ททท.ชูธงผู้นำทำเมกะโปรเจ็กต์การตลาดเชิงรุก “วันธรรมดาน่าเที่ยว” ทั่วไทย 5 ภูมิภาค

“วิบูลย์ นิมิตรวานิช” ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชูธงผู้นำการทำเมกะโปรเจ็กต์การตลาดเชิงรุก “วันธรรมดาน่าเที่ยว” ทั่วไทย 5 ภูมิภาค คัด 50 ชุมชน แต่ละภาคชุมชนละ 5 เมืองหลัก 5 ชุมชนเมืองรอง เร่งโกยเงินนักท่องเที่ยวกลุ่มเงินหนาตลาดคอร์ปอเรตทั้งผู้บริหาร พนักงาน บริษัท ห้างร้าน องค์กรขนาดใหญ่ หันมากระจายรายได้สู่ชุมชนตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของรัฐบาล พร้อมงัดแม่เหล็กขั้วใหญ่ร่วมทำกิจกรรมตามอัตลักษณ์พื้นบ้านที่แปลกแตกต่างกันทั่วไทยสร้างความน่าสนใจ

 

ประเดิมทริปแรก ภาคเหนือ “ชุมชนบ่อสวก เมืองน่าน” ตามมาด้วย มหาสนุก More Fun ภาคตะวันออก 2 ชุมชนเข้มแข็ง น้ำเชี่ยว ตราด กับตะเคียนเตี้ย ชลบุรี

นายวิบูลย์ นิมิตวานิช ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในฐานะผู้จัดการโครงการ “วันธรรมดา น่าเที่ยว ประจำปี 2562” มุ่งเน้นทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกปีจะพุ่งเป้าผู้สูงวัย แต่ปีนี้จะทุ่มเจาะกลุ่มคอร์ปอเรต บรรดา บริษัท ห้างร้าน องค์กรต่าง ๆ โดยร่วมมือกับทาง DMC โดย ททท.เลือกสนุบสนุนชุมชนท่องเที่ยวอย่างเข้มข้นใน 5 ชุมชนเมืองหลัก 5 ชุมชนเมืองรอง ใน 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคอีสาน วางกลยุทธ์ให้เกิดการท่องเที่ยววันธรรมดา จึงเล็งเห็นการหยิบยกชุมชนแต่ละภูมิภาคที่มีแม่เหล็กสามารถดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวคอปอร์เรตกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี  เริ่มจาก

“ภาคเหนือ” นำร่องกระตุ้นการเดินทางเข้ามายัง “ชุมชนบ่อสวก “ตำบลบ่อสวก อำเภอเมือง จังหวัดน่าน มีทั้งความน่าสนใจและแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมดีมาก

“ภาคอีสาน” เลือก “ชุมชนวังน้ำมอก อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ทางผ่านไปยังอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
“ภาคตะวันออก” เลือกแหลมสัก จ.กระบี่ แหล่งเรียนรู้วิถีประมงและการแปรรูปผลิตภัณฑ์พืชทะเลที่น่าทึ่ง

“ภาคตะวันออก” เลือก 2 ชุมชน คือ ชุมชนน้ำเชี่ยว จ.ตราด กับชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย

โดย ททท.จะต้องวางกลยุทธ์สร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวเกิดความเข้าใจถึงประสบการณ์เดินทางอย่างสนุก แตกต่างจากเดิมนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะคิดไปว่าท่องเที่ยวชุมชนการเดินทางเข้าถึงยังลำบาก ไปแล้วอาจจะไม่สนุก

ทว่า ขณะนี้ ททท.จึงมุ่งเชิญชวนกลุ่มคอปอร์เรต บริษัท ห้างร้าน ได้นำคณะลงไปทำ building จัดประชุม สัมมนา กลุ่มเล็กๆ เข้าไปใช้พื้นที่ เพื่อเปิดการรับรู้และประสบการณ์ระหว่างองค์กรกับชุมชน ร่วมทำกิจกรรมพื้นบ้าน หรือ ทำสินค้าโอท็อป D.I.Y.กระจายเม็ดเงินถึงมือชาวบ้านในท้องถิ่นโดยตรง สามารถเป็นส่วนหนึ่งตามนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของรัฐบาล ซึ่งจะตอกย้ำให้เห็นถึงความยั่งยืนอย่างแท้จริง

ปี 2562 ททท.ได้เปิดการเข้าถึงข้อมูลการท่องเที่ยวชุมชนผ่านหลายช่องทาง ได้แก่

1.ช่องทางการสื่อสาร เพื่อเผยแพร่กิจกรรมของชุมชนเป้าหมายทั้ง 5 ภูมิภาค กระตุ้นให้คนส่วนใหญ่รู้จักอย่างกว้างขวางมากขึ้น

2.การจัดทำโครงการ Product Testing นำตัวแทนของ บริษัท ห้างร้าน องค์กร เข้าไปเยี่ยมชมสถานที่จริง หรือบางพื้นที่จำเป็นต้องใช้บริษัทตัวแทนการท่องเที่ยว (travel agents) ก็จะได้นำทั้งสองส่วนเดินทางไปพร้อม ๆ กัน เพื่อศึกษารายละเอียดพื้นที่ความพร้อม ความเป็นไปได้ ควบคู่กับการเจรจากับทางผู้นำชุมชนเพื่อการต่อยอดธุรกิจนำนักท่องเที่ยวเข้ามาอุดหนุนตลอดทั้งปี เพราะแต่ละชุมชนท่องเที่ยวจะมีช่วงฤดูซึ่งสามารถเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวได้แตกต่างกัน เพราะบางช่วงชาวบ้านจะต้องนำเวลาไปปลูกพืชผล ทำนา เกี่ยวข้าว เก็บผลไม้ เมื่อคุยกันแล้วจะได้เข้าใจตรงกันแล้วมีอัตลักษณ์ต่างกันไป จากประสบการณ์นำตัวแทนกลุ่มคอปอร์เรตหรือเอเย่นต์ท่องเที่ยวลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนพร้อมขายนั้น ยังไม่ได้เปิดหรือมีค้นพบ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้แก่กลุ่มเข้าเยี่ยมถึงความแปลกใหม่ของเมืองไทย สร้างสรรค์เศรษฐกิจชุมชนยั่งยืน

ประการสำคัญต้องขอให้นักท่องเที่ยวช้อปปิ้งหรืออุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน ซึ่งมีทั้งคุณค่าและมูลค่า จึงขอความร่วมมือซื้อมาทดลองใช้จากกลุ่มผู้สูงวัยในชุมชนล้วนมีความตั้งใจทำสินค้าที่ระลึก หรือการทอผ้ามีดีไซน์ดีขึ้น ซึ่งจะเป็นกำลังใจเมื่อนักท่องเที่ยวมาแล้วซื้อผ้าที่ทอคนในชุมชนจะได้มีกำลังใจที่การทำอาชีพเสริมการท่องเที่ยวชุมชน

ผอ.วิบูลย์กล่าวว่าในภาคตะวันออก ก็มี 2 ชุมชนท่องเที่ยวนำเสนอ ได้แก่ ชุมชนตะเคียนเตี้ย การทำมะพร้าว ทั้งการดื่มน้ำมะพร้าว การแปรรูปเป็นหีบเย็นดีต่อสุขภาพ ซิกเนเจอร์สำคัญคือ “กาแฟกะทิ” เป็นนวัตกรรมที่ชุมชนได้คิดค้นโดยนำกระทิมะพร้าวมาผสมในกาแฟ รสชาติดีกว่าใส่ครีมเทียม

อีกส่วนเป็นการสร้างนิเวศน์การปลูกมะพร้าวด้วยการเพาะเลี้ยงตัวเบียนมาปราบด้วงซึ่งเป็นศัตรูของสวนมะพร้าว ปลอดสารเคมีด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน รวมทั้งมี “บ้านร้อยเสา” จะมีกิจกรรมตัดพวงมะโหด นำก้านมะพร้าวมาสานทำ D.I.Y.

หรือเข้าครัวเป็นเชฟ ทำเมนูไก่กะลา สามารถนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารได้ด้วยการโขลกน้ำพริกแกงได้ด้วยตนเอง หรือการนำมะละกาสานเป็นปลาตะเพียนบีบใส่หมูหรือไก่สับ สวยงามจริงๆ

ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว มี 3 ศาสนา 2 วัฒนธรรม และกิจกรรมงมหอย สานงอบ และอาหารการกิน การเดินชมชุมชน แต่นักท่องเที่ยวที่จะได้พบสิ่งแรกในชุมชนคือ “สะพานวัดใจ” ที่จะต้องมีความมั่นคงเพราะสะพานสูงมากแต่อยู่ที่ความตั้งใจชองนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็สามารถข้ามได้

ในเดือนกุมภาพันธ์ มีกิจกรรมที่ผ่านมาช่วงเทศกาลวาเลนไทน์คือแต่งงานปูและหอย เพื่ออนุรักษ์การเพาะพันธุ์ทั้งปูและหอยที่เรานำมารับประทานในระยอง เป็นกิจกรรมที่คู่รักนิยมมาทำ

ส่วนในจันทบุรี ช่วงระหว่างกุมภาพันธ์- 5 เมษายน 2562 มีงานเทศกาลขึ้นเขาคิฎกูฎ แล้วจะต่อด้วยสงกรานต์ตะปอน ชักเย่อเกวียนพระบาท ในช่วงเดือนเมษายน สมัยก่อนมีความเชื่อเรื่องโรคระบาดนำน้ำพุทธมนต์มาปะพรม ทำให้ชาวบ้านเชื่อถือศรัทธาในการนำผ้าพระบาทมาแห่โดยเกวียน โดยแย่งชิงเพื่อให้ผ้าพระบาทไปปิดไว้หน้าบ้าน ระยะหลังเกรงผ้าจะพระบาทไปเก็บไว้ยังตะปอนน้อยแต่ละปีนำมาทำพิธีแห่แข่งขันในช่วงสงกรานต์

ขอบคุณข้อมูลจาก: penroong yaisamsaen