เที่ยว 3 วัน 2 คืน นครราชสีมา- บุรีรัมย์-สุรินทร์ เที่ยวเส้นทางผ้าไหม เก๋ไก๋และลึกซึ้ง

ช่วงนี้แหล่งท่องเที่ยวทางภาคอีสานกำลังบูมสุดๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเทียวทางวัฒนธรรมภูมิปัญญาพื้นบ้าน หรือแม้แต่แหล่งท่องเที่ยวเชิงความรู้ ก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อย

ทริปนี้เราก็เลยจะพาไปเที่ยวภาคอีสานกับ 3 จังหวัดสุดฮอต ทั้ง จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ ไปดูกันว่าทริปนี้จะม่วนซื่นโฮแซวกันขนาดไหน ตามไปม่วนกันเลย

Day 1

07.30 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยัง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา โดยใช้เส้นทางรังสิต-นครนายก หมายเลข33 ไปกบินทร์บุรี แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข304 ผ่านวังน้ำเขียว แล้วเข้า อ.ปักธงชัย

img_9935

img_0012

10.30 น. เดินทางถึงหมู่บ้านท่องเที่ยวผ้าไหม บ้านจะโปะ เพื่อชมกระบวนการทอผ้า การขึ้นลาย และการย้อมผ้าไหม โดยหมู่บ้านจะโปะแห่งนี้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยววัฒนธรรมไหมสะท้อนภูมิปัญญาพื้นเมือง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่นในการผลิตผ้าไหมเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน

img_0088

img_9954

สำหรับลวดลายผ้าไหมของบ้านจะโปะนั้นมีความสวยงามและมีการใช้สีจากธรรมชาติในการย้อมไหม อาทิ ฝาง มะฮ๊อกกานี มะพูด ฯลฯ หากนักท่องเที่ยวท่านใดสนใจอยากมาเรียนรู้กรรมวิธีการทอผ้าแบบพื้นบ้านก็สามารถมากันได้ที่บ้านจะโปะ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

img_9940

img_9999

13.00 น. เราออกเดินทางต่อไปยัง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

img_0185

img_0194

15.00 น. เดินทางถึง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ และสถานที่ท่องเที่ยวที่เราไปเยี่ยมชมนั่นก็คือ เพ ลา เพลิน บูติครีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ แคมป์ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวครบวงจรที่มีพื้นที่มากกว่า 300 ไร่ แบ่งเป็นโซนอย่างชัดเจน ทั้งโซนโรงแรม โซนกิจกรรมแอดเวนเจอร์ แหล่งเรียนรู้ และอุทยานดอกไม้ เพ ลา เพลินที่ถือเป็นไฮไลท์เด็ดของที่นี่ ซึ่งมีโรงเรือนจัดแสดงดอกไม้ทั้งหมด 6 หลัง มีดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ให้ได้ยลโฉมกัน

img_0238

img_0285

นอกจากนี้ยังมีโซน Activity ที่มีการจำลองสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ของโลกไว้อย่างแกำแพงเมืองจีน หอไอเฟล หอเอนปิซา ทาวเวอร์บริดจ์ สะพานโฟม ฐานวิทยาศาสตร์ ฯลฯ และยังมีสวนน้ำขนาดใหญ่ไว้คอยบริการอีกด้วย โดยเพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ แคมป์ ตั้งอยู่ที่ ต.หนองขมาร อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ หมายเลขโทรศัพท์ 08 7797 6425 , 044 634736-8 หรือที่ www.playlaploen.com

Day 2

img_0475

img_0504

09.00 น. หลังจากทำภารกิจในช่วงเช้าและรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปต่อยัง บ้านสนวนนอก อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ เพื่อเยี่ยมชมหมู่บ้านท่องเที่ยววิถีชีวิตผลิตผ้าไหม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมกรรมวิธีการผลิตผ้าไหมตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกหม่อน – เก็บใบหม่อน ชมวิธีการเลี้ยงไหม – สาวไหม ชมการฟอก ย้อม มัดหมี่ การทอผ้า และการแปรรูปและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม

img_0584

img_0628

img_0707

นอกจากนี้ที่บ้านสนวนนอกยังมีโฮมสเตย์ไว้สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย  ซึ่งเปิดให้บริการ 15 หลัง ค่าที่พักและอาหารเช้าย่อมเยาว์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตแบบชุมชนและเรียนรู้การทำผ้าไหมอย่างแท้จริง

img_1084

13.30 น. เราออกเดินทางกันต่อไปยัง จ.สุรินทร์ โดยสถานที่แรกที่ได้เข้าเยี่ยมชมนั้นคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ เป็นอาคารที่จัดแสดงและนำเสนอเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของ จ.สุรินทร์ โดยมีการออกแบบรูปทรงที่ทันสมัย ประยุกต์มาจากปราสาทสถาปัตยกรรมในศิลปะเขมร

ภายในมีนิทรรศการประวัติเมืองสุรินทร์ มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ สังคม ประชากร และการศึกษา มีการจำลองฉากสถานการณ์สำคัญๆ ในประวัติศาสตร์เมืองสุรินทร์ เช่น การจับช้างเผือก การเดินรถไฟมาถึง จ.สุรินทร์ สภาพการตลาดในยุคแรกๆ สภาพการเรียนการสอนในอดีต ฯลฯ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของ จ.สุรินทร์ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเด็ดขาด

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ ตั้งอยู่ที่ ถ.สุรินทร์-ปราสาท ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. หมายเลขโทรศัพท์ 044 513358

Day 3

img_1539

09.30 น. เช้าวันที่ 3 นี้เราออกเดินทางไปยัง หมู่บ้านช้างบ้านตากลาง เพื่อไปชมความน่ารักของสัตว์ประจำชาติไทยในหมู่บ้านช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก สัมผัสการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างชาวกูยกับช้างที่อยู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย โดยชาวกูยจะมีวิธีการเลี้ยงช้างในแบบฉบับของตัวเอง พวกเขาจึงมีความผูกพันกับช้างอย่างเหนียวแน่น

นอกจากนี้ทาง จ.สุรินทร์ ยังได้จัดพิพิธภัณฑ์ช้างขึ้นภายในหมู่บ้าน เพื่อรวบรวมประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับช้าง อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการคล้องช้าง เป็นต้น พร้อมทั้งยังมีการแสดงช้างสำหรับนักท่องเที่ยว มีบริการนั่งหลังช้างชมหมู่บ้าน ชมสุสานช้างอีกด้วย

สำหรับหมู่บ้านช้างบ้านตากลาง ตั้งอยู่ที่ ม.9 และ ม.13 บ้านตากลาง อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. หมายเลขโทรศัพท์ 044 145050

img_1692

img_1667

13.00 น. ออกเดินทางไปยัง บ้านอาลึ โฮมสเตย์ อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ หมู่บ้านผลิตภัณฑ์ผ้าไหมเพื่อการท่องเที่ยว ชมวิถีชีวิตชุมชนบ้านเก่าชาวกูย โดยจะมีการเปิดให้เข้าชมศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาชาวกูย มีการทอผ้าไหมพื้นเมือง และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้าไหม

img_1740

นอกจากนี้ยังสามารถแวะไปกราบนมัสการหลวงพ่อตะเคียนทอง (พระพุทธรูปไม้ตะเคียนทองทั้งองค์) ณ วัดตะเคียน ต.สำโรงทาบ ชมอนุสาวรีย์เจดีย์ไม้เก่าแก่หลายร้อยปีของชาวกูย พร้อมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้โบราณของชาวกูย ณ ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมชาวกูยวัดตะเคียน

หากนักท่องเที่ยวท่านใดสนใจอยากมาเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนแบบนี้ก็สามารถแวะมากันได้ที่บ้านอาลึ โฮมสเตย์ อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายสะพรั่ง วิถุนัด 08 7651 1542 นายสมหมาย บุญมาก 08 9949 3085 และนายแม้น สุขคุ้ม 08 2869 3446