20 ที่เที่ยวภาคเหนือสวยสะกดใจ ปีนี้ต้องไปสักครั้ง

ถ้าคุณกำลังมองหาที่เที่ยวสวยๆ แล้วล่ะก็ บอกเลยว่า ลองไปเที่ยวที่ภาคเหนือดูสิครับ รับรองว่าไม่ผิดหวัง

ด้วยภูมิประเทศที่สวยงาม เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน บางแห่งมองไปเบื้องล่างเห็นทะเลหมอกสีขาวนวลชวนฝันลอยละล่อง  มีศิลปวัฒนธรรมแบบล้านนาที่อ่อนช้อยวิจิตรงดงาม อากาศก็เย็นสบาย เที่ยวได้ตลอดทั้งปี ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนที่ไปเที่ยวที่ภาคเหนือ ต่างก็ตกหลุมรักดินแดนแคว้นล้านนาแห่งนี้กันแทบทุกคน

วันนี้พวกเรารวบรวม 20 สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ในภาคเหนือมาฝาก  รับรองว่าแต่ละที่นั้นสวย จนคุณอยากจะไปเยือนให้ได้สักครั้งหนึ่ง

แชร์ไปให้เพื่อนให้แฟน ให้ครอบครัว เก็บไว้เป็นท็อปลิสต์ของคุณได้เลย เราคัดมาให้เน้นๆแล้วจ้า

1.โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)

ปางอุ๋งหรือที่มีชื่อเต็มว่าโครงการพระราชดำริปางตอง2”  สถานที่ท่องเที่ยวในดวงใจของใครหลายๆคน รวมถึงผมด้วย เป็นที่เที่ยวที่สวยงามเสียจนได้ชื่อว่าสวิสเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทยเลยทีเดียว

ภูมิประเทศของที่นี่เต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีอ่างเก็บน้ำอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบไปด้วยป่าสนสองใบ สนสามใบและดอกไม้เมืองหนาว  ช่วงเช้าๆ จะเห็นหมอกหนาลอยอยู่เรี่ยผืนน้ำ เป็นที่มาของชื่อปางอุ๋งนั่นเอง มีหงส์ขาวและหงส์ดำที่ว่ายน้ำเล่นไปมาเป็นฉากหลัง อากาศหนาวเย็น บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ ไปเลย

ด้วยความสวยงามและโรแมนติก จึงทำให้ที่นี่ เป็นสถานที่กางเต็นท์ยอดนิยม หรือใครที่ไม่ชอบนอนเต็นท์ บริเวณโดยรอบก็มีโฮมสเตย์และรีสอร์ทของชาวบ้านในพื้นที่ให้บริการอยู่หลายแห่ง

เส้นทางขึ้นปางอุ๋งสูงชันและแคบ ต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง

ที่ตั้ง : .หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

พิกัด : https://goo.gl/maps/bdCGa2cAgm97AWtk6

2.บ้านรักไทย

อีกหนึ่งไฮไลท์ของแม่ฮ่องสอน ที่ใครๆ หลายคนใฝ่ฝัน ว่าจะเดินทางมาพักผ่อนในโฮมสเตย์ในไร่ชาของบ้านรักไทยที่นี่ให้ได้

ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานอพยพ โดยเป็นอดีตทหารจีนคณะชาติ กองพล 93ก๊กมินตั๋งที่อพยพหนีภัยสงครามเข้ามาอยู่ในเมืองไทยและได้พำนักอยู่ที่นี่เป็นการถาวร

ที่นี่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล กว่า 1,776 เมตร เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับการปลูกชาพันธุ์ดีและพืชเมืองหนาว ทิวทัศน์ของ หมู่บ้านโอบล้อมไปด้วยทิวเขาสูงสลับซับซ้อน ทำให้อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีทะเลสาบกลางหมู่บ้าน บ้านเรือนที่ปลูกก็เป็นแบบจีน ดูสวยงามแปลกตา มีมุมให้ถ่ายรูปสวยๆ เพียบ ทั้งไร่ชา กำแพงเมืองจีนจำลอง หรือจะนึกสนุกใส่ชุดจีนโบราณถ่ายรูปชิคๆ ก็ดูน่าสนุกไปอีกแบบ

ที่ตั้ง : .หมอกจำแป่ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

พิกัด : https://goo.gl/maps/7yFzJF8rakoDh4TL6

3.ก๋วยเตี๋ยวลอยฟ้าบ้านจ่าโบ่

ร้านก๋วยเตี๋ยวลอยฟ้าบ้านจ่าโบ่ ถือเป็นร้านชื่อดังของแม่ฮ่องสอน ที่ใครๆ หลายคนอยากแวะมากิน และสัมผัสความสวยงามอลังการของที่นี่ด้วยตัวเอง หลายคนตั้งฉายาให้ว่าก๋วยเตี๋ยวราคาหลักสิบวิวหลักล้าน

รสชาติของก๋วยเตี๋ยวที่นี่นั้นก็ถือว่าใช้ได้ แต่วิวที่อยู่เบื้องหน้าเราต่างหาก ที่ทำให้ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กต้มยำชามนี้ อร่อยขึ้นร้อยเท่าพันทวีจนแทบไม่ต้องปรุงเลยทีเดียว

หรือถ้าใครติดใจอยากจะแวะพักที่นี่ซักคืน ที่นี่ก็มีโฮมสเตย์เล็กๆ ของชาวบ้าน ให้บริการอยู่หลายแห่งครับ ราคาไม่แพง วิวสวยสุดๆเลยล่ะ

ที่ตั้ง : .ปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

โทรศัพท์ : 096 195 2685

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 7.00 – 16.00 .

พิกัด : https://goo.gl/maps/QnaHcabvZC5oxiwu6

4.วัดพระธาตุดอยสุเทพ

สถานที่ท่องเที่ยวที่ถือเป็นไฮไลท์ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องแวะไปเที่ยวให้ได้เลย นั่นก็คือวัดพระธาตุดอยสุเทพนั่นเอง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเชียงใหม่ ผู้ที่เดินทางมาสักการะที่วัดแห่งนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดนาค 300 ขั้น เพื่อไปยังด้านบนพระธาตุ หรือถ้าไม่สะดวก ก็สามารถใช้บริการรถเคเบิ้ลคาร์ ขึ้นลง ได้สบายๆ

ตามประวัติแล้วเชื่อกันว่า เดิมภูเขาแห่งนี้เป็นที่อยู่ของฤาษีนามว่าสุเทวะซึ่งตรงกับคำว่าสุเทพอันเป็นที่มาของชื่อดอยสูงแห่งนี้ โดยวัดพระธาตุดอยสุเทพนี้สร้างขึ้นเมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ในสมัยพระเจ้ากือนาธรรมิกราช เจ้าหลวงเมืองเชียงใหม่องค์ที่ 6 เพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ได้ทรงอัญเชิญมาจากเมืองศรีสัชนาลัย

ตามตำนานเล่าว่า พระเจ้ากือนาธรรมิกราช ทรงแยกพระบรมสารีริกธาตุไว้เป็นสองส่วน โดยอัญเชิญองค์หนึ่งบรรจุไว้ที่พระธาตุวัดสวนดอก ส่วนอีกองค์หนึ่งได้อัญเชิญขึ้นบนหลังช้างมงคล โดยพระเจ้ากือนาธรรมิกราชทรงตั้งจิตอธิษฐานเสี่ยงทายว่าหากช้างเชือกนั้น หยุดลงตรงที่ใดก็จะให้สร้างพระธาตุขึ้น ณ ที่แห่งนั้น ซึ่งช้างเชือกดังกล่าวได้มาหยุดลงตรงยอดดอยสุเทพแห่งนี้ โดยทำทักษิณาวรรตสามรอบก่อนที่จะล้มลง (ตาย) ดังนั้นพระเจ้ากือนาธรรมิกราชจึงทรงรับสั่งให้สร้างพระบรมธาตุอันเป็นที่ ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุ ณ ยอดดอยสุเทพ อยู่คู่ฟ้าคู่ดินเชียงใหม่มานับแต่นั้น และถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิด ของคนที่เกิดในปีมะแมอีกด้วย

สิ่งที่ไม่ควรพลาดอีกหนึ่งเรื่องก็คือ เมื่อได้มานมัสการพระธาตุดอยสุเทพแล้ว ควรมากราบอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ที่ประดิษฐานอยู่ตรงเชิงดอยสุเทพเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

ที่ตั้ง : .สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

พิกัด : https://goo.gl/maps/gMRPvw6ps6kZajXC9

5.สวนดอกไม้ แม่ริม

สถานที่ท่องเที่ยวที่มาแรงที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา คงจะหนีไม่พ้นบรรดาสวนไม้ดอกไม้ประดับหลากสี ที่ ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่ฮอตฮิต มีหลายสวน หลายสี ให้เลือกไปได้ตามใจชอบ

แต่งตัวชิคๆ เตรียมพรอพสวยๆมาให้พร้อม หาตากล้องดีๆ มาสักคน จากนั้นก็แล้วแต่ใครจะหามุมสวยหล่อกันตามสบาย เมื่อดอกไม้บานสะพรั่งเต็มพื้นที่ ยิ่งได้แสงยามเย็นอุ่นๆ ถ่ายออกมาแล้วยังไงก็สวยแน่นอน รับรองว่าจะมีรูปสวยๆ ให้โพสต์ลงโซเชียลอีกเยอะจนเลือกไม่ถูกเลยล่ะ

ที่ตั้ง : .เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

พิกัด : https://goo.gl/maps/XULB2Fx53gmhVurf7

6.สวนแม่ฟ้าหลวง (ดอยตุง)

สวนแม่ฟ้าหลวง สวนดอกไม้เมืองหนาวในหุบเขาบนดอยตุง สร้างขึ้นตั้งแต่ปีพ.. 2535 มีการปลูกไม้ดอกหลากสีสันสวยงามหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไปตลอดทั้งปี ออกดอกไม่ซ้ำกันตลอดทั้งสามฤดู

ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาชมความงดงามได้ตลอดทั้งปี ภายในสวนแม่ฟ้าหลวง ยังมีประติมากรรมความต่อเนื่องซึ่งเป็นรูปปั้นเด็กยืนต่อตัวอยู่ที่กลางสวนนอกจากนี้ยังจัดแต่งสวนหินซึ่งประดับด้วยหินภูเขากลมเกลี้ยงขนาดใหญ่สวนน้ำอุดมด้วยไม้น้ำพันธุ์ต่างๆบัวและสวนปาล์มที่รวบรวมปาล์มไว้มากมายหลายชนิด

สำหรับใครที่เดินชมสวนแม่ฟ้าหลวง เดินถ่ายภาพ เดินเซลฟี่กันจนเหนื่อยแล้ว ในสวนแม่ฟ้าหลวง มีร้านกาแฟน่ารักๆ อีกแห่งนึง ตั้งอยู่ใจกลางสวนดอยตุง คาเฟ่” ที่นี่มีกาแฟรสชาติดี ซึ่งได้จากการปลูกบนดอยตุงนั่นเอง ส่วนใครที่ไม่ชอบกินกาแฟ ก็มีเมนูจากถั่วแมคคาเดเมีย ที่ถือเป็นอีกหนึ่งของดีบนดอยตุง ให้ได้ชิมกัน

โดยสวนแม่ฟ้าหลวง เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30-18.00. ค่าธรรมเนียมในการเข้าชม ท่านละ 90 บาท  แต่ถ้าใครชอบความคุ้มค่า จะซื้อตั๋วแบบเหมาเป็นแพคเกจรวมแบบ One day pass ในราคาเพียง 200 บาท สามารถเข้าชมได้ทั้งพระตำหนักดอยตุง, สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง (ดอยช้างมูบ), สวนแม่ฟ้าหลวง และหอแห่งแรงบันดาลใจได้ทั้งหมด

อีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่ นั่นคือดอยตุง ทรี ท็อป วอล์กทางเดินเรือนยอดไม้ดอยตุง กิจกรรมแอดเวนเจอร์องสวนแม่ฟ้าหลวง ระยะทางร่วม 300 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที จัดเป็นเส้นทางที่ไม่ยาวมากแต่ยังได้ความสั่นและเสียวเล็กๆ เพราะอยู่สูงจากพื้นดินกว่า 30 เมตรเลยล่ะ

ที่ตั้ง : .แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

พิกัด : https://goo.gl/maps/t1nJuHKUAfHBBtBu8

7.วัดพระธาตุหริภุญชัย

สถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ที่สำคัญที่สุดของจังหวัดลำพูน ชนิดที่ที่ว่า ถ้ามาเที่ยวลำพูน แล้วไม่ได้แวะมาสักการะพระธาตุหริภุญชัยเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้วล่ะก็ ถือว่ามาไม่ถึงเมืองลำพูนแห่งนี้เลยทีเดียว

ที่นี่เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี สร้างขึ้นในสมัยของพญาอาทิตยราช พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จามเทวีวงศ์ ราวพุทธศตวรรษที่ 17 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โดยสร้างเป็นเจดีย์ทรงลังกาฐานเหลี่ยม ปิดทองจังโกฐทั้งองค์ งดงามยามที่ต้องแสงอาทิตย์

นอกจากผู้ที่มีจิตศรัทธาจะมาเดินเวียนรอบองค์พระธาตุเพื่อสักการะพระธาตุและเสริมสิริมงคลสำหรับคนที่เกิดในปีระกาแล้วภายในวัดยังมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ให้ชมอีกมากมายทั้งวิหารหลวงซุ้มประตูสุวรรณเจดีย์เป็นต้น

ส่วนใครมองหาของที่ระลึก ของฝากจากเมืองลำพูน แค่ข้ามถนนมาก็ถึงแล้ว เพราะบริเวณตรงข้ามกับวัดวัดพระธาตุหริภุญชัย มีตลาดเล็กๆ ที่มีชื่อว่ากาดขัวมุงให้แวะเข้าไปชิมช้อปใช้อีกด้วย

ที่ตั้ง : .ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน

พิกัด : https://goo.gl/maps/R4k3cap2xcKRY7LF8

8.วัดภูมินทร์

มีคนเคยพูดไว้ว่า ถ้ามาเที่ยวที่เมืองน่าน แล้วไม่ได้แวะเข้ามาไหว้พระสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดภูมินทร์แล้วล่ะก็ ถือว่ามาไม่ถึงเมืองน่านเลยล่ะ

วัดภูมินทร์ เป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของเมืองน่าน สร้างขึ้นเมื่อ พ..2138 โดยวัดภูมินทร์จะมีลักษณะแปลกกว่าวัดอื่นๆ คือ เป็นวัดที่มีอุโบสถและวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกัน เป็นทรงจตุรมุข มีนาคปั้นสะดุ้งขนาดใหญ่แห่แท่นอุโบสถไว้กลางลำตัว ตรงใจกลางของอุโบสถมีการประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ ประทับนั่งบนฐานชุกชีหันหลังเข้าหากัน นอกจากนี้ยังมีสถาปัตยกรรมภายในของวัดภูมินทร์ก็มีความสวยงามตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมสุโขทัย

และที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวก็คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง นั่นคือ ภาพปู่ม่านย่าม่าน หรือที่รู้จักกันในชื่อกระซิบรักบันลือโลก  ฝีมือของหนานบัวผัน จิตรกรเอกของเมืองน่าน ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์คของเมืองน่านที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาถ่ายรูปเช็คอินกันแทบทุกคน

ที่ตั้ง : .ผากอง ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/vVKeYtoVxbcK7Hqt5

 9.วัดพระธาตุเขาน้อย

อีกหนึ่งวัดสำคัญของเมืองน่าน ตั้งอยู่บนดอยเขาน้อย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 250 เมตร ใครที่มีแรงเหลือก็สามารถเดินขึ้นบันไดจากด้านล่าง ผ่านบันไดนาค 303 ขั้นเพื่อขึ้นไปด้านบนหรือใครที่ไม่สะดวกก็สามารถขับรถขึ้นไปจอดที่ด้านบนเขาได้เลย

วัดแห่งนี้สร้างโดยมเหสีรองของ พญาภูเข็ง อดีตเจ้าผู้ครองนครน่าน และได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ในส่วนขององค์พระธาตุโดยตลอด จนกระทั่งมีการบูรณะครั้งใหญ่ ในสมัยของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ โดยนายช่างใหญ่ชาวพม่า ชื่อหม่องยิง จนทำให้วัดนี้มีกลิ่นอายศิลปะแบบพม่าปะปนอยู่ไม่น้อย  ที่นี่ถือเป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้งเลยทีเดียว

ด้วยความเป็นวัดที่อยู่บนเขาสูง เมื่อขึ้นไปยืนบนยอดเขา ก็จะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองน่านได้อย่างชัดเจน จุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามอยู่ตรงลานปูน เป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ ที่มีชื่อว่าพระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่านสร้างขึ้นเมื่อปี พ.. 2542 และที่สำคัญถือเป็นจุดเดียวที่มองเห็นเมืองน่านได้จากมุมสูง ถือเป็นไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของเมืองน่านเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : .ผาสิงห์ อ.เมือง จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/ZJEZcUN7G2DV79JZ6

10.ดอยเสมอดาว

ถ้าให้พูดถึงสถานที่กางเต็นท์นอนดูดาวยอดฮิตขึ้นมาสักแห่งหนึ่ง หลายๆ คนคงจะนึกถึงดอยเสมอดาว  ขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆเลยใช่มั้ยล่ะ

ดอยเสมอดาว ตั้งอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน  มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ มีเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน และ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด โดยมีดอยเสมอดาวซึ่งเป็นภูเขายอดตัดที่มีลานกว้างเหมาะสำหรับการกางเต็นท์นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปพักผ่อนกางเต้นท์นอนได้มีจุดชมวิวตามแนวสันเขาสามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตกและที่สำคัญที่ดอยเสมอดาวนี้นักท่องเที่ยวสามารถขับรถขึ้นมาได้ถึงจุดกางเต็นท์เลยเดินเท้าเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้นทำให้ที่นี่เป็นที่กางเต็นท์ยอดนิยมที่เหมาะสำหรับกลุ่มคนทุกเพศทุกวัย

นอกจากที่จะสามารถดูดาว ได้อย่างชัดเจนในช่วงกลางคืนแล้ว ช่วงเช้าของที่ดอยเสมอดาว ก็สวยไม่แพ้กัน เพราะที่นี่จะเป็นอีกจุดหนึ่งที่สามารถชมความสวยงามของทะเลหมอกสีขาวนวลชวนฝัน ที่สวยงามไม่แพ้ใคร

ที่ตั้ง : .ศรีษะเกษ อ.นาน้อย จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/3XX7A418FSGfMjV69

11.ดอยสกาด

ดอยสกาด ตั้งอยู่ในเขตอำเภอปัว จังหวัดน่าน อยู่บนแนวเทือกเขาดอยภูคา ห่างจากตัวเมืองปัวประมาณ 22 กม. เท่านั้น ใช้เวลาเดินทางจากปัว แค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว เป็นถนนลาดยางอย่างดีตลอดทั้งเส้น  เส้นทางคดโค้งไปมา แต่ไม่สูงชันเท่าไหร่นัก รถทุกชนิดสามารถสัญจรได้ไม่ยากเย็น

เมื่อเข้าสู่เขตของดอยสกาด ก็จะมองเห็นบ้านเรือนของชาวบ้าน ปลูกแทรกอยู่ตามไหล่เขา บางหลังมีต้นชา หรือที่ชาวบ้านที่นี่เรยีกว่าเมี่ยงปลูกอยู่ในบริเวณบ้านด้วย พันธุ์ที่นิยมปลูกบนดอยสกาดคือชาอัสสัมซึ่งมีปลูกทั้งแบบเพาะเมล็ดพันธุ์เองและขึ้นเองตามธรรมชาติและที่สำคัญที่นี่มีการปลูกกาแฟกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันถือเป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นดีอีกแห่งหนึ่งของเมืองน่าน

ที่นี่มีโฮมสเตย์ของชาวบ้านเปิดให้บริการอยู่ไม่กี่แห่งนะครับ เป็นที่พักขนาดเล็ก ต้องจองก่อน ใครที่ได้ไป รับรองว่าจะต้องติดใจ จนอยากจะกลับมาที่ดอยสกาดอีกแน่นอน

ที่ตั้ง : .สกาด อ.ปัว จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/DP5XtG7iDHrwabJu9

12.ดอยสวนยาหลวง

ดอยสวนยาหลวง ตั้งอยู่ในเขตเชื่อมต่อ ระหว่าง อ.ปง จ.พะเยา กับ อ.ท่าวังผ่าน จ.น่าน  เส้นทางที่จะเข้าจากทางปกติ มาสู่หมู่บ้านสันเจริญนั้นสูงชัน และแคบ นักท่องเที่ยวจะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก แต่รับรองว่าคุณจะต้องตื่นตาตื่นใจกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์  ใครที่เป็นนักท่องเที่ยวสายลุย จะต้องชอบที่นี่อย่างแน่นอน เพราะคุณจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวเขาเผ่าเมี่ยน (เย้า) ซึ่งยังคงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม

รถยนต์ของนักท่องเที่ยว จะต้องจอดที่หมู่บ้านสันเจริญเท่านั้น ไม่สามารถขึ้นไปบนยอดดอยสวนยาหลวงได้ เพราะเส้นทางนั้นสูงชัน และอันตราย มีเหวสูงตลอดระยะทาง หากไม่ชำนาญเส้นทางก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายๆ เลย

แต่เดิม พื้นที่แถวๆ ดอยสวนยาหลวง ถือเป็นแหล่งปลูกฝิ่นแหล่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ต่อมาด้วยพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นห่วงในเรื่องความเป็นอยู่ของราษฎร จึงได้พัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ด้านต่าง ๆ จนชาวบ้านในพื้นที่เลิกปลูกฝิ่นและหันมากาแฟที่เป็นพืชเศรษฐกิจแทน

ที่นี่เป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นดี อีกแห่งหนึ่งของเมืองน่าน มีกาแฟหลากหลายสายพันธุ์ให้นักท่องเที่ยวที่หลงใหลในรสชาติของกาแฟได้ชิมกัน  และถ้าได้ดริปกาแฟกินกันสดๆ บนยอดดอยสวนยาหลวงแล้วล่ะก็ ก็ยิ่งเพิ่มความฟินขึ้นเป็นสองเท่าเลย

ที่ตั้ง : บ้านสันเจริญ อ.ท่าวังผา จ.น่าน

พิกัด : https://goo.gl/maps/cTU6TFXVG4vQHLwG9

13.แพะเมืองผี

แพะเมืองผี อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของจ.แพร่ เกิดจากธรรมชาติสร้างสรรค์ความงามขึ้น นักธรณีวิทยาประมาณอายุสถานที่แห่งนี้ว่า น่าจะเกิดขึ้นประมาณ 2 ล้านปีมาแล้ว

แพะเมืองผีเป็นภาษาพื้นเมืองของทางภาคเหนือ คำว่าแพะในสำเนียงของชาวแพร่ออกเสียงว่าแป๊ะหมายถึง ใช้เรียกชื่อป่าประเภทหนึ่ง มีลักษณะเป็นป่าโปร่งโล่งคล้ายกับคำว่าป่าละเมาะ แต่ทึบกว่า ส่วนคำว่าเมืองผีหมายถึงดินแดนเร้นลับ เพราะไม่มีผู้คนหรือแม้กระทั่งโค กระบือ ผ่านไปมาอดีตเลย ณ ที่แห่งนี้เลย สถานที่แห่งนั้นมีความเงียบเงา วังเวง น่ากลัว จนไม่มีผู้คนกล้าเข้ามาเพราะกลัวหลงป่า ดังนั้นแพะเมืองผีก็คือ บริเวณป่าที่เงียบ วังเวงและน่ากลัว แพะเมืองผีมีรูปร่างที่แปลกตาน่าสนใจซึ่งเป็นหิน ดิน และทรายถูกกัดกร่อน ชะล้างและผุพังตามธรรมชาติเกิดเป็นหน้าผา เสาดินที่มีรูปร่างต่างๆ เกิดเป็นแท่ง เป็นหย่อม มีรูปร่างแตกต่างกันไป แล้วแต่จินตนาการ

ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของเมืองแพร่ ที่หากว่ามีโอกาสมาเที่ยวที่แพร่ จะต้องแวะมาถ่ายรูปเช็คอินฟินๆ ให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็ถือว่ามาไม่ถึงเมืองแพร่เลยล่ะ

ที่ตั้ง : .น้ำชำ อ.เมือง จ.แพร่

พิกัด : https://goo.gl/maps/DfRA36Eyy3ZEBPH9A

14.ภูสอยดาว

ฟิตร่างกายให้พร้อม ตุนเสบียงให้แน่น แล้วไปพิชิตภูสอยดาวหนึ่งในเส้นทางเดินป่าที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดของเมืองไทย

ภูสอยดาว ตั้งอยู่ในเขตของอทุยานแห่งชาติภูสอยดาว โดยยอดสูงสุดของภูสอยดาว มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,102 เมตร ซึ่งถือเป็นยอดดอยที่สูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศไทย ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของทุ่งดอกหงอนนาค ที่มีสีม่วงสวยงาม มีเสน่ห์ ปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณในทุกช่วงฤดูฝน ราว ๆ เดือนสิงหาคมกันยายน ของทุกปี   เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ได้ชื่อว่า ดินแดนแห่งน้ำค้างเที่ยงวัน เพราะเป็นสถานที่ที่มีหมอกปกคลุมอยู่เกือบตลอดทั้งวัน 

สำหรับเส้นทางพิชิตลานสน ภูสอยดาว นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าขึ้นเขาลาดชัน และผ่านเนินวัดใจทั้งหมด 5 เนิน คือ เนินส่งญาติ, เนินปราบเซียน, เนินป่าก่อ, เนินเสือโคร่ง และเนินมรณะ ซึ่งถือเป็นเนินสุดท้าย ที่ลาดชันที่สุด จนแทบจะต้องใช้สี่ขา คลานอย่างเดียว รวมระยะทางประมาณ 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดิน 4 – 6 ชั่วโมง โดยรวมแล้วถือว่าไม่ได้ยากมากครับ เหมาะสำหรับนักเดินป่ามือใหม่ (ที่สุขภาพแข็งแรง)

ถ้าใครอยากดูทะเลหมอก ให้มาที่ภูสอยดาวได้เลย รับรองว่าไม่ผิดหวัง

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ต.ห้วยมุ่น อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์

พิกัด : https://goo.gl/maps/CDewSzq9GCKttgdY9

15.บ้านเพราะช้าง

บ้านเพราะช้างตั้งอยู่ติดกับชายแดนพม่า มีเพียงแม่น้ำเมยที่กั้นเอาไว้ ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวปกาเกอะญอ ที่มีอาชีพเลี้ยงช้าง และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์เลี้ยงช้างด้วยตัวเอง

ความพิเศษของที่นี่คือ การให้ช้างได้อยู่ในสภาวะที่เหมือนกับธรรมชาติจริงๆ จะไม่มีการขึ้นขี่หลังช้างใดๆ ทั้งสิ้น เลี้ยงเหมือนเพื่อน เหมือนญาติสนิทในครอบครัวเลย แถมเป็นการส่งเสริมให้ชาวบ้านในพื้นที่มีรายได้ โดยที่ไม่ต้องนำช้างออกไปเร่ร่อนหากินนอกพื้นที่

กิจกรรมของที่นี่มีหลายรูปแบบ และหลายแพคเกจ ทั้งการทำวิตามินช้าง พอกโคลนสปาให้กับช้าง ปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารให้กับช้าง และอาบน้ำให้ช้าง โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ช้างที่นี่เชื่องมากๆ เชื่อฟังคำสั่งของควาญช้างเป็นอย่างดี ออกแนวจะขี้เล่นและซนเสียด้วยซ้ำ

บอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกรูปแบบหนึ่งครับ สนุกมากๆ อยากให้ทุกคนลองไปสัมผัส

ที่ตั้ง : บ้านยะพอ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก

พิกัด : https://goo.gl/maps/LhSHhmSTtXaKEhre6

โทรศัพท์ : 09 4605 8492

FB: https://web.facebook.com/prorchangyaphor/

16.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือชื่อที่เรียกกันทั่วไปว่าวัดใหญ่ตั้งอยู่ที่ ถนนพุทธบูชา ริมฝั่งแม่น้ำน่านด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เป็นพระอารามหลวง ชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในฐานะสถานที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นวัดที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย มีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และประติมากรรมที่งดงามยิ่ง ถือได้ว่าเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของเมืองพิษณุโลก

เป็นเสมือนแลนด์มาร์คของเมืองสองแควที่ไม่ว่าใครที่มาเที่ยวที่นี่ ก็ต้องแวะมากราบไหว้สักการะขอพรกันทุกครั้งไป

ที่ตั้ง : .พุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

พิกัด : https://goo.gl/maps/XnnJALF4gexDwrJSA

17.อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานกรุงสุโขทัย ศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรสุโขทัย ซึ่งเคยมีอำนาจอยู่บริเวณภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทยในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-19

ผังเมืองสุโขทัยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูเมืองอยู่ตรงกลางกำแพงเมืองแต่ละด้าน ภายในยังเหลือร่องรอยพระราชวังและวัดอีก 26 แห่งวัดที่ใหญ่ที่สุดนั่นคือวัดมหาธาตุอุทยานแห่งนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยกรมศิลปากรด้วยความช่วยเหลือจากองค์การยูเนสโก

นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าขี่จักรยานหรือนั่งรถรางสำหรับเที่ยวชมภายในอุทยานประวัติศาสตร์ฯได้โดยภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยมีโบราณสถานที่น่าสนใจหลายแห่งอย่างเช่นวัดมหาธาตุวัดศรีชุมวัดช้างรอบวัดศรีสวายวัดตะพานหินวัดชนะสงครามวัดตระพังเงินวัดตระพังทองวัดตระพังทองหลางฯลฯ

นอกจากนี้ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีพระบรมราชานุสาวรีย์ของพ่อขุมรามคำแหงมหาราช และหลักศิลาจารึกจำลอง ไว้ให้ประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยวได้มาสักการะ อีกทั้งยังมีการจำลองกระดิ่งร้องทุกข์ในสมัยสุโขทัย ซึ่งเคยตั้งอยู่ที่หน้าประตูเมืองให้สำหรับไพร่ฟ้าประชาชนได้สั่นกระดิ่งสำหรับร้องทุกข์ต่อพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เพราะในสมัยนั้นสุโขทัย ปกครองด้วยระบอบพ่อปกครองลูกนั่นเอง

ที่ตั้ง : .เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย

พิกัด : https://goo.gl/maps/GS2nFSq2NkFxVJYz9

18.ภูทับเบิก

ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่ตำบลวังบาล จ. เพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีภูมิประเทศงดงาม เต็มไปด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ อุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีทะเลหมอกและกลุ่มเมฆตัดกับยอดภูสีเขียว มีไร่กะหล่ำปลีที่ปลูกลดหลั่นไปตามไหล่เขา เป็นที่ตั้งของ เครื่องวัดอุณหภูมิที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และยังเป็นเส้นทางเชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง ที่มีประวัติศาสตร์ที่สำคัญ นั่นคือ เขาค้อ และ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นต้น

ชาวบ้านที่ภูทับเบิก เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง หรือแม้ว ที่อพยพย้ายถิ่นฐานลงมาจากทางภาคเหนือ และได้ใช้พื้นที่ในบริเวณนี้ปลูกฝิ่น ซึ่งเป็นยาเสพติด ในปี พ.. 2510 ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ได้ชักชวนให้ชาวเขาเหล่านี้เข้าร่วมต่อต้าน รัฐบาล แต่เมื่อรัฐบาลมีการเข้าปราบปราม และกวาดล้างผกค. ชาวบ้านจึงได้เข้ามอบตัวกับทางการ ทางการจึงได้มีการจัดตั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดเพชรบูรณ์ขึ้น ในปี พ.. 2525  โดยหวังให้ชาวบ้านในพื้นที่เลิกปลูกฝิ่น และหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทน และต่อมาได้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในที่สุด

ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องของจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามและอลังการอีกแห่งหนึ่ง ทั้งหน้าที่พักและบริเเวณจุดชมวิวสูงสุดซึ่งเป็นหอวัดอุณหภูมิ โดยเฉพาะหากมาในช่วงหน้าฝนประมาณ เดือนมิ..- ..มักจะ พบเห็นทะเลหมอกได้ง่ายกว่าหน้าหนาว

ที่ตั้ง : .วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

พิกัด : https://goo.gl/maps/9pi92cgUvCjA9qDS9

19.พาสาน (อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา)

พาสาน อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของปากน้ำโพ ตั้งอยู่บริเวณแหลมเกาะยม จุดที่แม่น้ำใหญ่สองสายมาบรรจบกัน นั่นคือแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา  ชื่อพาสานมีที่มาจากคำว่าผสานคือ การรวมกัน แต่พาสานคือ การพาคนเข้าไปสานให้เกิดการผสมผสานกันระหว่าง คน สถานที่ และสภาพแวดล้อมนั่นเอง

ตอนนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้แล้ว สามารถเตรียมชุดเก๋ๆ ไปถ่ายรูปเช็คอินกันได้ รถยนต์สามารถเข้าถึง หรือจะจอดรถไว้ที่ฝั่งศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์ เจ้าแม่ทับทิม หรือฝั่งตลาด ก็สามารถขึ้นเรือข้ามฟาก ข้ามมาที่พาสานได้ ค่าบริการไปกลับ คนละ 20 บาทเท่านั้นเอง

ที่ตั้ง : แหลมเกาะยม อ.เมือง จ.นครสวรรค์

พิกัด : https://goo.gl/maps/dhoLBxW88XW4mv4k6

20.วัดถ้ำเขาวง

แค่เดินเข้ามาในบริเวณวัดก็ต้องรู้สึกแปลกตากับภูมิทัศน์งดงามของเรือนไทยขนาด 4 ชั้นที่สร้างอยู่บนเขาหินปูน ด้านหน้ามีบ่อน้ำขนาดใหญ่ สะพานไม้ รายล้อมด้วยต้นไม้และสวนสวย เดินขึ้นไปตามบันไดเรือนไม้จะพบกับวิหารที่ชั้น 2 ส่วนชั้น 3 มีรูปปั้นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ในบรรยากาศกุฏิจำลอง

ส่วนชั้นบนสุดคือโบสถ์ที่ประดิษฐานพระประธาน ชั้นนี้สร้างด้วยไม้สักเก่านำมาจากเรือนไทยแถวพระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง ส่วนข้างหลังเรือนไม้ในชั้นนี้ มีทางเดินต่อไปยังถ้ำเขาวงได้ด้วย ตลอดทางจะได้เดินเลียบไปกับน้ำตกเทียมและพรรณไม้ เป็นการจัดภูมิทัศน์ที่สวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติมากจริงๆ

ที่ตั้ง : .บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/6LwJVhNAzkbA1p5RA