พักผ่อน พักร้อนสุดสโลว์ไลฟ์ ต้องลองไป “อุทัยธานี”

“อุทัยธานี” หนึ่งจังหวัดที่ไม่ไกลจากรุงเทพมากนัก และไม่น่าเชื่อว่า กาลเวลา จะไม่สามารถไปลดทอนมนต์เสน่ห์ของเมืองแห่งนี้ไปได้เลย เงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน อากาศดี ธรรมชาติสวยงาม อุดมสมบูรณ์ เหมาะที่จะไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ใช้ชีวิตชิลล์ๆ ปล่อยให้เวลาไหลไปช้าๆ เนิบๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก

เป็นวัดคู่เมืองอุทัยธานี ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากประเพณีตักบาตรเทโว ซึ่งพระสงฆ์จะเดินลงบันไดจากยอดเขาสะแกกรังให้ประชาชนได้ใส่บาตรในช่วงออกพรรษา วัดสังกัสฯ มีทั้งอารามตรงเชิงเขา และบนเขาสะแกกรัง

คนฟิตๆ หน่อยจะเดินขึ้นบันได 449 ขั้นก็ไม่มีใครว่า หรือง่ายหน่อยคือนั่งรถขึ้นเขาไปสักการะรอยพระพุทธบาทจำลองภายในมณฑปด้านบนก็ได้ รวมทั้งพระบรมรูปพระชนกจักรี หรือพระปฐม          บรมมหาชนกนาถแห่งรัชกาลที่ 1 ซึ่งพระองค์มีถิ่นกำเนิดที่จังหวัดอุทัยธานี จึงเป็นที่มาของชื่อเมืองอุทัยธานีว่า “เมืองพระชนกจักรี” นั่นเอง นอกจากนี้ วิวจากบนเขาสะแกกรังยังมองเห็นทิวทัศน์เมืองอุทัยธานีได้กว้างไกลอีกด้วย

ที่ตั้ง : ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/eKwNciA8JkCPQK6m9

ล่องเรือแม่น้ำสะแกกรัง

บ้านเรือนแพเป็นวิถีชีวิตคนไทยที่กำลังเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่สำหรับที่นี่กลับได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี ชาวบ้านยังใช้ชีวิตเรียบง่ายกับบ้านไม้ที่ลอยอยู่เหนือลำน้ำสะแกกรัง พาหนะประจำบ้านคือเรือพายไม่ก็เรือยนต์

บางบ้านก็ยังมีผู้เฒ่าผู้แก่และเด็กๆ นั่งรับลมบ้าง อาบน้ำบ้าง บางแห่งก็เปิดเป็นโฮมสเตย์ให้มาลองประสบการณ์นอนเรือนแพด้วย เรือนแพส่วนใหญ่ยังทำอาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง พวกปลาแรด ปลาทับทิม ปลาเทโพ เอามารมควันบ้าง ไปขายสดๆ ในตลาดบ้าง

ถ้าได้ล่องเรือชมเรือนแพ อย่าลืมแวะที่ แพป้าแต๋ว ช้อปปลาย่างจากแม่น้ำสะแกกรังกลับไปทำยำปลากรอบหรือต้มโคล้งรสแซ่บที่บ้าน

นอกจากนี้ยังมีน้ำพริก กล้วยตาก มะม่วงกวน ฯลฯ จากในชุมชนมาวางขายด้วย

โทรศัพท์ 086 931 6837

ค่าบริการคนละ 50 บาท (บริการเป็นหมู่คณะ)

วัดอุโปสถาราม

วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง ตรงข้ามกับตลาดเช้าเมืองอุทัยธานีนั่นล่ะ วัดนี้มีจุดเด่นที่จิตรกรรมฝาผนังที่ปรากฏลวดลายทั้งภายในและภายนอกโบสถ์ยังละเอียดงดงาม แฝงไปด้วยคติธรรม เช่น ภาพพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดเทพยดาบนสรวงสวรรค์ ภาพพุทธประวัติ ภาพปลงสังขาร ภาพทหารแต่งตัวอย่างฝรั่ง เรียกว่าแค่นั่งชมรายละเอียดเหล่านี้ ก็เพลิดเพลินอย่างบอกไม่ถูกแล้ว

และที่ไม่เหมือนวัดอื่นก็คือ มณฑปแปดเหลี่ยม ซึ่งผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก                  พร้อมลายปูนปั้นไม้เลื้อยและพระพุทธรูปอย่างสวยงาม


ในส่วนท่าน้ำหน้าวัดยังมี แพโบสถ์น้ำ ที่สร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จประพาสมณฑลฝ่ายเหนืออีกด้วยนะ

ที่ตั้ง : ต.สะแกกรัง อ.เมือง จ.อุทัยธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/pM9LBSLYCQhUJNmCA

วัดถ้ำเขาวง


แค่เดินเข้ามาในบริเวณวัดก็ต้องรู้สึกแปลกตากับภูมิทัศน์งดงามของเรือนไทยขนาด 4 ชั้นที่สร้างอยู่บนเขาหินปูน ด้านหน้ามีบ่อน้ำขนาดใหญ่ สะพานไม้ รายล้อมด้วยต้นไม้และสวนสวย เดินขึ้นไปตามบันไดเรือนไม้จะพบกับวิหารที่ชั้น 2 ส่วนชั้น 3 มีรูปปั้นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ในบรรยากาศกุฏิจำลอง

ส่วนชั้นบนสุดคือโบสถ์ที่ประดิษฐานพระประธาน ชั้นนี้สร้างด้วยไม้สักเก่านำมาจากเรือนไทยแถวพระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง ส่วนข้างหลังเรือนไม้ในชั้นนี้ มีทางเดินต่อไปยังถ้ำเขาวงได้ด้วย ตลอดทางจะได้เดินเลียบไปกับน้ำตกเทียมและพรรณไม้ เป็นการจัดภูมิทัศน์ที่สวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติมากจริงๆ

ที่ตั้ง : ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/jnEfTXcpBTkJoGWN9

ตลาดเช้าเมืองอุทัยธานี

ความคึกคักในยามเช้าของเมืองอุทัยธานี ที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้า จะออกมาตั้งร้านค้าขายของกัตั้งแต่เช้ามืด ทั้งของสด ของพร้อมกิน มีให้เลือกเพียบ

เช้าๆ แบบนี้ ลองหาโจ๊ก ข้าวต้ม ก๋วยจั๊บ ขนมจีนน้ำยา หรือจะกินอะไรง่ายๆ อย่างข้าวเหนียมหมูปิ้ง หรือหมูสะเต๊ะ ที่นี่ก็มีครบ


ตลาดเช้าเมืองอุทัยธานีจะเริ่มแต่เช้าตรู่ พอซัก 8 โมงเช้าก็เริ่มวาย นอกจากได้เดินเล่นชมตลาด      ซักประมาณ 7 โมงเช้าก็สามารถมารอใส่บาตรพระที่ท่าน้ำได้ด้วย ซึ่งหลวงพ่อจะนั่งเรือพายข้ามลำน้ำสะแกกรังมารับบาตรแบบนี้ในทุกๆ วัน และเป็นพระเพียงรูปเดียวที่บิณฑบาตรทางเรือแบบนี้มานานแล้ว

ที่ตั้ง : ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี

เวลาเปิดปิด : ช่วงเช้ามืด จนถึงสายๆ สัก 8-9 โมงเช้า

พิกัด : https://goo.gl/maps/2ZbQUjBs1D9uig9Y8

ต้นไม้ยักษ์

อายุอานามน่าจะนับถอยหลังไปถึงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาเลยเชียว เพราะต้นผึ้งต้นนี้ยืนต้นมากว่า 300-400 ปีเข้าไปแล้ว และถือเป็นต้นไม้สำคัญของชาวบ้านชุมชนบ้านสะนำด้วย แหงนคอตั้งบ่ามองขึ้นไปจะเห็นรังผึ้งขนาดใหญ่เกาะอยู่ตามกิ่งสมชื่อ ในส่วนความใหญ่โตนี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะต้องใช้ถึง 40 คนจึงจะโอบต้นไม้ยักษ์นี้ได้รอบ

นอกจากต้นไม้ยักษ์ รอบๆ บริเวณยังเป็นป่าหมาก เรียกว่า ป่าหมากล้านต้น เนื่องจากลุงเฮียง เจ้าของที่ดินอยากอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานดู จึงไม่คิดเก็บค่าเข้า ส่วนทางเข้าก็มีชาวบ้านนำผลิตภัณฑ์ในชุมชนมาจำหน่าย ร่วมบริจาคเงินบำรุงต้นไม้หรือแวะอุดหนุนสินค้าของชาวบ้านกันได้

ที่ตั้ง : ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/d9P3qWgQJvZqoUud6

ตลาดซาวไฮ่

ที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมสินค้าทางการเกษตรของชาวบ้านใน อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ที่จะรวมตัวกันนำสินค้าทางการเกษตรมาขายในราคาที่ไม่แพง นอกจากนี้ยังมีงานคราฟต์ฝีมือของชาวอุทัยธานี ทั้งเสื้อผ้าย้อมคราม ผ้าไหมทอมือของชาวไทยเชื้อสายลาวครั่ง และเครื่องจักรสานต่างๆ ที่เป็นผลผลิตของชาวบ้านในพื้นที่ เป็นตลาดเล็กๆ ที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ และเต็มไปด้วยรอยยิ้มของ        ชาวบ้านที่รอคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี

แม้ว่าจะเป็นตลาดที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก เหนือสิ่งอื่นใดแล้ว คือ บรรยากาศความอบอุ่น เรียบง่าย และเป็นกันเองของพ่อค้าแม่ค้าต่างหาก ที่เป็นสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาแล้ว อยากจะแวะมาอีก

ที่ตั้ง : 3011 ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี

โทรศัพท์ : เปิดเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์

พิกัด : https://goo.gl/maps/9hTsuWfZ83zo9WGK8

เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง

เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศไทย ตั้งอยู่ในจังหวัดอุทัยธานี และมีพื้นที่ติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรในพื้นที่จังหวัดตากและจังหวัดกาญจนบุรี ที่อยู่ทางทิศตะวันตก ถือเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของผืนป่าตะวันตกของประเทศไทย และเป็นผืนป่าที่ยังคง      ความอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ที่สำคัญ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้รับการขึ้นทะเบียน ให้เป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” โดยองค์การยูเนสโกเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ที่ผ่านมา

ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าหายากหลายชนิด บางชนิดอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ เช่น สมเสร็จ, เก้งหม้อ, เลียงผา, กระทิง, วัวแดง, ควายป่า ซึ่งถือเป็นแหล่งที่อยู่ทางธรรมชาติแห่งสุดท้ายแล้วในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาศัยของเสือโคร่ง ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ อนุสรณ์สถาน สืบ นาคะเสถียร วีรบุรุษผู้เสียสละแห่งป่าห้วยขาแข้ง ที่มีทั้งรูปปั้น และบ้าน ที่คุณสืบเคยใช้เป็นที่พำนัก สมัยที่ยังเป็นหัวหน้าเขตฯ รวมถึงมีบันทึกของคุณสืบ ในวันที่คุณสืบได้เขียนทิ้งเอาไว้ ก่อนที่จะทำการอัตวินิบาติกรรมอีกด้วย

ที่ตั้ง : ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี

โทรศัพท์ : 084 373 3756

พิกัด : https://goo.gl/maps/NqGWKLqViAugUQVm6

สถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง


สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เป็น 1 ใน 22 แห่ง ของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั่วประเทศ ที่ดำเนินการอนุรักษ์สัตว์ป่านอกถิ่นกำเนิด ที่มีทั้งการตรวจยึดจากผู้กระทำผิด และเพาะเลี้ยงขึ้นมา เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติบริเวณพื้นที่มรดกโลกห้วยขาแข้ง รวมถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าในเชิงพาณิชย์อีกด้วย

ที่นี่เลี้ยงสัตว์ไว้หลายชนิด ทั้งเสือโคร่ง หมีควาย นกเงือก ลิง ชนี เก้ง กวางป่า กระทิง วัวแดง ละมั่ง หมูป่า นกยูง เป็นต้น

ที่ตั้ง : ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี

พิกัด : https://goo.gl/maps/L2ZSCTb8q5Yzwz9R8

ศูนย์วงศ์เดือน อาคมสุรทัณฑ์

เป็นพระมหากรุณาธิคุณ สำหรับประชาชนจังหวัดอุทัยธานีและจังหวัดใกล้เคียงที่                              สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระเมตตา ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ จ.อุทัยธานี และจังหวัดใกล้เคียงได้มีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ ทั้งอาชีพหลัก และอาชีพเสริม

โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์ฝึกทักษะและพัฒนางานอาชีพให้แก่ราษฎร เป็นการเพิ่มพูนทักษะของตนเอง และมีช่องทางใน          การประกอบอาชีพ สร้างรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว โดยโปรดเกล้าฯ ให้สำนักงาน กศน.เป็นหน่วยงานรับสนองงาน และพระราชทานงบประมาณก่อสร้างในพื้นที่ดินส่วนพระองค์ ต.อุทัยใหม่ จ.อุทัยธานี พร้อมทั้งพระราชทานชื่อศูนย์พัฒนาอาชีพราษฎรนี้ว่า “ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์” เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ผู้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน

ปัจจุบัน ศูนย์วงศ์เดือนฯ เป็นสถานที่ที่สร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนอุทัยธานีอย่างต่อเนื่อง มีผู้ที่สนใจเข้ามาฝึกอาชีพมากมาย ทั้งวัยเด็ก ผู้ใหญ่ จนถึงวัยผู้สูงอายุเลยทีเดียว

ที่ตั้ง : ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี

โทรศัพท์ : 056 510 688

เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 8:30–17:00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/YNERHrqHVSpkLUrd7

พิพิธภัณฑ์เรือนผ้าย่ายาย ผ้าทอลาวครั่ง อ.บ้านไร่

อัตลักษณ์ของชนพื้นถิ่นบ้านไร่ ชาวลาวครั่งลาวเวียงที่อพยพมาจากเวียงจันทน์ ปัจจุบันยังคงงานศิลปะจากเส้นฝ้ายไว้ได้อย่างงดงามทรงคุณค่า และมีมาตรฐานการย้อมสีจากธรรมชาติด้วยนวัตกรรมที่มีคุณภาพ ทำให้ผ้าทอบ้านไร่ได้รับการยอมรับระดับสากล ด้วยรางวัล UNESCO

ป้าจำปี ธรรมศิริ ศิลปินแห่งชาติด้านการออกแบบลายผ้า ผู้รับรางวัล Asean Selection 2016 เจ้าของพิพิธภัณฑ์เรือนผ้าย่ายาย ที่รวบรวมมรดกทางปัญญาในการถักทอเส้นฝ้ายไว้ได้อย่างทรงคุณค่า “สมองสั่งลาย…หัวใจสั่งทอ”

กลุ่มทองตะนาวเครื่องหอมไทยเดิม

“กลุ่มทองตะนาวเครื่องหอมไทยเดิม” จากเดิมที่เคยทำธูปมาหลายปี ซึ่งเป็นธูปธรรมดาทั่วไปที่มาขายตามท้องตลาดที่ทำมาจากขี้เลื่อย แต่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมามีการวิจัยออกมาจากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ว่าควันธูปเป็นสารก่อมะเร็ง เป็นอันตรายต่อผู้ที่สูดดมเข้าไป

ทำให้อาจารย์ลำไพ ซึ่งไม่ต้องการผลิตสินค้าที่ทำอันตรายต่อร่างกายลูกค้าอยู่แล้ว จึงคิดปรับเปลี่ยน โดยใช้ดอกไม้ ที่จากเดิมนำมาทำเป็นตัวสร้างกลิ่นหอมให้กับธูป เช่น มะลิ กุหลาบ โดยสั่งซื้อที่จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นแหล่งปลูกขนาดใหญ่ ที่จัดส่งให้กับปากคลองตลาด มาลองทำเป็นธูปหอม      อโรม่าแทน

ปัจจุบันธูปหอมทองตะนาวได้ออกแบบมาเป็น 7 สี 7 กลิ่น ซึ่งล้วนมาจากดอกไม้ไทยล้วนๆ ได้แก่ กระดังงา มะลิ กุหลาบ กล้วยไม้ จำปี ดอกบัว และดอกแก้ว ส่วนก็แบ่งออกเป็น 7 สีเช่นกัน โดยทางอาจารย์ลำไพ ยึดตำราภูมิชาติเป็นหลัก หวังเจาะกลุ่มลูกค้าที่นิยมไหว้พระจากสีธูปตามวันเกิดตนเอง คือ คนที่เกิดวันอาทิตย์ ธูปสีแดง ใช้กลิ่นดอกแก้ว, วันจันทร์ สีเหลือง กลิ่นดอกกระดังงา, วันอังคาร สีชมพู กลิ่นดอกกุหลาบ (ขายดีที่สุด คนนิยมนำไหว้รัชกาลที่ 5) , วันพุธ สีเขียว กลิ่นดอกจำปีหรือจำปา, วันพฤหัสบดี สีส้ม กลิ่นดอกบัวสาย, วันศุกร์ สีฟ้า กลิ่นดอกมะลิ และวันเสาร์ สีม่วง กลิ่นดอกกล้วยไม้ เป็นต้น

นอกจากธูปหอมอโรมาแล้ว ที่นี่ยังมีเครื่องหอมไทยโบราณอีกหลายชนิดด้วยนะครับ ปัจจุบันส่งขายไปทั่วโลกเลยก็ว่าได้

ที่ตั้ง : 62 หมู่ 6 ต.เกาะเทโพ อ.เมือง จ.อุทัยธานี

โทรศัพท์ : 081 888 2755

พิกัด : https://goo.gl/maps/6pSUx1BFgh1RbqPAA