เที่ยวทะเล สัมผัสชุมชนน่ารัก 3 วัน 2 คืน @ ประจวบคีรีขันธ์

เดี๋ยวนี้ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้มีชื่อแค่หัวหิน แต่ยังมีที่เที่ยวสวยๆ แบบอันซีน เข้าถึงชุมชนติดทะเล ที่มีทั้งเรื่องเล่า ความร่วมแรงร่วมใจ ภูมิปัญญา และเสน่ห์ให้ค้นหา กลายเป็นประสบการณ์ให้  “รัก แลก พบ” ในแบบที่จะหาไม่ได้จากการมา “เที่ยวทะเล” ครั้งไหนๆ

สำหรับทริปนี้เราเดินทางไปเช็คอินฟินเมืองประจวบฯ 3 วัน 2 คืน โดยเรามีแพลนไปเที่ยวตามลิสต์นี้

Day 1 : เที่ยวจากป่าสู่ทะเล

จุดชมวิวเขาหินเหล็กไฟ

จุดชมวิวเขาหินเหล็กไฟ ใครที่มาเที่ยวหัวหินทีไรก็อยู่แค่หน้าหาดกับรีสอร์ท ลองขึ้นมาชมวิวหัวหินจากมุมสูงกันที่เขาหินเหล็กไฟ หรือที่คนหัวหินเรียกว่า เขาเรดาห์ นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปของรัชกาลที่ 7 ซึ่งชาวหัวหินได้ร่วมกันสร้างไว้เพื่อเป็นที่รำลึกนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเป็นที่อยู่ของฝูงลิงย่อมๆ ที่ไม่มีพิษภัยแล้ว

ยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 162 เมตรนี้ ยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองและทะเลอ่าวหัวหินได้แบบพานอรามา แถมยังมีจุดชมวิวให้เลือกถึง 6 จุด ซึ่งให้มุมมองหัวหินต่างกันไปคนละอารมณ์ โดยช่วงเวลาชมวิวที่สวยที่สุดคือช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและตก

ที่ตั้ง : อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาเปิด-ปิด : 06:00-20:00 น. ทุกวัน

ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี

ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี เมื่อมาถึงปากน้ำปราณ แนะนำว่าอย่าพลาดแวะมาเดินเล่นชมธรรมชาติป่าชายเลนกันที่นี่ เพราะจะได้ทั้งความร่มรื่นและเรียนรู้เรื่องการฟื้นฟูป่าชายเลนจากพื้นที่เสื่อมโทรมอย่างเห็นภาพชัดเจน จากอดีตนากุ้งร้างที่หมดสัมปทาน แต่ด้วยน้ำพระราชหฤทัยของรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาที่ปราณบุรี ทำให้เกิดความพยายามที่จะปลูกป่าชายเลน และพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนในที่สุด

หลังจากชมวิดีทัศน์เล่าถึงที่มาของโครงการแล้ว ตลอดเส้นทางศึกษาธรรมชาติจะได้ชมทั้งพรรณไม้ชายเลนนานาชนิดที่หนาแน่นซึ่งล้วนปลูกด้วยมือมนุษย์ บรรดาสัตว์ชายเลนไม่ว่าจะเป็นปูแสม ปลาตีน กุ้งดีดขัน หอยชนิดต่างๆ เป็นต้น

ความแตกต่างระหว่างป่าชายเลนดั้งเดิมและป่าปลูกใหม่โดยมีคลองคอยคั่นกลาง จุดถ่ายรูปอินฟินิตี้ หอชะคราม ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวกว้างไกลได้ 360 องศาในระดับยอดไม้ รวมทั้งอาคารพิพิธภัณฑ์ที่จะได้ซึมซับเรื่องความสำคัญของป่าชายเลนกลับไปอย่างเต็มอิ่ม

ที่ตั้ง : ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาเปิด-ปิด : 08:30-16:30 น. ทุกวัน

โทร. : 032 632 255

ถ้ำม้าร้อง บ้านฝ่ายท่า

ถ้ำม้าร้อง บ้านฝ่ายท่า เป็นถ้ำที่อยู่ในบริเวณวัดเขาถ้ำม้าร้อง อ.บางสะพาน เรียกว่าเป็นถ้ำที่สวยงามและอันซีนแห่งหนึ่ง เมื่อแรกมาถึงจะพบกับพระสังกัจจาย ประดิษฐานอยู่บริเวณปากถ้ำให้ผู้ศรัทธาได้สักการะขอพรก่อนเข้าถ้ำ เมื่อเข้ามาในถ้ำจะพบกับความงดงามของหินงอกหินย้อยที่ยังเติบโตจากสายน้ำที่ไหลหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนั้นยังได้ตื่นตากับพระพุทธรูปที่ประดิษฐานเรียงรายตลอดทางเดินภายในถ้ำ นำทางไปสู่โถงต่างๆ ทั้งโถงประดิษฐานพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่ ที่ระหว่างทางจะได้พบกับค้างคาวเกาะห้อยหัวอยู่บนเพดานถ้ำนับร้อยตัว หินย้อยที่มีรูปร่างคล้ายหัวม้าซึ่งเป็นที่มาของชื่อถ้ำแห่งนี้

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้ำนี้ยังมีความพิเศษอย่างยิ่งต่อชาวประจวบคีรีขันธ์ เพราะภายในมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งไม่เคยเหือดแห้ง เชื่อว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์จึงถูกนำไปใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานพิธีครบรอบ 60 พรรษา และ 72 พรรษา ของรัชกาลที่ 9 รวมทั้งงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของรัชกาลที่ 10

ที่ตั้ง : บ้านฝ่ายท่า ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาเปิด-ปิด : 08:00-17:00 น. ทุกวัน

โทร. : 032 691 207

คลองปากปิด บ้านฝ่ายท่า

คลองปากปิด บ้านฝ่ายท่า สัมผัสเสน่ห์ป่าชายเลนแบบใกล้ชิดไปกับการพายคายัคในคลองปากปิด แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านฝ่ายท่า อ.บางสะพาน แต่เดิมเป็นคลองที่น้ำเน่าเสียจากการทำนากุ้ง จนกระทั่งนากุ้งปิดกิจการจากไป ชาวบ้านจึงร่วมมือกันพลิกฟื้นสภาพป่าชายเลนโดยรอบ และเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาชมความสวยงามได้ทุกวัน

โดยคลองปากปิดเป็นคลองสาขาจากคลองบางสะพาน เหตุที่เรียกว่าปากปิด ก็เพราะปลายคลองแห่งนี้มีสันทรายมาทับถมคั่นกลางจากทะเล แต่ก็เป็นทางออกทะเลที่สำคัญโดยเฉพาะเวลาน้ำหนุนสูง จึงเป็นอีกทางน้ำที่มีการขุดทรายระบายน้ำไว้เพื่อป้องกันน้ำท่วมพื้นที่อ.บางสะพาน

กิจกรรมน่าสนใจจึงเป็นบริการให้เช่าพายเรือคายัคไปยังปากคลองที่เชื่อมต่อกับทะเล ระหว่างทางจะได้ชมความสมบูรณ์ของป่าชายเลนสองข้างทาง รวมทั้งนกเฉพาะถิ่น

ใครที่ติดต่อมาล่วงหน้าเป็นหมู่คณะ ชาวบ้านก็จะเตรียมของว่างแสนอร่อยไว้รอ รวมทั้งพาไปปลูกป่าชายเลนที่มีให้เลือกทั้งกล้าโกงกางและเมล็ดจาก ส่วนวันเสาร์บริเวณท่าเรือจะมีกิจกรรมตลาดชุมชนให้มาเดินเล่นชิมและช็อปกระจายรายได้สู่ชุมชนด้วย

ที่ตั้ง : บ้านฝ่ายท่า ต.พงศ์ประศาสน์ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาเปิด-ปิด : 05:00-20:00 น. ทุกวัน

โทร. : 085 425 3929

ร้านขันน้ำซีฟู้ด

ขันน้ำซีฟู้ด ร้านอาหารใหญ่ในย่านปากน้ำปราณ มีเมนูซีฟู้ดส์สดๆ ให้เลือกหลากหลาย รสชาติดี แนะนำ เช่น ปลากะพงทอดราดน้ำจิ้มสามรส กะเพราทะเล น้ำพริกกะปิกุ้งสด ยำวุ้นเส้นซีฟู้ดส์ ต้มยำกุ้ง ไปจนถึงไก่ทอดตะไคร้ เป็นต้น

ตัวร้านบรรยากาศดี ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำ มีโซนนั่งกินทั้งในห้องแอร์เย็นสบาย แบบโอเพ่นแอร์ด้านนอก และระเบียงติดริมน้ำ ที่นั่งเยอะ ที่จอดรถกว้าง เหมาะทั้งมาแบบหมู่คณะและครอบครัว

ที่ตั้ง : ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาเปิด-ปิด : 10:00-22:00 น. ทุกวัน

โทร. : 087 759 2929

อุ่นไอทะเล รีสอร์ท

อุ่นไอทะเล รีสอร์ท ใครอยากมาพักผ่อนนอนฟังเสียงคลื่นและยังได้ไปดำน้ำทะเลประจวบฯ ด้วย มาที่นี่ถือว่าสะดวกมากๆ ลักษณะที่พักเป็นบ้านหลังๆ ขนาดพักได้ตั้งแต่ 2 คนถึง 12 คน ภายใน ครบทั้งแอร์ ตู้เย็น ทีวี แถมยังมีมุมนั่งเล่นหน้าบ้านพักให้เพื่อนๆ มารวมตัวกันสังสรรค์ได้ด้วย

ตัวรีสอร์ทติดหน้าหาด สามารถวิ่งลงไปเล่นน้ำได้สบายๆ มื้อเย็นถ้าไม่อยากไปไหนไกล ที่รีสอร์ทก็มีร้านอาหารให้บริการเมนูซีฟู้ดส์สดๆ หลากหลาย ส่วนมื้อเช้าแบบบุฟเฟต์ ก็มีให้เลือกทั้งข้าวต้ม ข้าวผัด ผัดซีอิ๊ว ชา กาแฟ โอวัลติน ปาท่องโก๋ ฯลฯ

ส่วนใครอยากออกไปดำน้ำเกาะทะลุ-เกาะสิงห์ ทางรีสอร์ทก็มีแพ็คเกจให้บริการ

ที่ตั้ง : ถ.บางสะพาน-หนองหัดไท อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

โทร. : 086 790 0071

Day 2 : ไปดำน้ำแล้วห่มทราย

ดำน้ำเกาะทะลุ

ดำน้ำเกาะทะลุ กิจกรรมเมื่อมาเที่ยวอ.บางสะพานน้อย คงมีหลายคนที่อยากมาดำน้ำตื้น ชมปะการังในทะเล ซึ่งรีสอร์ทในย่านนี้ต่างก็มีโปรแกรมพานั่งเรือออกไปดำน้ำเที่ยวเกาะในแบบ One Day Trip รวมมื้อกลางวัน เกาะสิงห์ เกาะสังข์ และเกาะทะลุ โดยจะดูตามสภาพอากาศในแต่ละวัน บริการให้ทั้งชูชีพ แว่นสน็อกเกิ้ล อุปกรณ์ช่วยลอยตัวสำหรับคนที่ว่ายน้ำไม่เก่ง พร้อมทีมดำน้ำประสบการณ์สูง

โดยนั่งเรือออกจากท่าไปเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง ผ่านท่าเรือประมง เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านกำลังเก็บอวน ตกปลา กระโดดเล่นน้ำ ก่อนออกสู่ทะเล พาไปวนชมช่องทะลุของเกาะทะลุ ซึ่งเป็นหน้าผาหินและมีช่องหินขนาดใหญ่ ซึ่งเกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติของลมและน้ำทะเลที่กัดเซาะ จนมองเห็นทะเลอีกด้านหนึ่ง

ก่อนจะจอดตรงจุดดำน้ำ ให้โดดลงไปแหวกว่ายชมปะการังน้ำตื้นและปลาทะเล ที่มีทั้งปะการังสมอง ปะการังเขากวาง หอยมือเสือ และปลาหลากหลายชนิดให้ชม

ที่ตั้ง : ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

โทร. : 081 759 4997 (สุชาติไดว์ฟวิ่งทัวร์)

สปาห่มทราย บ้านทุ่งประดู่

สปาห่มทราย บ้านทุ่งประดู่ นึกถึงทะเลประจวบฯ คงมีน้อยคนที่จะคิดถึงอ.ทับสะแก แต่ว่าที่นี่ยังมีกิจกรรมทั้งอันซีนและน่ารักของชุมชนบ้านทุ่งประดู่ ที่ร่วมแรงกันจัดกิจกรรม สปาห่มทรายให้นักท่องเที่ยวได้มาลองนอนอาบลมห่มทราย ผ่อนคลายกับเสียงคลื่นกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จะทำให้ทะเลแถบอ.ทับสะแก พิเศษขึ้นมาในทันใด

โดยแรกเริ่มชาวบ้านจะต้อนรับด้วยน้ำมะพร้าวสดๆ เพื่อให้ร่างกายสดชื่นและเตรียมพร้อมก่อนทำสปา และที่ชายหาดทุ่งประดู่ชาวบ้านก็ได้ขุดหลุมทรายขนาดพอดีตัวไว้รอท่า แนะนำให้ใส่ชุดน้อยชิ้นเพื่อให้ร่างกายได้สัมผัสทรายอย่างเต็มที่ ซึ่งจะใช้เวลาห่มทรายประมาณ 30 นาที

โดยทรายบนชายหาดนี้เป็นทรายเนื้อหยาบหรือทรายคริสตัล ซึ่งนอกจากการนอนห่มทรายอุ่นๆ แบบนี้จะช่วยให้ผ่อนคลาย บรรเทาปวดเมื่อยแล้ว ยังมีผลวิจัยในห้องแล็บรับรองว่ามีส่วนช่วยในการขับสารพิษ ปรับสมดุล และการไหลเวียนเลือดลมในร่างกายด้วย ซึ่งถือเป็นการใช้ธรรมชาติบำบัดจากภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างแท้จริง

กิจกรรมแบบนี้ต้องจองล่วงหน้า และไม่เพียงห่มทรายเท่านั้น ชาวบ้านยังนำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมาตั้งร้านให้ซื้อติดมือเป็นของฝากด้วย ส่วนใครที่ติดใจอยากอยู่ต่อ ที่บ้านทุ่งประดู่ก็มีโฮมสเตย์และกิจกรรมต่างๆ ให้ทำด้วยเช่นกัน เช่น การเล่นเรือใบ เรียนรู้การทำผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว การทำซั้งเชือกสำหรับปลา การทำผ้ามัดย้อมด้วยสีจากกะลามะพร้าว ฯลฯ

ที่ตั้ง : บ้านทุ่งประดู่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน

โทร. : 081 572 9665

ถนนคนเดินประจวบ และสะพานสราญวิถี

ถนนคนเดินประจวบ และสะพานสราญวิถี เข้าสู่อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะช่วงเย็นวันศุกร์และเสาร์ บริเวณถนนเลียบทะเลริมอ่าวประจวบจะกลายเป็นถนนคนเดินที่แสนคึกคักให้นักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่มาเดินเล่นซื้อของกินของใช้ แถมได้ชมวิวทะเลไปในตัว

อาหารการกินมีหลากหลายให้เลือกนับร้อยร้านตามแนวถนนยาวหลายกิโลเมตร หรือจะมาเดินเล่นบนสะพานสราญวิถี อดีตสะพานปลาที่ปรับปรุงให้คล้ายกับโครงสร้างสถานีรถไฟหัวหิน และได้รับชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แปลว่าสะพานแห่งความสุข มานั่งกินไปชมวิวไป มองดูชาวประจวบตกปลาตลอดแนวสะพานกันเพลินๆ ชิลกว่านี้ไม่มีแล้ว

ที่ตั้ง : ถนนเลียบอ่าวประจวบ ต.ประจวบคีรีขันธ์ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาเปิด-ปิด : ถนนคนเดินประจวบ 17:00-21:00 น. เปิดทุกวันศุกร์-เสาร์ สะพานสราญวิถี เปิดทุกวัน

ครัวหัวบ้าน (เพชรในรู)

ครัวหัวบ้าน (เพชรในรู) ร้านอาหารเก่าแก่คู่เมืองประจวบฯ ที่คนในพื้นที่รู้จักดี บรรยากาศร้านก็      เรียบง่ายแบบโอเพ่นแอร์ ผนังรอบร้านตกแต่งด้วยชื่อเมนูอาหารที่เน้นไปทางซีฟู้ดส์สมกับเป็นเมืองชายทะเล เรียกว่ามานั่งแล้วคิดอะไรไม่ออก เงยหน้าเห็นชื่อก็ได้ไอเดียทันที

ร้านนี้เขาใช้วัตถุดิบจากชาวประมงในพื้นที่ กุ้ง หอย ปู ปลา ใหญ่ๆ สดๆ วันต่อวัน แถมรสชาติก็ยังอร่อย ให้เยอะ และราคากันเอง เมนูแนะนำก็เช่น ต้มยำปลาทู หมึกไข่ทอดกระเทียม ผัดเนื้อปู ผัดวุ้นเส้นทะเล กุ้งอบเกลือ ใบเหลียงผัดไข่ ปลากะพงทอดน้ำปลา และอีกมากมาย

ที่ตั้ง : อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาเปิด-ปิด : 09:00-20:00 น. ทุกวัน

โทร. : 089 996 7544

Day 3 : ใส่บาตรแล้วไปกินสับปะรด

ถนนสู้ศึก ชุมชนหัวบ้าน

ถนนสู้ศึก ชุมชนหัวบ้าน พูดถึงเมืองประจวบ เสน่ห์วิถีชีวิตของคนของเมืองประจวบฯ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน หากมีโอกาสได้มาพักในเมือง แนะนำให้ตื่นแต่เช้าในวันอาทิตย์เพื่อมาร่วมใส่บาตรบนถนน  สู้ศึก ซึ่งชาวบ้านที่นี่จะชวนกันแต่งชุดไทยออกมารอพระบิณฑบาตรบริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์ชุมชนซึ่งจัดเสื่อและแคร่รอไว้อย่างดี

หลังจากใส่บาตรเริ่มวันใหม่แล้ว ถนนสู้ศึกยังถือเป็นหนึ่งในถนนสายวัฒนธรรมที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน โดยมีชาวบ้านอาศัยมานานกว่า 200 ปีแล้ว จากหลักฐานคือศาลเจ้าพ่อหลักเมืองแห่งแรกของเมืองประจวบ นอกจากนี้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ถนนแห่งนี้ยังเคยเป็นจุดสู้รบระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่มายกพลขึ้นบกจนเกิดความสูญเสียทั้ง 2 ฝ่าย กลายเป็นที่มาของชื่อถนนแห่งนี้ ซึ่งสามารถไปเยี่ยมชมภาพถ่ายในยุคนั้น รวมทั้งของสะสมโบราณ และฟังเรื่องราวเชิงลึกได้ที่พิพิธภัณฑ์ชุมชนหัวบ้าน หรือจะเดินทอดน่องไปตามถนน ชมบ้านเก่าแก่ แวะกินมื้อเช้าในร้านชาวบ้าน หรือนั่งคาเฟ่เท่ๆ บนถนนนี้ต่อก็ได้

ที่ตั้ง : ถ.สู้ศึก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ใส่บาตรทุกเช้าวันอาทิตย์ เริ่ม 07:00 น.

โทร. : 089 662 0929 (คุณจำลอง พรมแดง)

วัดอ่าวน้อย บ้านอ่าวน้อย

วัดอ่าวน้อย บ้านอ่าวน้อย ความโดดเด่นที่ดึงดูดสายตาตั้งแต่แรกเห็นคือพระอุโบสถที่สร้างจากไม้สักทองที่แกะสลักลวดลายไทยอย่างปราณีตทั้งหลัง ส่วนภายในยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสามองค์ซึ่งแกะสลักจากหินอ่อนสีขาวอย่างงดงามไม่แพ้กัน

ส่วนใครที่สักการะพระในอุโบสถแล้วยังมีแรงไปต่อ แนะนำให้เดินขึ้นบันไดเพื่อไปสักการะพระนอนใหญ่ 2 องค์ภายในถ้ำบนเขาที่คาดว่ามีความเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 300 ปี ซึ่งระหว่างทางก็จะได้ชมความงามจากมุมสูงของอ่าวน้อยและเรือประมงชาวบ้านที่จอดเรียงราย

ส่วนภายในถ้ำพระนอนนั้นไม่ลึกมาก มีจุดน่าสนใจอยู่สามช่วง จุดแรกประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่สุด ต่อมาเป็นพระนอนขนาดเล็กกว่า กับกลุ่มพระพุทธรูปบางสมาธิ และด้านในสุดเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิที่สามารถจุดธูปเทียนสักการะได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าว่าถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่นั่งกรรมฐานของพระสงฆ์ รวมทั้งเป็นที่หลบพายุของชาวเรือในสมัยก่อนด้วย

ที่ตั้ง : ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาเปิด-ปิด : 06:00-18:00 น. ทุกวัน

โทร. : 032 603 979

บ้านไร่ดินไทย บ้านอ่าวน้อย

บ้านไร่ดินไทย บ้านอ่าวน้อย สัมผัสชุมชนแบบเข้าถึงผ่านทางอาหารที่นำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาปรุงและสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถัน และไม่เพียงจะได้กินของอร่อยถึงถิ่นเท่านั้น ที่นี่แต่ยังมีกิจกรรมเข้าถึงชุมชนและเวิร์คช็อปให้ทำด้วย

โดยบ้านไร่ดินไทยแห่งนี้เกิดจากการริเริ่มโดยคุณนก อังคณา คนรุ่นใหม่ที่ทิ้งชีวิตสาวชาวเมืองมาทำเกษตรตามรอยเกษตรทฤษฎีใหม่ของรัชกาลที่ 9 และดำเนินชีวิตในแบบพอเพียง พร้อมจับมือกับเกษตรกรในพื้นที่นำผลผลิตอย่างสับปะรดมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า และทำเป็นเมนูอาหารในร้าน ไม่ว่าจะเป็นเมนูรางวัล Local Chef อย่างซี่โครงหมูอบสับปะรดใบเตย รวมทั้งน้ำพริกกระด้งและผักสด น้ำพริกกะปิปลาทูทอด ไข่เจียวออแกนิคสมุนไพร ยำมะม่วง เครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง ชาเขียวคั้นสด สับปะรดหยี เป็นต้น

นอกจากอิ่มอร่อยแล้ว ยังจะได้ทำกิจกรรมกับเกษตรกรในพื้นที่ เช่น ออกไปเก็บสับปะรดในไร่ และชิมกันสดๆ จากขั้ว ไปจนถึงเวิร์คช็อปทำสับปะรดกวน หรือทำซี่โครงหมูอบสับปะรดใบเตย เรียกว่ามาแล้วจะเต็มอิ่มทั้งกายและใจ พร้อมพกความประทับใจกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : บ้านอ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์

เวลาเปิด-ปิด : 08:30-17:00 น. ทุกวัน

โทร. : 081 978 1577