับเบิก เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง หรือแม้ว ที่อพยพย้ายถิ่นฐานลงมาจากทางภาคเหนือ และได้ใช้พื้นที่ในบริเวณนี้ปลูกฝิ่น ซึ่งเป็นยาเสพติด ในปี พ.. 2510 ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ได้ชักชวนให้ชาวเขาเหล่านี้เข้าร่วมต่อต้าน รัฐบาล แต่เมื่อรัฐบาลมีการเข้าปราบปราม และกวาดล้างผกค. ชาวบ้านจึงได้เข้ามอบตัวกับทางการ ทางการจึงได้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ขึ้น ในปี พ.. 2525  โดยหวังให้ชาวบ้านในพื้นที่เลิกปลูกฝิ่น และหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทน และต่อมาได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในที่สุด

ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามและโรอีกแห่งหนึ่ง ทั้งหน้าที่พักและบริเเวณจุดชมวิวสูงสุดซึ่งเป็นหอวัดอุณหภูมิ โดยเฉพาะหากมาในช่วงหน้าฝนประมาณ เดือนมิ..- ..มักจะ พบเห็นทะเลหมอกได้ง่ายกว่าหน้าหนาว

ที่ตั้ง : .วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

พิกัด : https://goo.gl/maps/9pi92cgUvCjA9qDS9

ทุ่งโปรงทอง

ทุ่งโปรงทองแลนด์มาร์คท่องเที่ยวต้องห้ามพลาดของจังหวัดระยอง ที่ไม่ว่าใครก็อยากจะแวะมาเที่ยวที่นี่ให้ได้สักครั้งหนึ่ง

ที่นี่ถือเป็นไฮไลต์ของการเดินทางท่องเที่ยวปากน้ำประแสร์ สัมผัสความงามของทุ่งโปรงทอง โดยเฉพาะในยามเช้าตรู่และยามเย็น เมื่อแสงสีทองของดวงอาทิตย์สาดทอแสง ลงไปยังต้นโปรงทั่วท้องทุ่ง ย้อมให้ต้นโปรงเหล่านั้นกลายเป็นสีทอง ซึ่งเป็นที่มาของคำว่าทุ่งโปรงทองนั่นเอง

นอกจากจะได้ถ่ายภาพสวยๆ ในทุ่งโปรงทองแล้ว นักท่องเที่ยวยังจะได้เพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์รอบๆตัว หรือจะล่องเรือชมป่าชายเลนโดยรอบ รวมทั้งสามารถเดินศึกษาธรรมชาติไปตามสะพานไม้ที่พาลัดเลาะเข้าไปในป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์มากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของภาคตะวันออกเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : .ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง

พิกัด : https://goo.gl/maps/YJr8sLQq5zoQDfdM6

เขื่อนรัชชประภา (เชี่ยวหลาน)

เขื่อนรัชประภา หรือที่ใครๆ รู้จักกันดีว่าเขื่อนเชี่ยวหลานอันเป็นชื่อดั้งเดิม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นชื่อปัจจุบัน อันเป็นชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั่นเอง สำหรับตัวเขื่อนรัชชประภานั้น เป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวอเนกประสงค์ สูง 95 เมตร ยาว 700 เมตร ทะเลสาบเหนือเขื่อนก็เต็มไปด้วย ภูเขาหินปูนธรรมชาติที่มีรูปร่างต่าง ๆ แปลกตา และเมื่อธรรมชาติได้จัดวางผืนน้ำเคียงข้างกำแพงแห่งขุนเขาหินปูนได้อย่างลงตัว ราวกับบรรจงสร้างมาอย่างไรอย่างนั้น ได้ทำให้ที่นี่กลายเป็นโลกใบใหม่ที่ห่มคลุมด้วยความสงบงาม

และด้วยการที่ที่นี่ สัญญาณโทรศัพท์มือถือนั้นเข้ามาไม่ถึง จึงทำให้นักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้ามาที่นี่นั่น ได้พักผ่อนอย่างสงบ ได้ชาร์จแบตเตอรี่ชีวิตอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่มีอะไรรบกวน ลองมานอนแพที่นี่ดูสักคืนสองคืน รับรองว่าจะต้องประทับใจที่แห่งนี้ได้ไม่ยาก น้ำใส ไหลเย็น มองเห็นตัวปลา กิจกรรมทางน้ำเพียบ ธรรมชาติก็สวยงาม อากาศดี ภูเขาสลับซับซ้อน เป็นสุดยอดวิว ที่ใครเห็นก็ต้องหลงรัก

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่บอกได้คำเดียวเลยว่า มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม ที่หลายคนอยากจะไปสัมผัสด้วยตัวเองให้ได้สักครั้งหนึ่ง

ที่ตั้ง : .เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี

พิกัดhttps://goo.gl/maps/ADaeDT94bc9zUj169

ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด

แหล่งท่องเที่ยวสุด Unseen ของเมืองคนดี สุราษฎร์ธานี บอกเลยว่าที่นี่ น้ำใสราวกับกระจก กำลังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จากนักท่องเที่ยวในวงกว้าง ด้วยความที่เป็นป่าต้นน้ำ จึงทำให้ป่าที่นี่นั้นอุดมสมบูรณ์ชุ่มฉ่ำ ทำให้น้ำที่นี่ใสบริสุทธิ์มากๆ เหมาะกับการพาลูกเด็กเล็กแดงมาเล่นน้ำคลายร้อน

สิ่งที่น่าชื่นชมอีกอย่างของที่นี่ นั่นคือระบบการจัดการที่มีระเบียบ คือ ห้ามนำอาหาร เครื่องดื่ม สบู่ ยาสระผม กระดาษชำระ ภาชนะบรรจุของ และสัตว์เลี้ยงเข้าไปเด็ดขาด และมีค่าบำรุงพื้นที่ คนไทย ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาทมีล็อกเกอร์ให้ยืมใช้เก็บของมีห้องน้ำห้องอาบน้ำพร้อมสรรพมาเที่ยวที่นี่รับรองได้เลยว่าไม่ผิดหวัง

ที่ตั้ง : .บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี

เวลาเปิดปิด : วันธรรมดา เปิดตั้งแต่ 9.00 – 17.00 . / เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดตั้งแต่ 8.00 – 18.00 .

พิกัด : https://goo.gl/maps/TR87fzBakbF8L7599

ภูเขาหญ้า

ภูเขาหญ้า หรือเขาหัวล้าน , เขาผีเป็นเนินเขาลูกเล็กๆที่ไม่มีไม้ใหญ่ขึ้นอยู่เลยจึงเป็นที่มาของชื่อนั่นเองในแต่ละฤดูจะได้บรรยากาศที่สวยงามแตกต่างกันไปในฤดูฝนมีหญ้าสีเขียวขึ้นปกคลุมแนวเขาที่ทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ส่วนในฤดูหนาวและฤดูร้อนจะได้บรรยากาศหญ้าแห้งสีน้ำตาลก็ให้ความรู้สึกสวยงามไปอีกแบบ

มีทางเดินเท้าสำหรับนักท่องเที่ยวขึ้นสู่บนสันเขาเพื่อชมทิวทัศน์โดยรอบแบบ 360 องศาได้ด้วยนะ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสีเขียว ที่ควรแวะไปเที่ยวให้ได้

ที่ตั้ง : .หงาว อ.เมือง จ.ระนอง

พิกัดhttps://goo.gl/maps/jUMGQEVqwGEUqdbg9

สะพานซูตองเป้

สะพานซูตองเป้ หรือที่มีสมญานามว่าสะพานไม้แห้งศรัทธา  สถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอนซูตองเป้เป็นภาษาไทใหญ่ แปลว่า อธิษฐานสำเร็จ ซึ่งมีความเชื่อกันว่า หากได้มายืนอยู่กลางสะพานแห่งนี้ แล้วตั้งจิตอธิษฐานขออะไร ก็จะประสบความสำเร็จ

ที่นี่เป็นสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เกิดจากความศรัทธาในพระพุทธศาสนาและการร่วมแรงร่วมใจของพระภิกษุและชาวบ้านในพื้นที่ ช่วยกันลงมือลงแรง สานพื้นสะพานด้วยไม้ไผ่ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างสวนธรรมภูสมะ วัดเล็กๆ บนเนินเขา กับหมู่บ้านกุงไม้สัก ข้ามผ่านทุ่งนา และลำคลองสายเล็ก ๆ เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านที่อยู่คนละฟากฝั่ง ได้ใช้สัญจรไปมาระหว่างหมู่บ้านกับวัดได้สะดวกยิ่งขึ้น

ช่วงเวลาไฮไลท์ของที่นี่คือช่วงเช้า พระสงฆ์จะเริ่มบิณฑบาตประมาณเวลา 06.00 . ของทุกวัน โดยจะเดินจากสะพานฝั่งสวนธรรมภูสมะ ข้ามไปยังหมู่บ้าน และจะเดินกลับผ่านมายังสะพานและ กลับไปยังสวนธรรมภูสมะ ประมาณช่วงเวลา 7.00 – 8.00 . ของทุกวัน ถือเป็นช่วงเวลาทองของที่นี่เลยทีเดียว

ที่ตั้ง : .ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

พิกัด : https://goo.gl/maps/LVmZkHkFSMkEe3MN7

โครงการพระราชดำริปางตอง2 (ปางอุ๋ง)

ปางอุ๋งหรือที่มีชื่อเต็มว่าโครงการพระราชดำริปางตอง2”  สถานที่ท่องเที่ยวในดวงใจของใครหลายๆคน รวมถึงผมด้วย เป็นที่เที่ยวที่สวยงามเสียจนได้ชื่อว่าสวิสเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทยเลยทีเดียว

ภูมิประเทศของที่นี่เต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีอ่างเก็บน้ำอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบไปด้วยป่าสนสองใบ สนสามใบและดอกไม้เมืองหนาว  ช่วงเช้าๆ จะเห็นหมอกหนาลอยอยู่เรี่ยผืนน้ำ เป็นที่มาของชื่อปางอุ๋งนั่นเอง มีหงส์ขาวและหงส์ดำที่ว่ายน้ำเล่นไปมาเป็นฉากหลัง อากาศหนาวเย็น บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ ไปเลย

ด้วยความสวยงามและโรแมนติก จึงทำให้ที่นี่ เป็นสถานที่กางเต็นท์ยอดนิยม หรือใครที่ไม่ชอบนอนเต็นท์ บริเวณโดยรอบก็มีโฮมสเตย์และรีสอร์ทของชาวบ้านในพื้นที่ให้บริการอยู่หลายแห่ง

เส้นทางขึ้นปางอุ๋งสูงชันและแคบ ต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง

ที่ตั้ง : .หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

พิกัด : https://goo.gl/maps/bdCGa2cAgm97AWtk6

ปัว

เมืองปัว หรือที่มีชื่อโบราณอันไพเราะ ว่าวรนคร  อำเภอที่ได้ชื่อว่า เป็นอำเภอที่น่าเที่ยวที่สุดอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน เป็นเสมือนจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ที่จะต้องแวะมาสัมผัสมนต์เสน่ห์ของเมืองกลางหุบเขาแห่งนี้ให้ได้สักครั้งหนึ่ง

ปัว เป็นอำเภอใหญ่ ภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วัดภูเก็ต , วัดร้องแง วัดพระธาตุเบ็งสกัด น้ำตกศิลาเพชร ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ ดอยภูคา หรือจะมาใช้เวลาชิลล์ๆ พักผ่อนหย่อนใจกัน ร้านกาแฟผ้าทอลำดวนผ้าทอไทลื้อ ร้านกาแฟหลักสิบ วิวหลักล้าน จิบกาแฟเสร็จ ก็ไปเลือกซื้อผ้าทอพื้นเมืองไทลื้อ ก็ถือว่าเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ

ที่ตั้ง : .วรนคร อ.ปัว จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/VSkw53FU6yAALyUM7

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีพื้นที่ครอบ คลุมในท้องที่ 8 อำเภอของ จ.น่าน มีพื้นที่ทั้งหมด 1,704 ตารางกิโลเมตรมีความอุดมสมบูรณ์ของสภาพป่าอันจะเห็นได้จากการพบพืชพรรณและสัตว์ป่าหายากหลากหลายชนิดและนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดน่าน

จุดที่สามารถชมต้นชมพูภูคาได้สะดวกที่สุดอยู่ริมทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1256 (บัวบ่อเกลือ) ใกล้กับศาลเจ้าหลวงภูคา โดยทางอุทยานแห่งชาติจัดทำเป็นระเบียงไม้ยื่นออกไปให้ยืนชมต้นชมพูภูคาที่ ยืนต้นสูงขึ้นมาจากหุบเขา ดอกชมพูภูคาสามารถพบได้ไม่กี่แห่งในโลก ซึ่งจะผลิดอกบานในช่วงเดือนมกราคมกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของดอยภูคา

จุดชมวิวที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่ง นั่นคือ ลาน 1715 ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1715 เมตร เป็นจุดชมวิว ชมทะเลหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้น และอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง เป็นจุดพักรถสุดท้ายที่ทุกคนจะต้องแวะ ก่อนที่จะลงไปสู่ อ.บ่อเกลือ

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อ.ปัว จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/iB7wCf5znrGUTSXH7

บ่อเกลือ

เมืองสวยในหุบเขาของ จ.น่าน  เป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในด้านการทำเกลือบนภูเขา ที่ไม่มีที่ใดเหมือนที่ใดในโลก  เป็นเกลือสินเธาว์ ที่สามารถบริโภคได้ บ่อเกลือนี้มีมาแต่โบราณ และยังได้นำไปจำหน่ายยังกรุงสุโขทัย เชียงใหม่ เชียงตุง หลวงพระบาง ไปจนถึงแคว้นสิบสองปันนา ในประเทศจีนเลยทีเดียว สันนิษฐานว่าเมื่อหลายล้านปีก่อน พื้นที่บริเวณนี้ อาจเคยเป็นทะเลมาก่อน

เมื่อก่อนนี้จะมีบ่อเกลือหลายบ่อ แต่เดี๋ยวนี้ได้แห้งไปหมด เหลืออยู่เพียงสองบ่อเท่านั้น ชาวบ้านจะเรียกว่า บ่อเหนือ และบ่อใต้ บ่อเหนืออยู่ริมแม่น้ำ  ส่วนบ่อใต้ห่างออก ไปราว 500 เมตรติดเชิงเขาท้ายหมู่บ้านชาวบ้านที่นี่ยังมีอาชีพทำเกลือซึ่งเป็นอาชีพที่ทำมาตั้งแต่สมัยครั้งโบราณ

ด้วยอำเภอบ่อเกลือ มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม โอบล้อมด้วย ขุนเขาเขียวขจี จึงทำให้ บ่อเกลือ กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน ที่รอคอยให้นักเดินทาง เดินทางฝ่าเส้นทางที่สูงชัยเข้ามาสัมผัสกลิ่นไอของธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์

ที่ตั้ง : .บ่อเกลือใต้ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/bhyFySpo9NqRBSJa7

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง หรือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้ง เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศไทย ตั้งอยู่ในจังหวัดอุทัยธานี และมีพื้นที่ติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรในพื้นที่จังหวัดตากและจังหวัดกาญจนบุรี ที่อยู่ทางทิศตะวันตก ถือเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของผืนป่าตะวันตกของประเทศไทย และเป็นผืนป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคอาเซียน

ห้วยขาแข้ง เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าหายากหลายชนิด บางชนิดใกล้สูญพันธุ์ เช่น สมเสร็จ, เก้งหม้อ, เลียงผา, กระทิง, วัวแดง, ควายป่า ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ทางธรรมชาติ ที่ถือว่าเป็นแห่งสุดท้ายแล้วในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาศัยของเสือโคร่ง ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วยนะ พบว่ามีประมาณ 70–80 ตัวเลยทีเดียว

และที่สำคัญ ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จะมีสัตว์ป่าที่เป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวที่นิยมการเที่ยวแบบผจญภัยหรือนักถ่ายภาพธรรมชาติอยู่ทั้งสิ้น 7 ชนิด เรียกกันว่า “Big 7” ได้แก่ ช้าง, เสือโคร่ง, เสือดาว, ควายป่า, วัวแดง, กระทิง และสมเสร็จ ซึ่งถือเป็นสัตว์ที่หาชมได้ยากมากๆ ใครที่เป็นสายป่าเขาห้ามพลาด

ที่ตั้ง : .ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี

โทรศัพท์ : 08-5725-8433

พิกัด : https://goo.gl/maps/dX5SWtgYRR3FibhF9

หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย

หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย” หรือ “บ้านควาย” .ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี สร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และรักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมอันดีงามของเมืองไทย

ภายในหมู่บ้านสะท้อนให้เห็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ผ่านกลุ่มหมู่บ้านชาวนาไทยแบบเรียบง่าย อาทิ บ้านเรือนไม้แบบเรือนปลายนา ที่มีอุปกรณ์ดำรงชีวิตในอดีตต่างๆ ที่เก็บไว้ให้ศึกษา ไม่ว่าจะเป็นหม้อดิน สุ่มจับปลา เกวียน คันไถ กระเดื่องตำข้าว เครื่องสีข้าวโบราณ  เป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิตของชาวบ้านในสมัยก่อน ที่ทางบ้านควายได้รวบรวมสิ่งเหล่านี้ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชมกัน

ผู้ที่มาเที่ยวที่บ้านควาย ยังจะไกด้พบกับการย้อนอดีตวิถีชีวิตของชาวนาไทย ผ่านการแสดงการสาธิตการปลูกข้าว หว่านข้าว ไถนา คราดนา ดำนา ซึ่งถือเป็นสิ่งที่หาชมไดยากในปัจจุบัน เหมาะกับการพาลูกหลาน ไปเที่ยวชมเพื่อซึมซับบรรยากาศของเมืองไทยในสมัยก่อนอีกด้วย

ไฮไลต์อีกอย่างหนึ่งนั่นคือ การแสดงโชว์ความสามารถของควายแสนรู้ เริ่มตั้งแต่การให้ข้อมูลเกี่ยวกับเกี่ยวกับเรื่องของควายก่อน เช่น ประวัติความเป็นมาและสายพันธุ์ของควายไทย การบังคับควายให้เดินเลี้ยวซ้ายขวา การสั่งให้ควายสวัสดีผู้ชมโดยนั่งโน้มตัวลงไปที่พื้นและก้มหัวลง จากนั้นสั่งให้ควายนอนแนบลงไปกับพื้น และสุดท้ายสั่งให้ควายยิ้ม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโชว์ที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้เป็นอย่างดี

ที่ตั้ง : 222 .วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี

เวลาเปิดปิด : 035 582 591

พิกัด : https://goo.gl/maps/LQcin8P3b8rT8wGS7

โรงไฟฟ้าแม่เมาะ

หากคุณคิดว่าแม่เมาะมีแต่เหมือง มีแต่ฝุ่นควัน มีแต่มลพิษ ผมบอกเลยว่าคุณคิดผิดไปแล้วล่ะ เพราะที่นี่พัฒนาแล้ว เป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และสังคมเป็นที่ตั้ง จนปัจจุบันแม่เมาะได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของ จ.ลำปาง ที่นี่เป็นแหล่งถ่านหิน ที่ถูกค้นพบตั้งแต่ ปีพ..2460 มีปริมาณมากถึง 630 ล้านตัน ในพื้นที่ประมาณ 20,000 ไร่ และสามารถนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าให้ประชาชนได้ใช้งานไปอีกประมาณ 50 ปีเลยทีเดียว

ภายในมีสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้มากมาย อาทิ พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษาฯ พิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ภายในประกอบด้วย ห้องจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ นิทรรศการธรณีวิทยา นิทรรศการเหมืองและโรงไฟฟ้า พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งจำลองสภาพการทำเหมือง ฯลฯ นอกจากความรู้และความสวยงามภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ฯแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถสัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติโดยรอบ ซึ่งตกแต่งเป็นสวนพฤกษชาติ จัดแสดงพรรณไม้ต่าง ๆ เอาไว้ในบรรยากาศชาวเหมือง มีหอชมนก ทุ่งดอกไม้ จุดชมวิวที่สวยงามเพียบ

มาลำปางรอบหน้า ลองแวะมาท่องเที่ยวสีเขียวในเหมืองแม่เมาะดูนะครับ รับรองว่าจะต้องถูกใจ และได้ประสบการณ์แปลกใหม่แน่นอน

ที่ตั้ง : .แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

พิกัด : https://goo.gl/maps/gqX4r6KTV498NFUZ6

ป่าชายเลน บ้านท่าระแนะ

สัมผัสความมหัศจรรย์ของป่าชายเลนบ้านท่าระแนะ ป่าชายเลนที่มีอายุเก่าแก่นับร้อยปี นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือผ่านเส้นทาง ซึ่งจะลัดเลาะเข้าไปในคลอง ผ่านป่า 3 ประเภท ซึ่งแตกต่างจากป่าชายเลนที่อื่นๆ คือ ป่าชายเลนที่นี่ มีทั้งต้น ป่าโกงกาง ป่าจาก และป่าตะบูน โดยเฉพาะต้นตะบูน ที่ขึ้นกันแน่นขนัด ราวกับหลุดเข้าไปในโลกดึกดำบรรพ์  นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมลานตะบูนที่เต็มไปด้วยรากไม้ตะบูนที่แผ่ขยายพันเกี่ยวไปทั่วบริเวณจนเกิดเป็นภาพที่แปลกตาสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง

นอกจากนี้ทางชุมชนยังมีกิจกรรมอื่นๆ ด้วย เช่น การนวดแบบ สปาเจ๊ก เพื่อสืบสานวัฒนธรรมชนพื้นเมืองตราดเชื้อสายจีน รวมทั้ง จิบชาร้อยรู อยู่ร้อยปี ซึ่งเป็นสมุนไพรท้องถิ่นที่ชาวบ้านเชื่อว่าช่วยรักษาโรคมะเร็ง รวมทั้งร่วมปลูกหัวร้อยรูเพื่อเป็นการอนุรักษ์สมุนไพรท้องถิ่นอีกด้วยนะ

ที่ตั้ง : .หนองคันทรง อ.เมือง จ.ตราด

พิกัด : https://goo.gl/maps/Rg8dVkavu1wJ2qaMA

อ่างเก็บน้ำห้วยตาโบ

ไม่ต้องไปไกลถึงแม่ฮ่องสอน เราก็สามารถอยู่ในบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับที่ปางอุ๋งได้ แค่จันทบุรีนี่เอง

เอาใจสายธรรมชาติ แคมป์ปิ้ง กางเต็นท์ชิลล์ๆ ชมวิวขุนเขาสวยๆ ในราคาจ่ายหลักร้อย แต่วิวหลักล้าน ที่อ่างเก็บน้ำห้วยตาโบตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติพลิ้วที่ 2 .มะขาม จ.จันทบุรี ใกล้ตัวเมืองแค่นิดเดียวเท่านั้น ห่างจากสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล และชุมชนริมน้ำจันทบูร แค่ประมาณ 12 โลเมตรเท่านั้นเอง แต่บรรยากาศสงบเหมือนกับว่าหลุดเข้ามาอยู่ในอีกโลกหนึ่ง

บรรยากาศที่นี่ฟินมากๆ สามารถมากางเต็นท์แคมป์ปิ้ง ทำปิ้งย่าง นอนดูดาว กับคนรู้ใจ กับครอบครัว หรือแก็งค์เพื่อน บรรยากาศโรแมนติก มองไปทางไหนก็เจอต้นไม้เขียวขจีสบายตา ได้อยู่ท่ามกลางขุนเขา อากาศดีๆ ยิ่งตอนเช้าๆ อากาศก็เย็น แถมยังมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติอีกด้วยนะ

ค่าบริการกางเต็นท์ : ฟรี ต้องเตรียมเต็นท์มาเอง ห้องน้ำดี ใช้งานได้ มีร้านค้า  สามารถประกอบอาหารได้ แต่ห้ามก่อไฟที่พื้นดิน

อ่างเก็บน้ำห้วยตาโบ

ที่ตั้ง : .อ่างคีรี อ.มะขาม จ.จันทบุรี

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา  6:00–18:00 .

พิกัด : https://goo.gl/maps/dqaVEQqe6oBKQv518

ท่าปอม คลองสองน้ำ

สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งของ จ.กระบี่ ที่นี่เป็นแหล่งศึกษาเชิงนิเวศวิทยาเพื่อเรียนรู้ความสมบูรณ์ของธรรมชาติทั้งในแง่ของทางน้ำใต้ดินและพืชพรรณที่สามารถเติบโตได้ทั้งในน้ำและบนดิน คลองสองน้ำ เป็นคลองที่มีลักษณะพิเศษคือ ลำคลองมีทั้งช่วงที่น้ำจืดสนิท และช่วงที่มีน้ำกร่อย เมื่อน้ำทะเลลด น้ำในคลองจะจืดสนิท แต่เมื่อใดที่น้ำทะเลขึ้นหนุน ก็จะเปลี่ยนเป็นคลองน้ำเค็ม กลายเป็นลำธารสีครามที่น้ำใสสะอาดราวกับกระจก มีจุดที่ชาวบ้านจัดไว้ให้เล่นน้ำในลำคลองได้อีกด้วยนะ

อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจของที่นี่ นั่นคือการพายเรือแคนู ล่องไปในคลองสองน้ำได้ หรือใครที่ไม่สะดวกพายเรือ ก็สามารถเดินเล่นในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผ่านป่าพรุน้ำจืด และรอยต่อป่าสองถิ่นตลอดแนวลำคลอง มีความยาวประมาณ 700 เมตร ตลอดเส้นทาง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความงามของพื่ชวงศ์ปาล์ม และผักพื้นบ้านนานาชนิด

เป็นอีกหนึ่งสถานที่สีเขียวต้องห้ามพลาดเลยล่ะ

ที่ตั้ง : .เขาคราม อ.เมือง จ.กระบี่

พิกัดhttps://goo.gl/maps/rymZyrS7Jjdhb6er5

ล่องแก่งแม่ละเมา

ใครอยากเปิดประสบการณ์การล่องแก่ง หรือจะไปลองซ้อมมือด้วยการล่องแก่งเบาๆ ไม่ค่อยโหดมากนัก เราแนะนำให้มาเริ่มต้นที่นี่ล่องแก่งแม่ละเมา โดย แม่ละเมา อีโค่ทัวร์  ที่นี่ถือเป็นเส้นทางล่องแก่งที่ไม่ยากระดับ 1-2 เท่านั้น ใช้เวลาไม่นาน และสามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย

ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นเต้นกับการผจญภัย ล่องเรือยางไปบนลำน้ำแม่ละเมาที่มีสายน้ำไม่เชี่ยวกรากเท่าใดนั มีแก่งหินให้ได้ตื่นเต้นกันบ้างเป็นระยะๆ ที่นี่ไม่เหมือนกับการล่องแก่งที่อื่น เพราะคุณจะต้องล่องแพยางไป แล้วก็แวะจับปลาไปตามรายทาง เพื่อนำไปประกอบอาหารกินกัน ปิ้งหมู ปิ้งปลา หลามข้าว กินกับน้ำพริกกะเหรี่ยง ถือเป็นการแคมป์ปิ้งเล็กๆ  ภายในป่า ก็ดูสนุกและมีสีสันไปอีกแบบ

ใช้เวลาล่องแพไม่นานมาก เป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้จบภายในวันเดียว ล่องแพจนไปถึงจุดจอดแพ ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

ที่ตั้ง : 337 หมู่ 1 .พะวอ อ.แม่สอด จ.ตาก

โทรศัพท์ : 08 9267 2002

FB : https://www.facebook.com/jujhanicha/

พิกัด : https://goo.gl/maps/tLDjRfsfNX1iMvBb7

อุทยานแห่งชาติปางสีดา

หากพูดถึงเทศกาลชมผีเสื้อในแต่ละปี ต้องปรากฏชื่ออุทยานแห่งชาติปางสีดาอยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน เพราะด้วยความสมบูรณ์ของผืนป่าในอุทยานแห่งชาติปางสีดา ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งอาศัยของผีเสื้อป่าหลากหลายสายพันธุ์ นับล้านๆ ตัว นอกจากนี้ ที่ปางสีดา ยังเป็นป่าผืนใหญ่ในเขตรอยต่อหลายจังหวัด ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด รวมทั้งนกหลากหลายสายพันธุ์กว่า 300 ชนิด ด้วยลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ที่ปกคลุมด้วยสภาพป่าหลายประเภท ทั้งป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมที่แห่งนี้จึงกลายเป็นสวรรค์สำหรับคนรักธรรมชาติ

ไฮไลท์อีกอย่าง ของการมาเที่ยวปางสีดา นั่นคือ การไปสัมผัสความสวยงามและชุ่มฉ่ำของน้ำตกปางสีดา น้ำตกที่มีลักษณะเป็นสายน้ำทิ้งตัวจากหน้าผาสูง 8 เมตร ลงสู่เบื้องล่างที่เป็นแอ่งกว้างร่มรื่นและเหมาะกับการเล่นน้ำคลายร้อนพักผ่อนหย่อนใจ นอกจากนี้ ภายในอุทยานยังมีลานกางเต็นท์ และจุดชมวิวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง รอคอยให้นักเดินทางสายธรรมชาติ ได้แวะเวียนไปเที่ยวพักแรม กางเต็นท์ในบรรยากาศสุดชิลล์

ที่ตั้ง : .ท่าแยก อ.เมือง จ.สระแก้ว

พิกัด : https://goo.gl/maps/gQ5DAJMq7trn396v6

ต้นจามจุรียักษ์

ต้นจามจุรียักษ์ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คของ จ.กาญจนบุรี เป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจและไม่ไกลจากตัวเมืองกาญจนบุรีมากนัก ต้นจามจุรียักษ์มีอายุมากกว่า 100 ปี ขนาด 10  คนโอบรัศมีทรง พุ่มเฉลี่ย 25.87 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางร่มเงาประมาณ 51.75  เมตร ความสูงจากพิ้นดินถึงยอด 20เมตร มีพื้นที่ของพุ่มประมาณ 1 ไร่ 2 งาน 4 วา  ซึ่งปัจจุบันหาชมต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ยาก แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมให้ร่มเงาไปทั่วบริเวณ

ปัจจุบัน ได้จัดทำสะพานไม้เป็นวงกลม ล้อมรอบต้นไม้  เพื่อช่วยป้องกันให้นักท่องเที่ยวไม่เดินไปเหยียบรากต้นไม้หรือขีดขูดต้นไม้ขอโชคขอลาภตามความเชื่อ เนื่องจากต้นไม้มีอายุเก่าแก่มากกว่า 100 ปี  เกรงว่าจะได้รับความเสียหาย  

ที่ตั้ง : .เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

พิกัด : https://goo.gl/maps/XyA5gGHtHRErzW287

สวนศรีนครเขื่อนขันธ์

สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ สวนร่มรื่นขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 200 ไร่พร้อมเส้นทางจักรยานให้ขี่ชมธรรมชาติท่ามกลางพันธุ์ไม้นานาชนิดนอกจากจะเป็นปอดแห่งใหญ่ให้กับคนกรุงเทพฯยังเป็นบ้านของนกประจำถิ่นและอพยพอีกมากมายนอกจากนี้ในสวนยังมีจุดนั่งพักผ่อนริมทะเลสาบกว้างๆสะพานไม้เลียบริมทะเลสาบเรือนเพาะชำหอดูนก

เหมาะสำหรับที่จะแวะมาเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ แล้วก็เช่าจักรยานสักคัน ปั่นออกกำลังกาย สูดอากาศบริสุทธิ์

ที่ตั้ง : .วัดราษฎร์รังสรรค์ ต.บางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

เปิดปิดเวลา : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 5.00 – 19.00 .

พิกัด : https://goo.gl/maps/6QgL6bf1ncgkan7U6