ย้อนตำนานกำเนิดนนทบุรี และวิถีชีวิต วิถีนนท์ 2559

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ ขอเชิญเที่ยวงาน “วิถีนนท์ 2559 @ CentralPlaza Rattanathibet” จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ ตอน ปฐมบท ชีวิตเมืองนนท์ สัมผัสบรรยากาศการจำลองพื้นที่ภายในศูนย์การค้าฯ ซึ่งเนรมิตให้เป็นดินแดนต้นกำเนิดจังหวัดนนทบุรี ระหว่างวันที่ 16-25 ก.ย.59 บริเวณพื้นที่โปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์

travel-hotel-resort-restaurant-weekdayspecial-thailand

พบไฮไลท์ของงาน ดังนี้

จำลองปรางค์หลวง ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 655 ปี

สร้างขึ้นในสมัยพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) แห่งกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ประมาณปี พ.ศ.1890 (ประวัติจากวัฒนธรรมจังหวัดนนทบุรี) ถิ่นฐานที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดนนทบุรี ปรากฏที่วัดปรางค์หลวง ตั้งอยู่ในตำบลบางม่วงอำเภอบางใหญ่ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นหลักแก่ชุมชนชาวเมืองอู่ทองที่อพยพหนีโรคระบาดมาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณนี้ก่อนจะมีการสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เดิมชื่อ “วัดหลวง”

ต่อมาในสมัยสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้มาเห็นองค์พระปรางค์ ที่สร้างขึ้นไว้พร้อมกับการสร้างวัด จึงได้เปลี่ยนนามวัดเป็น “วัดปรางค์หลวง” สำหรับปูชนียวัตถุ มีประธานในอุโบสถ นามว่า หลวงพ่ออู่ทอง เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ปางมารวิชัย หน้าตัก 9 คืบ มีความศักดิ์สิทธิ์ ชาวบ้านมาสักการะบูชา

ตำนานประวัติไกรทอง ผู้พิชิต ชาละวัน จระเข้เมืองพิจิตร

ตามประวัติโบราณนายไกรทอง เดิมชื่อ ไกร บ้านอยู่ริมคลอง ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี มีอาชีพทำสวน และคุมเรือสินค้า นำผลไม้จากสวนนนทบุรี ล่องเรือไปขายทางเมืองพิจิตร และได้ถือโอกาสไปร่ำเรียนวิชาอาคมกับท่านพระครู วัดหน้าพระธาตุ เมืองพิจิตร ต่อมาเศรษฐีเมืองพิจิตรได้ประกาศว่า ใครก็ตามที่ปราบชาละวันได้จะยกลูกสาว คือนางตะเภาแก้ว และนางตะเภาทอง ที่ชาละวันคาบไปยกให้เป็นภรรยา โดยการอาสาของนายไกรทองที่สำเร็จวิชาปราบจระเข้ จึงอาสาปราบพระยาชาละวันถึงแก่ความตายด้วยหอกสะตะโลหะ

เศรษฐีจึงได้ยกลูกสาวให้เป็นภรรยา และอยู่ทำนาหากินที่เมืองพิจิตรจนมีลูกหลานมากมาย ต่อมานายไกรทองถึงแก่ความตาย ลูกหลานมีความกตัญญูระลึกถึงนายไกรทองผู้เป็นพ่อ จึงร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นในถิ่นบ้านเกิดของนายไกรทอง ที่จังหวัดนนทบุรี ชื่อวัดบ้านนายไกร และเปลี่ยนเป็นวัดบางนายไกร ปัจจุบันเป็นวัดบางไกรใน จนกระทั่งถึงทุกวันนี้หลักฐานที่ปรากฏที่สุนทรภู่ที่ผ่านมา 

เครื่องสังคโลก คือ เครื่องปั้นดินเผาที่ผลิตขึ้นในรูปภาชนะเครื่องใช้ และเครื่องประดับอาคารต่างๆ เช่น ถ้วย ชาม จาน ไหดิน โอ่งน้ำ ขวดดิน กระปุก ป้านน้ำชา ช้อน ตลอดดจนตุ๊กตารูปคน รูปสัตว์ ลักษณะเด่นคือ เป็นเครื่องปั้นดินเผาเคลือบเนื้อละเอียด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิดเนื้อแตกลายงาสีเขียวไข่กา วิวัฒนาการของการเคลือบสีเขียวประณีตงดงามทำให้มีการเรียกชื่อเครื่องปั้นดินเผาสีเขียวว่า “เซลาดอน” ซึ่งเคลือบสีระดับต่างๆ กัน เช่น สีเขียวไข่กา สีเขียวมะกอก เครื่องสังคโลกจากหลักฐานที่ค้นพบเครื่องสังคโลกกับเครื่องถ้วย สีเขียวของจีนสมัยราชวงศ์หยวนในเรือที่จมใต้อ่าวไทยชื่อ เรือรางเกวียน กำหนดอายุประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 19

และศึกษาเปรียบเทียบเครื่องสังคโลกกับเครื่องปั้นดินเผาจีนสมัยราชวงศ์หมิงที่พบที่ประเทศฟิลิปปินส์ ได้กำหนดเครื่องสังคโลกให้มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 18-19 การผลิตเครื่องสังคโลกเริ่มสมัยสุโขทัย แต่ได้รับการส่งเสริมเป็นสินค้าออก และขยายการผลิตจำนวนมากในสมัยกรุงศรีอยุธยา
ชุมชนบ้านตลาดขวัญ ชุมชนโบราณแห่งนี้เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ และเป็นสวนผลไม้ที่มีชื่อแห่งหนึ่งของกรุงศรีอยุธยา อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อครั้งเกิดสงครามไทยกับพม่า ไทยสูญเสียสมเด็จพระศรีสุริโยทัย

ผู้คนชาวอยุธยาอพยพหนีข้าศึกมาอยู่ที่นี่และไม่ยอมกลับถิ่นฐานเดิม สมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงได้ทรงยกฐานะบ้านตลาดขวัญขึ้นเป็นเมืองนนทบุรี เมื่อ พ.ศ. 2092 ต่อมาเกิดเพลิงไหม้จึงได้ย้ายตัวเมืองนนทบุรีไปตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ณ ศาลากลางจังหวัดเดิม

ร่วมสัมผัสบรรยากาศ ต้นกำเนิดวิถีชีวิตเมืองนนทบุรี ครั้งแรกของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ชมประวัติศาสตร์ ผ่านการฉายจากหนังกลางแปลงโบราณ เลือกซื้อสินค้าในบรรยากาศตลาดน้ำสมัยอยุธยามากกว่า 100 ร้านค้า เมื่อช้อปครบ 1,500 บาทขึ้นไป Workshop ฟรี! แกะสลักเครื่องปั้นดินเผาจากเกาะเกร็ด หรือแสดงบัตร MRT Plus สายสีม่วง ซึ่งแทนมูลค่าใบเสร็จ 500 บาท คู่กับใบเสร็จในการช้อปเพียง 1,000 บาทเท่านั้น

พลาดไม่ได้กับกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ภายในงาน“วิถีนนท์ 2559” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-25 กันยายน 2559 ณ พื้นที่โปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2103-5777 ต่อ 1234