สังขละบุรี 2 วัน 1 คืน เที่ยวเมืองในสายหมอกและดินแดนสามวัฒนธรรม

ต้องบอกเลยว่าที่นี่เป็นเมืองสวยรวยเสน่ห์อย่างยิ่งสำหรับ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพราะนอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างสะพานมอญแล้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองสายหมอกและ ดินแดนสามวัฒนธรรมอีกด้วย เสน่ห์เหลือล้นขนาดนี้ใครล่ะจะไม่อยากไป เพราะฉะนั้นถ้าพร้อมแล้ว เตรียมแพ็คกระเป๋าแล้วออกเดินทางไปสังขละบุรีกันเถอะ

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-3
Day 1

08.00 น. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยัง จ.กาญจนบุรี โดยใช้เส้นทางถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า แล้ววิ่งขึ้นทางคู่ขนานลอยฟ้าจากนั้นตรงไปเรื่อยๆจนถึงทางแยกไปอ.สามพราน จ.นครปฐม ให้ชิดขวาแล้วไปตาม ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่าน อ.นครชัยศรี อ.เมือง จ. นครปฐม จนถึง กม.69 ให้เตรียมชิดซ้ายเพื่อขึ้นสะพานข้าม แยกไป ทาง อ. บ้านโป่ง

จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 323 (ถ.แสงชูโต) ผ่านสามแยกกระจับ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เข้าสู่ จ.กาญจนบุรี ที่ อ.มะกา อ.ท่าม่วง ไปจนถึง อ.เมือง รวมระยะทาง 129 กม.

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-2

11.00 น. สถานที่แรกที่เราไปเยือนนั่นคือ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่จัดว่าเป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของเมืองกาญฯ เลยก็ว่าได้ เพราะถ้าหากไม่ได้แวะมาที่สะพานข้ามแม่น้ำแควก็เหมือนมาไม่ถึงกาญจนบุรี

โดยสะพานข้ามแม่น้ำแควแห่งนี้ตั้งอยู่ที่บริเวณสถานีรถไฟสะพานแควใหญ่ เป็นสะพานขนาดใหญ่ที่มีประวัติมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันที่สะพานข้ามแม่น้ำแควแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักและถือเป็นศูนย์กลางกิจกรรมการค้าที่หนาแน่นที่สุดของกาญจนบุรี

สะพานข้ามแม่น้ำแควตั้งอยู่ที่ ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เปิดให้บริการในวันธรรมดาเวลา 8.00-10.30 น., 11.20-14.00 น., 15.00-16.00 น., 18.00-18.30 น. และวันเสาร์-อาทิตย์เวลา 8.00-9.30 น., 11.20-14.00 น., 18.00-18.30 น.

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-3

12.00 น. แวะกินมื้อกลางวันกันที่ ห้องอาหารโรงแรมไทยเสรี ร้านอาหารที่เปิดมายาวนานกว่า 40 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งตำนานความอร่อยแห่งเมืองกาญจนบุรี ที่นี่เน้นวัตถุดิบที่สด ใหม่ และมีคุณภาพ มีเมนูเด็ดอย่างแกงป่าลูกชิ้นปลากราย ไก่ต้มน้ำปลา น้ำพริกกุ้งสด ปลาเค้าทอดราดน้ำปลา ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน ฯลฯ

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-4

มาลิ้มลองความอร่อยก็สามารถมากันได้ที่ห้องอาหารโรงแรมไทยเสรี ตั้งอยู่ที่ ถ.แสงชูโต อ.เมืองกาญจนบุรี เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข 034 511128 , 034 511346 , 08 1825 7216
13.00 น. จากนั้นก็ได้เวลาเดินทางไปยัง อ.สังขละบุรี โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 323 ถึงทางแยกก่อนเข้าตัว อ.ทองผาภูมิ ให้เลี้ยวขวาแล้วขับไปอีก 74 กม. ก็จะถึง อ.สังขละบุรี

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-5

16.00 น. เช็คอินเข้าที่พักที่ พีเกสต์เฮ้าส์ รีสอร์ทท่ามกลางความกลมกลืนของผืนป่าธรรมชาติและขุนเขาอันงดงามในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เปิดให้บริการห้องพักหลากหลายรูปแบบให้คุณได้เลือก ไม่ว่าจะเป็นบ้านหินริมทะเลสาบ ให้ความรู้สึกของถ้ำริมภูเขา หรือบ้านพักตากอากาศสไตล์ Log Cabin นอกจากนี้ยังมีที่พักบนเรือนแพลอยลำอยู่กลางทะเลสาบ

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-6

หรือใครที่ต้องการสัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ทางรีสอร์ทก็มีบริการเต็นท์พักแรมกลางแจ้ง และสถานที่ให้คุณได้ทำกิจกรรมหลากหลาย ตลอดจนบริการร้านอาหารอร่อยเลิศรสเพื่อคอยให้บริการแก่ทุกท่านที่มาเยือนโดยพีเกสต์เฮ้าส์ตั้งอยู่ที่ 81/2 ม.1 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี สามารถโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 034 595061, 08 1450 2783 หรือที่เว็บไซต์ www.p-guesthouse.com

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-7

16.30 น. จากนั้นก็ออกไปจิบกาแฟกันชิลๆ ที่ ร้านเบลนด์ คาเฟ่ (Blend Cafe) ร้านกาแฟบรรยากาศดีที่มีการตกแต่งร้านแบบเรียบง่าย เน้นโทนสีขาวซึ่งให้ความรู้สึกสบายตา มีเมนูเครื่องดื่มและเบเกอรี่ที่หลากหลาย ซึ่งร้านตั้งอยู่ภายใน อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น. โทรศัพท์ 034 595204 หรือ facebook.com/BlendCafe

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-13

17.00 น. ได้เวลาไปเดินเล่นกันชิลๆ ยามเย็น ชมวิถีชีวิตของผู้คนสองฟากฝั่งกันที่ สะพานมอญ หรือสะพานอุตตมานุสรณ์ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยและเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี

เป็นสะพานแห่งศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่อาศัยอยู่ในสังขละบุรี ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติ พร้อมๆ กับการได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญในแถบนี้

สิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือการได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับสะพานที่เสมือนเป็นสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทยในดินแดนสุดขอบประเทศแห่งนี้

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-12

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-11

18.30 น. มื้อเย็นนี้เราไปอิ่มอร่อยกันที่ ร้านศรีแดง ร้านอาหารเก่าแก่ที่สุด และเป็นร้านอาหารร้านแรกของอำเภอสังขละบุรี อยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลสังขละบุรี ลักษณะร้านเป็นสองชั้น ชั้นล่างเป็นแบบใต้ถุนเปิดโล่งตลอด ประดับด้วยไม้ดอกไม้ประดับ

สำหรับเมนูอาหารของร้านส่วนใหญ่เป็นอาหารพื้นบ้าน ประเภทปลาแม่น้ำเช่น ปลาคังผัดฉ่า ปลาแรดสมุนไพร ปลาหลังสวน ปลาเจี๋ยนซีอิ้ว ปลาคังผัดตะไคร้ และยังมีเมนูป่า เช่น กวางผัดพริกไทยดำ กวางผัดน้ำมันหอย กบภูเขาทอดกระเทียม

ส่วนคนที่ชอบกินเห็ด ก็มียำเห็ดเผาะ แกงคั่วเห็ดเผาะ ต้มยำเห็ดโคน ฯลฯ โดยร้านตั้งอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาลสังขละบุรี ต.หนองลู อ.สังขละบุรี เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 6.30 – 22.00 น. หรือโทรสอบถามได้ที่หมายเลข 034-595-088

 

Day 2
06.00 น. ต้อนรับเช้าวันที่สองด้วยการใส่บาตรพระที่สะพานมอญ ถือเป็นช่วงที่ได้เห็นวิถีชีวิตชาวมอญ ใส่บาตรพระทุกเช้า หากใครสนใจต้องการใส่บาตร ก็มีอาหารขายบริเวณหมู่บ้านมอญ หลังจากนั้นก็เดินข้ามฝั่งไปยังหมู่บ้านมอญ ชมบ้านเรือนในแบบชาวมอญ ซื้อของที่ระลึก หรือจะแวะชิมขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย ที่เป็นอาหารพื้นบ้านชาวมอญที่ขอบอกว่าอร่อยสุดๆ

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-14

09.00 น. หลังจากนั้นเราก็เดินทางไปยัง เจดีย์พุทธคยา เพื่อกราบนมัสการบรมสารีริกธาตุที่หลวงพ่ออุตตมะอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยประดิษฐานอยู่ในเจดีย์องค์ใหญ่

โดยเจดีย์พุทธคยานี้มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสโดดเด่นและสวยงามด้วยสีทองอร่าม บนยอดเจดีย์ประดับด้วยฉัตรทองคำหนัก 400 บาท ถือเป็นสถานที่ที่พุทธศาสนิกชนให้ความศรัทธาและแวะเวียนมากราบไหว้กันอย่างเนืองแน่น

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-1

10.00 น. ไปกันต่อยัง วัดวังก์วิเวการาม (วัดหลวงพ่ออุตตะมะ) วัดที่สร้างขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้านที่เป็นชาวไทย ชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญที่มีความศรัทธาต่อหลวงพ่ออุตตะมะ มีอุโบสถที่สวยงามแบบพุทธศิลปแบบมอญอันวิจิตรตระการตา

ภายในมีรูปหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าตัวจริงของหลวงพ่ออุตตะมะ นั่งอยู่บนบัลลังก์หน้าปราสาทใหญ่ 9 ยอด ซึ่งใช้เป็นที่เก็บสังขารของท่าน เพื่อให้บรรดาศิษยานุศิษย์ไว้กราบไหว้

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-9

12.00 น. แวะกินมื้อเที่ยงกันที่ ร้านแพมิตรสัมพันธ์ ร้านอาหารอร่อยในสังขละบุรีที่มีทีเด็ดทั้งเรื่องรสชาติความอร่อย ราคาอาหารไม่แพง และได้บรรยากาศสดชื่นริมน้ำ เพราะร้านตั้งอยู่ในแพลอยนำ้บริเวณแม่น้ำซองกาเลีย ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์แม่น้ำและสะพานไม้มอญ เมนูเด็ดห้ามพลาดของร้านนี้มีทั้งยำสาวมอญ ฉู่ฉี่ปลากด แกงป่าลูกชิ้นปลากราย ยำปลาสร้อยแดดเดียว ผักกูดน้ำมันหอย ฯลฯ

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-10

และยังมีเมนูพื้นบ้านที่หาทานได้ยากอีกมากมาย โดยร้านมิตรแพสัมพันธ์เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00 – 22.00 น. สามารถโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 034 595261 , 08 1812 7360 , 08 1802 2347

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-15

13.30 น. ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ เราปิดท้ายทริปนี้ด้วยการนั่งเรือเข้าไปชม วัดใต้น้ำหรือเมืองบาดาล ซึ่งเป็นวัดวังก์วิเวการามเดิม

โดยสาเหตุที่วัดอห่งนี้ต้องจมอยู่ใต้น้ำเนื่องจากมีการสร้างเขื่อนเขาแหลม ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจนท่วมตัวอำเภอเก่า ในพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ หมู่บ้านชาวมอญอีกกว่า 1,000 หลังคาเรือน รวมถึงวัดวังก์วิเวการามเดิม

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-8

ทางการจึงได้อพยพชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ออกจากบริเวณที่น้ำท่วม และย้ายวัดมาอยู่บนเนินเขาด้านฝั่งตะวันตกของลำน้ำแควน้อยในปัจจุบัน

บริเวณวัดเดิม ถูกปล่อยให้จมอยู่ใต้น้ำ เป็นที่รู้จักกันในนามของ “วัดใต้น้ำ” หรือเมืองบาดาล ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในแบบ Unseen Thailand

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand-8-00

สำหรับใครที่สนใจอยากเข้าไปชมความสวยงามของเมืองบาดาลสามารถเช่าเรือได้บริเวณสะพานไม้มอญได้ในราคาประมาณ 600 บาท ใช้เวลาไป – กลับ ประมาณ 45 นาที หรือติดต่อแพลุงเณร โทร. 08-9221-2330, 034-595-360 (เวลา 06.00 – 18.00 น.)